วงการโรงแรม 2-3 ดาวร้อนระอุ หั่นราคาชิงเค้ก รร. เถื่อนจากทัวร์จีน สัญญาณร้ายฉุดโรงแรมถูก กม. แต่ไซส์เล็กทั่ว ปท. ล้มไม่เป็นท่า



กระแสรายงานข่าวว่าจะเอาจริงกับการปราบปรามโรงแรมที่ จดทะเบียนไม่ถูกต้องตามกฎหมาย ถือเป็นการส่งสัญญาณของภาครัฐ (อีกรอบ) ที่ตั้งใจจะแก้ปัญหาโรงแรมที่อยู่นอกระบบ จนทำให้กลไกราคาห้องพักของโรงแรมที่จดทะเบียนถูกต้องตามกฎหมายได้รับผลกระทบไปด้วย เพราะไม่สามารถปรับขึ้นราคาห้องพักได้มากนัก เมื่อเทียบกับหลายประเทศในอาเซียน โดยเฉพาะโรงแรมในสิงคโปร์ มาเลเซีย ที่ราคาระดับ 4-5 ดาว แพงกว่าราคาห้องพักเมืองไทยมาก เมื่อเทียบกับระดับเดียวกัน เพราะนักท่องเที่ยวบางส่วน รวมถึงบริษัทนำเที่ยว ก็จะนำ

นักท่องเที่ยวไปใช้บริการห้องพักโรงแรมที่จดทะเบียนไม่ถูกต้อง เนื่องจากมีราคาห้องพักที่ถูกกว่า ทำให้ธุรกิจโรงแรมไทยสูญเสียโอกาสในเชิงรายได้ไปค่อนข้างมาก ล่าสุด คุณละเอียด บุ้งศรีทอง นายกสมาคมโรงแรมไทย (ทีเอชเอ) ภาคเหนือ ระบุว่า จากผลพวงของปัญหาดังกล่าว ทำให้ปัจจุบันราคาห้องพักของโรงแรมในจังหวัดเชียงใหม่ ระดับ 2-3 ดาวถูกลดราคาจากเดิมกว่า10% แม้จะเป็นเมือง

ท่องเที่ยวยอดฮิตทั้งจากนักท่องเที่ยวต่างชาติรวมถึงคนไทยด้วยก็ตาม เนื่องจากกลุ่มโรงแรมระดับดังกล่าว ต้องปรับกลยุทธ์เพื่อดึงลูกค้าโดยเฉพาะจากทัวร์จีน ที่มีตัวเลือกห้องพักมากขึ้นตามปริมาณโรงแรมในเชียงใหม่ที่ผุดขึ้นจำนวนมาก ขณะเดียวกัน พฤติกรรมนักท่องเที่ยวชาวจีนเองก็เปลี่ยนเป็นกลุ่มเดินทางด้วยตัวเอง หรือเอฟไอทีมากขึ้น ซึ่งกลุ่มนี้จะเลือกใช้บริการโรงแรมระดับ 4-5 ดาวอยู่แล้ว แต่ในส่วนโรงแรมระดับ 2-3 ดาว ต้องหันกลับมาทำตลาดแข่งกับโรงแรมที่ไม่ได้จดทะเบียนถูกต้องตามกฎหมายมากยิ่งขึ้น เพื่อให้ธุรกิจอยู่ได้

“ต้องยอมรับว่า ที่ผ่านมาผู้ประกอบการโรงแรมที่จดทะเบียน ถูกต้องในระดับดังกล่าว ส่วนใหญ่ไม่ค่อยได้ทำการตลาดหาลูกค้ามากนัก แต่หลังจากประสบปัญหานักท่องเที่ยวจีนลดลง ประกอบกับมีกลุ่มโรงแรมใหม่ๆ เกิดขึ้นเป็นจำนวนมาก ทั้งโรงแรมที่จดทะเบียนถูกกฎหมาย และไม่ได้จดทะเบียนถูกต้องตามกฎหมายโรงแรม เมื่อมีนักท่องเที่ยวมาน้อยลง แต่ห้องพักกลับเพิ่มขึ้น จึงได้รับผลกระทบตามมา และสุดท้ายจึงต้องยอมปรับกลยุทธ์ทางการตลาด โดยนำเรื่องราคาเข้ามาช่วย เพื่อให้ลูกค้ากลุ่มทัวร์ยังเข้ามาใช้บริการ ช่วยลดการขาดทุนของธุรกิจ ซึ่งกลุ่มที่ได้รับผลกระทบชัดเจน จะเป็นกลุ่มโรงแรมบูทีคเล็กๆ โซนในคูเมืองเชียงใหม่ที่พบว่ามีจำนวนโรงแรมเล็กๆ ผุดขึ้นมามากกว่า 300-400 ห้อง และยอมรับว่าปัญหานี้ น่าจะกำลัง เกิดขึ้นในเมืองท่องเที่ยวหลัก อย่างพัทยา ภูเก็ต” คุณละเอียด กล่าว

Intense Competition for 2-3 Star Hotel Group Drop Down its Price Rate to Steal the Market Share of Chinese Tour from Illegal Hotels; the Deadly Sign to Cause Small Size-Registered Hotels to Fall Down

ด้านคุณศุภวรรณ ถนอมเกียรติภูมิ นายกทีเอชเอ ระบุว่า ขณะนี้เริ่มมีโรงแรมที่ก่อสร้างอาคารไม่เข้าข่ายจดทะเบียนประกอบกิจการโรงแรมได้ เริ่มทยอยเข้าไปขอปรับปรุงโรงแรมให้เป็นไปตามกฎระเบียบ เพื่อขอจดทะเบียนโรงแรมให้ถูกต้องตามกฎหมาย ตามที่กฎกระทรวงกำหนดลักษณะอาคารประเภทอื่นที่ใช้ประกอบธุรกิจโรงแรม เปิดโอกาส รวมจำนวนผู้ขอยื่นขอปรับปรุงอาคารทั่วประเทศแล้วประมาณ 1.1-1.2 หมื่นราย ซึ่งเกินกว่าที่เคยคาดการณ์ไว้ว่าจะมีผู้ที่ยื่นขอปรับปรุงอาคารราว 5 พันราย และนับจากนี้ต่อไป เชื่อว่าจะมีผู้มายื่นเอกสาร เพื่อดำเนินการจดทะเบียนให้ถูกต้องตามกฎหมายเพิ่มมากขึ้น

“การนำโรงแรมเหล่านี้เข้าสู่ระบบจะเป็นผลดีกับธุรกิจ เพราะทำให้ เรารู้ว่ามีโรงแรมอยู่มากน้อยแค่ไหน แต่อย่างไรก็ตามยังต้องดูว่าโรงแรมที่ยื่นขอปรับปรุงอาคาร เพื่อใช้ประกอบธุรกิจโรงแรมจะผ่านการพิจารณาออกมาเท่าไร และภาครัฐจะดำเนินการ กับโรงแรมที่จดทะเบียนไม่ถูกต้องตามกฎหมายอย่างไร”

ด้านคุณกอบกาญจน์ วัฒนวรางกูร รมว. การท่องเที่ยวและกีฬา เปิดเผยว่า กระทรวงจะร่วมกับหน่วยงานภาครัฐและเอกชนที่เกี่ยวข้อง พิจารณาเพิ่มบทลงโทษกับผู้ประกอบการโรงแรมผิดกฎหมายให้ได้รับโทษสูงขึ้น เพราะที่ผ่านมากระบวนการบังคับใช้กฎหมายอาจจะยังไม่เข้มข้นมากพอ โดยจะเสนอไปยังกระทรวงมหาดไทย เพิ่มบทลงโทษ คือ ระวางโทษจำคุกไม่เกิน 1 ปี ปรับไม่เกิน 20,000-200,000 บาทหรือทั้งจำทั้งปรับ จากปัจจุบันต้องระวางโทษจำคุกไม่เกิน 1 ปีหรือปรับไม่เกิน 2 หมื่นบาท ขณะที่การปรับต่อวันก็จะเพิ่มเป็น 20,000 บาทต่อวันตลอดเวลาที่ยังฝ่าฝืน จากเดิมปรับวันละไม่เกิน 10,000 บาท

นับเป็นการรีรัน หยิบยกเรื่องการแก้ปัญหาโรงแรมที่จดทะเบียนไม่ถูกต้องตามกฎหมาย หรือโรงแรมเถื่อนมาเป็นประเด็นทางสังคมอีกครั้ง แต่สัญญาณครั้งนี้ ดูเหมือนว่าจะชัดเจนเป็น รูปธรรม และมีความรุนแรงมากยิ่งขึ้น เพราะไม่เช่นนั้นโอกาส ที่โรงแรมจดทะเบียนไม่ถูกต้องตามกฎหมายจะเป็นตัวแปรสำคัญที่ฉุดรายได้โรงแรมระดับ 2-3 ดาว เหมือนที่กำลังเกิดขึ้นในเมืองท่องเที่ยวหลัก อย่างเชียงใหม่ พัทยา ภูเก็ต ก็จะทวี

มากขึ้นตามลำดับ จนสุดท้ายแล้ว โรงแรมขนาดกลางและขนาดเล็ก ที่ดำเนินการถูกต้องตามกฎหมายมาโดยตลอด ก็อาจจะอยู่ไม่รอด ต้องล้มหายตายจากไป แต่การมุ่งมั่น จากภาครัฐจะแก้ปัญหานี้ได้มากน้อยเพียงใด และปัญหาโรงแรมเถื่อนที่เป็นปัญหาสะสมมานาน จะแก้ไขได้มาก ขนาดไหน คงต้องฝากไว้ในมือภาครัฐ โดยเฉพาะกระทรวงมหาดไทย และกระทรวงการท่องเที่ยวกีฬา


Intense Competition for 2-3 Star Hotel Group Drop Down its Price Rate to Steal the Market Share of Chinese Tour from Illegal Hotels; the Deadly Sign to Cause Small Size-Registered Hotels to Fall Down

The report for serious suppression of unregistered hotels was considered once again as the sign of government’s
intension to solve informal hotel problem that gave some impact to room rate mechanism of registered hotels because they could not increase their room rate as much as the countries in ASEAN particularly hotels in Singapore and Malaysia where the room rates for 4-5 star hotels were much more expensive than the room rate in Thailand comparing to the same class of hotel. Additionally, some numbers of tourists as well as travel agents preferred staying in unregistered hotels since the room rate was cheaper, which made Thai hotel business drastically miss revenue based opportunity

Intense Competition for 2-3 Star Hotel Group Drop Down its Price Rate to Steal the Market Share of Chinese Tour from Illegal Hotels; the Deadly Sign to Cause Small Size-Registered Hotels to Fall Down

Recently, Ms. La-iad Bungsrithong, President of Thai Hotels Association (THA), Northern Chapter indicated that the consequence of such problem has made the room rate of 2-3 star hotels in Chiang Mai province drop from earlier rate by 10% even though this was considered as the popular tourist city for Thai and foreign tourists. This was because this group of hotels needed to adjust its strategy to attract customers particularly from Chinese tour that had wider selections of hotels in accordance to the greater amount of hotels being bloomed in Chiang Mai, on the other hand, Chinese tourists’ behavior has turned into Free Individual Traveler (FIT) in greater number as well, which this group of tourists prefer staying in 4-5 star hotel. Thus, 2-3 star hotels needed to compete with unregistered hotels even more for survival.

“We must admit that earlier most registered hotel entrepreneurs in those classes of hotel rarely did the marketing to attract customers, but after facing Chinese tourist reduction problem plus the greater number of new hotels blooming up, both registered and unregistered hotels needed to adjust their marketing strategy by dropping down the room rate to attract the tour group customers to stay in their hotels so that this shall help reducing business loss. In addition, the group of hotels distinctively receiving the impact is the small boutique hotels within Chiang Mai’s moat area which was founded there were more than 300 – 400 rooms blooming up, and we admit that this problem is rising in the major tourist cities such as Pattaya and Phuket as well.” Ms. La-iad said.

Ms. Supawan Tanomkiatipume, President of Thai Hotels Association (THA) said that there were some numbers of hotels that built up disqualified building gradually asking for revision based on rule & regulation so that those hotels could be legally registered following ministerial regulation designating the property of other types of building used for hotel operation. At the moment, the number of entrepreneurs asking for building revision across the country was approximately 11,000 – 12,000 hotels, which greatly exceeded the prior expected number at 5,000 hotels, and from now on, it makes believe that the number of entrepreneurs legally registering hotels shall be even more increased.

“Taking these hotels into the system shall greatly benefit business because we will know how many hotels we have. However, we need to follow up how many number of hotels being qualified for building revision are, and how the government shall execute those unregistered hotels.”

Ms. Kobkarn Wattanavrangkul, Minister of Tourism and Sports revealed that Ministry of Tourism and Sports shall collaborate with related governmental and private agencies to consider increasing supreme penalty for unregistered hotel entrepreneur because earlier law enforcement might not be that intense enough. In addition, Ministry of Tourism and Sports shall propose to Ministry of Interior to increase the penalty to not exceeding one year’s imprisonment, or payment of a fine of 20,000 – 200,000 baht, or both, from the present violator is subject to not exceeding one year’s imprisonment, or payment of a find of 20,000 baht, while daily fine shall also be increased up to 20,000 baht per day throughout the violation from earlier not exceeding 10,000 baht a day.

This is considered as the rerun for unregistered hotel solution, which seems to become a social issue once again, but it seems to become more concrete and intense this time because nevertheless, the chance for unregistered hotel becoming the major variable to steal the revenue from 2-3 star hotels as incurred in major tourist cities such as Chiang Mai, Pattaya and Phuket shall gradually be more intense, and cause medium and small registered hotels to be banished eventually. However, this shall be left up to the government sector particularly for Ministry of Interior and Ministry of Tourism and Sports to effectively and extensively fix this long accumulated unregistered hotel problem.

ที่มา: นิตยสาร Thai Hotels & Travel Vol.8 No.47

Comment Box