ชั่งน้ำหนักลงทุนโรงแรม รับเมกะโปรเจกต์ ‘EEC’



ถือเป็นประเด็นใหญ่ที่ได้รับการพูดถึงอย่างต่อเนื่องตั้งแต่ปี 2559 จนถึงปี 2560 สำหรับเมกะโปรเจกต์อย่าง ‘เขตพัฒนาระเบียงเศรษฐกิจพิเศษภาคตะวันออก’ หรือ Eastern Economic Corridor (EEC) ตามนโยบายไทยแลนด์ 4.0

หลังจากรัฐบาลเลือกใช้ 3 จังหวัดภาคตะวันออก ได้แก่ ชลบุรี ระยอง และฉะเชิงเทรา ในการดำเนินนโยบายสร้างการเติบโตเชิงพื้นที่ ด้วยการสร้างฐานสะสมการลงทุนและเทคโนโลยี พัฒนาเชื่อมกับกรุงเทพฯ สานต่อจากโครงการอีสเทิร์นซีบอร์ด

มุ่งผลักดันให้เป็นจุดศูนย์กลางทางเศรษฐกิจของภูมิภาคเอเชีย ซึ่งถือเป็นส่วนสำคัญในการขับเคลื่อนเศรษฐกิจโลก โดยเฉพาะจีน อินเดีย เกาหลีใต้ ญี่ปุ่น และประเทศในกลุ่มเอเชีย
ตะวันออกเฉียงใต้

เหมือนอย่างที่ญี่ปุ่นปั้นกรุงโตเกียว พร้อมดึงจังหวัดรอบๆ มาพัฒนาเชื่อมโยงกัน เช่นเดียวกับเกาหลีใต้ซึ่งใช้เมืองอินชอนพัฒนาเชื่อมกับกรุงโซล

คุณคณิศ แสงสุพรรณ เลขาธิการคณะกรรมการนโยบายการพัฒนาระเบียงเศรษฐกิจพิเศษภาคตะวันออก (EEC) เล่าว่า นับตั้งแต่ปี 2549-2557 ไทยมีอัตราการขยายตัวทางเศรษฐกิจ เติบโตเฉลี่ยเพียง 3.1% ขณะที่การลงทุนในภาพรวมเติบโตแค่ 2% การลงทุนจากภาคเอกชนเติบโต 2.9% เท่านั้น ทั้งที่ความเป็นจริงสามารถเติบโตได้ถึงปีละ 10% เลยทีเดียว เป็นเพราะในช่วงที่ผ่านมาไทยมีปัญหาเรื่องของเศรษฐกิจและการเมืองรุมเร้า

ส่งผลให้ไทยต้องเร่งอุดจุดอ่อน ด้วยการลงทุนโครงสร้างพื้นฐานด้านเศรษฐกิจโดยเร็ว เพื่อนำประเทศให้พ้นจากกับดักรายได้ปานกลาง EEC จึงเป็นหนึ่งในคำตอบสำคัญที่พลิกโฉมประเทศไทยไปสู่การเปลี่ยนแปลง! หลังจากเราได้พัฒนามากว่า 30 ปี มีการลงทุนมากมายปักธงรออยู่แล้ว ทั้งโรงงาน สนามบิน ท่าเรือ รวมถึงมาตรการลดภาษีแก่นักลงทุน

และจากผลการศึกษา EEC ได้วางโรดแมปพัฒนา 4 กลุ่มหลักด้วยกัน ได้แก่ 1.โครงสร้างพื้นฐาน 2.อุตสาหกรรมเป้าหมาย 3.เมืองใหม่ และ 4.อุตสาหกรรมท่องเที่ยว ก่อให้เกิด 15 โครงการใหญ่

โดยในช่วง 5 ปีแรก จะเห็นโครงการ 7 โครงการเกิดขึ้น คือ 1.สนามบินอู่ตะเภา เมืองการบินแห่งภาคตะวันออก รองรับ
ผู้โดยสารได้สูงสุดถึง 30 ล้านคนต่อปี 2.รถไฟความเร็วสูง ต่อจิ๊กซอว์การเดินทาง 3 สนามบิน ดอนเมือง-สุวรรณภูมิ-อู่ตะเภา ได้อย่างสะดวกสบาย 3.ท่าเรือน้ำลึกมาบตาพุด เฟส 3, แหลมฉะบัง เฟส 3 และสัตหีบ 4.เมืองใหม่พัทยา ชลบุรี ระยอง 5.อุตสาหกรรมเป้าหมาย ยานยนต์ไฟฟ้า 6.การตั้งเขตส่งเสริมดิจิทัลพาร์ค และ 7.เขตส่งเสริมเมืองนวัตกรรม

“สำหรับ EEC เราได้วางกรอบงบฯ ลงทุนกว่า 1.5 ล้านล้านบาท รัฐบาลอนุมัติไปแล้ว 7 แสนล้านบาท อย่างโครงการที่เริ่มพัฒนาไปแล้ว มีสนามบินอู่ตะเภา ซึ่งต้องการเชื่อมต่อกับดอนเมืองและสุวรรณภูมิ” ทั้งนี้ คาดว่าจะได้เห็นจุดเริ่มต้นความสำเร็จของ EEC ในอีก 5 ปีข้างหน้า โดยที่ผ่านมา เราพยายามเข้าไปให้ถึงจุดอ่อนที่สุดอย่างมิติการลงทุนโครงสร้างพื้นฐาน แต่ต้องไม่ลืมอีกเรื่องที่สำคัญมากเช่นกัน นั่นคือ การนำการค้าและการลงทุนมา
เชื่อมต่อกันให้ได้

โดยคำนึงถึงการพัฒนาและการถ่ายทอดความรู้ด้านเทคโนโลยีและอื่นๆ ซึ่งเป็นหัวใจหลักของนโยบายไทยแลนด์ 4.0 ที่ผ่านมา
ได้มีการพูดคุยกับอาลีบาบาเรื่องดิจิทัล นอกจากนี้ ยังได้พูดคุยกับการบินไทยซึ่งลงนามร่วมกับแอร์บัสเรื่องการจัดตั้งศูนย์
ซ่อมบำรุงเครื่องบินที่สนามบินอู่ตะเภา

ด้านคุณแพทริค บาสเซ หัวหน้าเจ้าหน้าที่ปฏิบัติการ แอคคอร์โฮเทล ประจำประเทศไทย มองว่า นโยบายรัฐบาลที่ต้องการ
ส่งเสริมการลงทุนใน EEC นับเป็นเรื่องที่ดี เพราะนำไปสู่ โอกาสการลงทุนใหม่ๆ จากทั้งนักลงทุนไทยและต่างชาติ
ด้วยปัจจัยสนับสนุนอย่างโครงการพัฒนาโครงสร้างพื้นฐานที่รัฐบาลวางไว้

โดยเฉพาะอย่างยิ่งการปรับปรุงสนามบินอู่ตะเภา ซึ่งดึงดูดให้สายการบินต่างๆ สนใจเปิดเส้นทางและเพิ่มเที่ยวบิน เพิ่มกระแสการเดินทางของทั้งนักท่องเที่ยวและนักธุรกิจได้
เป็นอย่างดี

“กลุ่มโรงแรมมีโอกาสเติบโตสูงในพื้นที่ EEC เพราะเป็นพื้นที่ชายฝั่งทะเลเปี่ยมศักยภาพ ยังมีชายหาดที่เงียบสงบและรักษาธรรมชาติได้เป็นอย่างดีอีกหลายหาด จึงมั่นใจว่าจะเป็นพื้นที่ที่ได้รับความสนใจจากนักท่องเที่ยวอย่างต่อเนื่อง”

เครือแอคคอร์ จึงเตรียมเปิดโรงแรมใหม่ โนโวเทล ศรีราชา  มารีน่า เบย์ โดย ‘ศรีราชา’ ถือเป็นทำเลที่มีการพัฒนาทั้งมิติการเป็นแหล่งท่องเที่ยวที่มีทรัพยากรสมบูรณ์ และมิติการเป็นนิคมอุตสาหกรรม มีนักท่องเที่ยวต่างชาติเดินทางมาเจรจาธุรกิจจำนวนมาก จึงวางเป้าหมายเจาะทั้งนักท่องเที่ยว รวมถึงนักเดินทางกลุ่มที่มาติดต่อธุรกิจที่แหลมฉบัง

ขณะที่คุณปริญญา เธียรวร ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท วี.เอ็ม.พี.ซี. จำกัด (VMPC) ผู้พัฒนาอสังหาริมทรัพย์ครบวงจรทั้งขายและเช่า กล่าวถึงทำเล ‘ศรีราชา’ ว่า ได้กลายเป็นเมืองอุตสาหกรรมขนาดใหญ่ที่ได้รับความสนใจจากบริษัทผู้ผลิตขนาดใหญ่เป็นอย่างมาก จนก่อให้เกิดการขยายตัวเพิ่มขึ้นในธุรกิจโรงแรมกับเซอร์วิสอะพาร์ตเมนต์ นอกจากนี้ ยังสอดรับกับ EEC อีกด้วย

บริษัทฯ จึงเปิดตัวโครงการ โอ๊ควูด โฮเทล แอนด์ เรสซิเดนซ์ ศรีราชา ถือเป็นโครงการโรงแรมระดับ 5 ดาวแห่งแรกในศรีราชา บนเนื้อที่กว่า 12 ไร่ คาดเปิดตัวเฟสแรกของโครงการฯได้ภายในปลายปีนี้ “เหตุผลที่เลือกโอ๊ควูด เพราะเป็นเชนรับบริหารโรงแรมและ
เรสซิเดนซ์ที่เก่งเรื่องตลาดพำนักระยะยาว หรือ ลองสเตย์ นอกจากนี้ ยังเป็นแบรนด์ที่แข็งแกร่งในประเทศญี่ปุ่นอีกด้วย สอดคล้องกับลูกค้ากลุ่มเป้าหมายของโครงการเราในศรีราชา ซึ่งเป็นชาวญี่ปุ่นที่เข้ามาอาศัยในศรีราชาจำนวนมาก พอๆ กับพำนักที่กรุงเทพฯ ด้วยซ้ำ โดยแนวโน้มในอีกไม่กี่ปีข้างหน้า

มีการคาดการณ์ว่าจะมีชาวญี่ปุ่นเข้ามาพำนักเพื่อทำงานที่ศรีราชาเพิ่มขึ้น จากปัจจุบัน 7,000 คน เป็นมากกว่า 10,000 คนเลยทีเดียว” ก่อนหน้านี้ คุณไพสิฐ แก่นจันทน์ ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท แกรนด์ แอสเสท โฮเทลส์ แอนด์ พร็อพเพอร์ตี้ จำกัด (มหาชน) ให้มุมมองด้านการลงทุนใน ‘ระยอง’ ว่า เป็นทำเล ที่มีศักยภาพ เหมาะกับสร้างโรงแรมและที่พักเพื่อรองรับตลาดในวันธรรมดาและช่วงสุดสัปดาห์

เนื่องจากระยองเป็นเมืองอุตสาหกรรม มีลูกค้าชาวต่างชาติที่เดินทางมาทำธุรกิจ และกลุ่มองค์กรที่มองหาโรงแรมดีๆ ในการจัดประชุมสัมมนา นอกเหนือจากตัวเลือกหัวหินและพัทยา โดยลูกค้ากลุ่มนี้จะเข้ามาเติมอัตราการเข้าพักที่ดีในช่วงวันธรรมดา ขณะที่ช่วงสุดสัปดาห์โรงแรมก็จะได้ลูกค้ากลุ่ม พักผ่อนทั่วไป

“ด้วยศักยภาพของระยอง และสภาพแวดล้อมที่ยังไม่มีโรงแรมดีๆ เป็นตัวเลือกมากนัก เมื่อเทียบกับจุดหมายยอดนิยมอย่างพัทยา บริษัทฯ จึงลงทุนโครงการมิกซ์ยูส มีทั้งโรงแรม วิลล่า เรสซิเดนซ์ และคอนโดมิเนียม คาดเฟสแรกจะเปิดให้บริการโรงแรมและวิลล่าได้ก่อน ราวปี 2563 ซึ่งในช่วงดังกล่าว ระยองน่าจะเป็นจุดหมายที่คึกคักมากขึ้น หลังได้รับอานิสงส์อย่างมากจากสนามบินอู่ตะเภาและการโปรโมทท่องเที่ยวภาคตะวันออกในภาพรวม”

ฟากคุณดิลิป ราชากาเรีย ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร ไมเนอร์ โฮเทลส์ กล่าวว่า แผนการลงทุนธุรกิจโรงแรมในประเทศไทยของเครือไมเนอร์ จะยังคงมองทำเลในแหล่งท่องเที่ยวหัวเมืองหลักมากกว่า ส่วนทำเลในการพัฒนาเชิงพื้นที่ EEC ปัจจุบัน ยังไม่สนใจเข้าไปลงทุนโรงแรมใหม่ เพราะมีความต้องการชัดเจน มุ่งขยายธุรกิจในเมืองท่องเที่ยวหลักมากกว่า

ทั้งหมดนี้คือหลากมุมมองการลงทุนของผู้บริหารโรงแรมและที่พักใน ‘EEC’ คงต้องชั่งน้ำหนักให้ดีว่านี่คือโอกาสที่คุณๆ มองหาและต้องการจริงๆ หรือไม่ หากใช่ ก็จงเดินหน้าใส่เกียร์ให้เต็มที่ อย่าได้ลังเลใจอีกต่อไปเลย


Weigh on Hotel Investment to Take Up Mega Project ‘EEC’

ชั่งน้ำหนักลงทุนโรงแรม

It is considered as the big issue that has continually been talking from 2016 up to 2017 for Mega Project as called ‘Eastern Economic Corridor (EEC) following the Thailand 4.0 policy, after government has selected 3 provinces in eastern region of Thailand as Chonburi, Rayong, and Chachoengsao to carry on the policy to build up the area-based growth by laying down the investment and technology accumulating base and further developing them to connect with Bangkok, considered as the continuation from Eastern Seaboard Project.

This project is aimed to push forward Thailand as the Asia region’s economic hub, which is considered as the key mechanism to propel the world economy particularly for China, India, South Korea, Japan and countries in the group of South East Asia.

This shall be similar to Japan that pushed forward Tokyo as well as dragged other surrounding cities to develop and connect them up together. The same applied to South Korea, which developed Incheon to connect with Seoul.

Mr. Kanis Saengsupan, Secretary of Eastern Economic Corridor Development Policy Commission said that from 2007 to 2014, Thailand had economic expansion rate in average of 3.1%, while investment in overall grew by 2% and investment from private sector grew by 2.9% only despite the fact that these figures could be risen up to 10% per year. That was because during that time period, Thailand was beset by economic and political problems, which derived the country needing to quickly plug up its weakness with economic infrastructure investment in order to drive the country away from the middle income trap.

Therefore, EEC was one of the keys to put Thailand on the road to the change!, after the country has been long developing for over 30 years with lots of investment putting up including factories, airports, harbors as well as tax reduction scheme for investors.

And from EEC study result, Thailand has set development roadmap categorized in 4 main groups in the following: 1. Infrastructure: 2. Targeted industry: 3. New cities: and 4. Tourism industry, which initiated 15 mega projects so far.

During the first 5 years, seven projects shall be put up in the following: 1. U-Tapao international airport; an aviation city of eastern region that can take up maximum passengers up to 30 million people per year: 2. High Speed Railway to offer travel convenience among 3 airports as Don Mueang – Suvarnabhumi – U-Tapao: 3. Map Ta Phut Deep Sea Port Phase III, Laem Chabang Phase III, and Sattahip: 4. New Cities – Pattaya, Chonburi, and Rayong: 5. Targeted Industry – Electric Vehicle (EV): 6. Establishment of digital park promotion district: and 7. Innovative city promotion district.

“For EEC, we have set investment budget over 1.5 trillion baht, which the government had already approved 700,000 million baht, while the ongoing project at the moment is U-Tapao international airport as it is needed to connect with Don Mueang and Suvarnabhumi airports.”

In addition, it has been expected to see the starting point of EEC’s success in the next 5 years as in the past years, the country has tried to get into the most weakness such as infrastructure investment, but one important element not to forget is to connect trade and investment up together by paying attention to development and technological knowledge relay, which is considered as the key element of Thailand 4.0 policy. Earlier the commission had discussed with Alibaba over digital topic as well as signed MOU with Thai Airways and Airbus to establish airplane repair & maintenance center at U Tapao airport.

Mr. Patrick Basset, Chief Operating Officer of AccorHotels in Thailand expressed his opinion that government’s policy to promote investment in EEC was good because this shall give opportunity for new investments from Thai and foreign investors with supporting factor such as infrastructure development project set by government, and
U-Tapao renovation, which shall convince several airlines to open new air routes, and add on flights in order to greatly increase travel current of travelers and businessmen.

“Hotel group has high potential to grow in EEC area because the coastline area usually has so many peaceful beaches and fertile natures intact so it makes believe that this area shall continually catch tourists’ attentions.”

Accor group has prepared to open a new hotel, called Novotel Sriracha Marina Bay, which ‘Sriracha’ is considered as the area with series of development. This area has a corner for being tourist attraction with diversity of natural resources and owning Thailand’s major industrial estate where many foreign travelers like to visit for business purpose. This is why Accor group has set the goal to penetrate into both tourists and travelers who come for business purposes at Laem Chabang.

Mr. Prinya Tieanworn, CEO of V.M.P.C Co., Ltd.; the comprehensive real estate developer both selling and renting said upon the location of ‘Sriracha’ that Sriracha had turn into a huge industrial city and significantly attracts several big manufacturer companies causing more expansion in hotel and service apartment business, while this also get along very well with EEC project.

Therefore, the company decided to open ‘Oakwood Hotel and Residence Sriracha’; the first 5 star hotel project in Sriracha is located within 12 Rais of area, which is expected to open the first phase of project within the end of this year.

“The reason to choose Oakwood was because it is the hotel and residence management chain that is specialized for the long stay market. Besides, it is the strong brand in Japan according to the project’s targeted group of customers, which mostly are Japanese, who lives in Sriracha as many as Bangkok. It has been expected that in the next few years, the number of Japanese living in Sriracha for work shall raise up over 10,000 people from the current 7,000 people.”

On the other hand, earlier Mr. Paisit Kaenchan, CEO of Grand Asset Hotel and Property (Public) Co., Ltd. expressed his opinion upon the investment in ‘Rayong’ that this area is great to put up hotels and accommodations to take up weekday and weekend markets.

This is because Rayong is an industrial city where lots of foreign customers tend to visit for business purpose, and corporate groups try to seek for good hotels to arrange conferences and seminars besides other selections such as Hua Hin and Pattaya, which this group of customers shall nicely fill up occupancy rate during weekday, while during weekend, hotels shall normally get the group of common vacation tourists.

“With capability and less selection of good hotels surrounded in Rayong comparing to popular destination such as Pattaya, our company decided to make investment on Mixuse Project that combines hotel, villa and condominium altogether. The first phase of project as hotel and villa is expected to open before 2020, which until that time period, Rayong should have already become more bustling destination after receiving the great benefit from U Tapao airport, and eastern tourism promotion in overall.”

Mr. Dillip Rajakarier, CEO of Minor Hotels said that hotel investment plan in Thailand of Minor Group would rather look for the area located in the major provinces, while for the area in area-based development as EEC, Minor Group does not want to get involve at the moment because company would rather expand its business in the major tourist cities based on its distinctive policy.

These were all investment perspectives and opinions of hotel and accommodation’s executives in ‘EEC’. Therefore, entrepreneurs should carefully weigh on whether this shall be such opportunity you are looking for, and what you really need it, or not. If the answer is yes!, you may just go for it now and have no more hesitation!

ที่มา: Thai Hotels & Travel Issue October – November 2017

Comment Box