พระราชกำหนดการบริหารจัดการการทำงาน ของคนต่างด้าว พ.ศ. 2560



เมื่อวันที่ 23 มิถุนายน 2560 เป็นวันที่คนทำธุรกิจจำนวนหนึ่งต้องตื่นเต้นตกใจกับกฎหมายที่โผล่มาบังคับใช้แบบกะทันหัน ซึ่งก็คือกฎหมายว่าด้วยการบริหารจัดการการทำงานของคนต่างด้าว โดยรวมกฎหมาย 2 ฉบับที่ออกมาก่อนหน้านี้ เข้าด้วยกัน คือ พระราชบัญญัติการทำงานของคนต่างด้าว พ.ศ. 2551 และพระราชกำหนดการนำคนต่างด้าวมาทำงานกับนายจ้างในประเทศ พ.ศ. 2559

ที่บอกว่าตกอกตกใจเพราะกฎหมายฉบับใหม่ได้เพิ่มโทษขึ้นประมาณ 20 เท่า เช่น เดิมโทษปรับไม่เกิน สองหมื่นบาท เป็น ปรับตั้งแต่สี่แสนถึงแปดแสนบาท จึงเป็นที่มาของการประท้วงไม่เห็นด้วยโดยองค์กรใหญ่ เช่น สภาหอการค้าไทย สภาอุตสาหกรรมแห่งประเทศไทยว่า การออกกฎหมายโดยไม่ให้เวลาเตรียมตัวเป็นเรื่องที่ไม่ถูกต้อง ทำให้แรงงานที่ทำผิดกฎหมายตกใจรีบเดินทางออกจากประเทศจำนวนมากและเป็นผลให้

งานหลายประเภทต้องหยุดชะงัก เช่น งานก่อสร้าง งานภัตตาคาร งานในโรงงานขนาดเล็กและกลาง งานบ้านและจะกระทบต่อเศรษฐกิจโดยรวม ฝ่ายราชการซึ่งผู้รับผิดชอบเรื่องนี้ คือ กรมจัดหางาน กระทรวงแรงงานก็ออกมาชี้แจงว่าเรื่องแรงงานต่างด้าวนี้ได้มีการผ่อนผันมาหลายครั้งแล้ว แต่นายจ้างไม่ยอมทำให้ถูกต้องจึงจำเป็นต้องใช้มาตรการที่เข้มข้น จะถูกจะผิดกันอย่างไรก็คงแล้วแต่มุมมองของแต่ละฝ่ายก็แล้วกัน

ในที่สุด เมื่อมีข้อพิพาททำท่าจะบานปลาย หัวหน้าคณะรักษาความสงบแห่งชาติจึงต้องอาศัยอำนาจตามความในมาตรา 265 ของรัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย พุทธศักราช 2560 ประกอบกับมาตรา 44 ของรัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย (ฉบับชั่วคราว) พุทธศักราช 2557 ออกมาตรการชั่วคราว เพื่อแก้ไขปัญหาข้อขัดข้องชั่วคราวตามที่หลายฝ่ายเสนอ ดังมี
ความสำคัญ ดังนี้

1. ยังไม่ใช้บังคับ 4 มาตรา จนถึงวันที่ 31 ธันวาคม พ.ศ. 2560 คือ
1.1 ถ้าคนต่างด้าวทำงานที่ห้ามไว้หรือทำงานโดยไม่มี ใบอนุญาต ต้องระวางโทษจำคุกไม่เกินห้าปีหรือปรับตั้งแต่ สองพันบาทถึงหนึ่งแสนบาท หรือทั้งจำทั้งปรับ (มาตรา 101)
1.2 ผู้รับคนต่างด้าวเข้าทำงานที่ห้ามไว้หรือรับคนไม่มี ใบอนุญาต ต้องระวางโทษปรับตั้งแต่สี่แสนบาทถึง แปดแสนบาทต่อคน (มาตรา 102)
1.3 งานจำเป็นเร่งด่วนที่อธิบดีประกาศ (16 ประเภท) เช่น งานจัดนิทรรศการ งานบรรยายพิเศษฯ คนต่างด้าวที่เข้าเมืองมาชั่วคราวต้องแจ้งให้อธิบดีทราบ มิฉะนั้นต้องระวางโทษ ปรับตั้งแต่สองหมื่นบาทถึงหนึ่งแสนบาท (มาตรา 119)
1.4 รับคนต่างด้าวเข้าทำงานโดยไม่มีชื่อตนเองเป็นนายจ้าง  คือ ถ้าลูกจ้างไม่ทำงานกับนายจ้างเดิม นายจ้างใหม่ก็ต้องไปขอเปลี่ยชื่อนายจ้างให้ตรง ต้องระวางโทษปรับตั้งแต่สี่แสนบาทถึงแปดแสนบาท (มาตรา 122)

2. ให้นายจ้างปฏิบัติให้ถูกต้องภายในวันที่ 31 ธันวาคม พ.ศ. 2560

3. ห้ามเจ้าหน้าที่เรียกรับผลประโยชน์ที่มิควรได้ใดๆ ทั้งสิ้น

4. ให้กระทรวงแรงงานพิจารณาปรับปรุงกฎหมายฉบับนี้อีกครั้งภายใน 120 วันและให้รับฟังความเห็นของผู้เกี่ยวข้องด้วย

ก็เป็นอันว่าเหตุการณ์ตึงเครียดก็สามารถคลี่คลายได้ชั่วคราว ส่วนผลการปรับปรุงกฎหมายจะเป็นเช่นไร สมาคมจะติดตามมาแจ้งให้สมาชิกทราบในโอกาสต่อไป


Royal Decree on the Management of Migrant Employment, B.E. 2560

On 23 June 2017, it was the day some business entrepreneurs being frighten with the suddenly emerging law enforcement, which is the Royal Decree on the Management of Migrant Employment by combining with two editions of laws issued earlier as Migrant Employment Act B.E. 2551, and Royal Decree on Migrant Employment with Domestic Employer, B.E. 2559.

What to be frightening of is because this new issue of law has increased the punishment 20 times greater i.e. earlier the fine penalty not exceeding 20,000 baht shall be increased up from 400,000 to 800,000 baht. This derived the big controversy from the big agencies such as Thai Chamber of Commerce and the Federation of Thai Industries complaining that issuing the law without giving time for people to prepare was not right since this startled most illegal labors causing a large number of labors to immediately get out of the country and several types of works to be on hold such as construction works, restaurant works, works in small and medium size factories, house works, as well as give some impacts to overall economy. Governmental agency in charging of this issue as Department of Employment, Ministry of Labor indicated upon the migrant labor issue that this has been making an exception for several times, but employers did not want to make it right so now it was about time to use the intense scheme with no excuses.

Eventually, when the dispute seemed to be widely escalated, the Head of the National Council for Peace and Order needed to count on the power following the statement in section 265 of the Constitution of the Kingdom of Thailand, B.E. 2560 combining with section 44 of the Constitution of the Kingdom of Thailand (Temporary Edition), B.E. 2557 to release temporary scheme in order to solve the objections meanwhile based on the proposal of multipartite with the essences as follows

1. These 4 sections shall not come into force until 31 December 2017 as follows:

1.1 If the migrant do the prohibited work, or work without work permit, employer is subject to imprisonment not exceeding 5 years, or fine from 2,000 to 100,000 baht, or both (section 101).

1.2 Employer who accepts migrant to do the prohibited work, or accept migrant without work permit is subject to fine from 400,000 to 800,000 baht per person (section 102).

1.3 For necessary works announced by permanent secretary (16 categories) such as exhibition, keynote lectures, migrant who temporarily comes into the country needs to inform the permanent secretary for acknowledgement, otherwise he/she is subject to fine from 20,000 to 100,000 baht (section 119).

1.4 Accept migrant to work without identify the name of employer, this means if employee does not work with the prior employer, a new employer requires changing the name of employer to match with the current job; otherwise, he/she is subject to fine from 400,000 to 800,000 baht (section 122).

2. Employer must be accomplished the legal document within 31 December 2017.

3. Officer is not allowed to do any act to procure what he/she is not entitled to by law.

4. Ministry of Labor needs to consider on the amendment of this edition of law once again within 120 days, and open up to the opinions of accomplices as well.

Thus, this shall relieve some stress for temporary. However, how the outcome of law amendment would turn out, Thai Hotels Association (THA) shall keep up with it and further inform to all members later.

Comment Box