คลื่น ‘ดานัง’ กำลังมาแรง! Forthcoming ‘Da Nang’ Wave!



เมื่อปลายพฤษภาคมที่ผ่านมา ผู้เขียนได้มีโอกาสไปเยือนถิ่น ลุงโฮจิมินห์ ตรงกับช่วงที่ประธานาธิบดีสหรัฐอเมริกา ‘บารัก โอบามา’ ปรากฏตัวบนแผ่นดินเวียดนาม ถือเป็นผู้นำสหรัฐฯ คนแรกในรอบ 40 ปี นับตั้งแต่สงครามเวียดนามยุติ ที่ขอสร้างประวัติศาสตร์หน้าใหม่ พลิกฟื้นความสัมพันธ์ระหว่างประเทศ จากคนเคยเป็นศัตรูกัน หันมาจับมือกันแน่นขึ้น เพื่อกระชับความร่วมมือทางเศรษฐกิจและความมั่นคงกับเวียดนาม หวังลดอิทธิพลของ มหาอำนาจอย่าง ‘จีน’ ในภูมิภาค เอเชียตะวันออกเฉียงใต้

mmm

แน่นอนว่าสปอตไลท์ย่อมฉายไปที่ประธานาธิบดีสหรัฐฯ มากกว่าผู้เขียน (รู้ทั้งรู้ ก็ยังจะพูดเนอะคนเรา – ฮา) แต่ผู้เขียนไม่หวั่น

ขอทำหน้าที่กระจอกข่าว รายงานความเคลื่อนไหวของอุตสาหกรรมท่องเที่ยวในภูมิภาคนี้ต่อ เอาล่ะ ไหนๆ โฟกัสก็อยู่ที่เมืองเนื้อหอมอย่าง ‘เวียดนาม’ แล้ว จะว่าไป…บ้านนี้เมืองนี้ เขาก็กระหน่ำโปรโมทการท่องเที่ยวอย่างเอาเป็นเอาตาย มุ่งสู่เป้าหมายจำนวนนักท่องเที่ยวต่างชาติ 10 ล้านคนในปีนี้ หลังปี  2558 ทำได้ถึง 8 ล้านคน ส่วนใหญ่ยังนิยมไปเมืองท่องเที่ยวหลักอย่างฮานอยและโฮจิมินห์ซิตี้ถึง 80%

พูดถึง ‘โฮจิมินห์ซิตี้’ ขณะนี้กำลังเปิดรับคลื่นการลงทุนโรงแรมหรูระดับ 6-7 ดาว รองรับการเติบโตทางเศรษฐกิจและการท่องเที่ยว โดยรัฐบาลเวียดนามเองมีนโยบายอ้าแขนรับ นักลงทุนต่างชาติอย่างเต็มที่ หวังกระตุ้นบรรยากาศการลงทุนตลาดอสังหาริมทรัพย์ให้คึกคัก ‘ไอเอชเอส โกลบอล อินไซต์’ ระบุว่าปี 2559  จีดีพีของเวียดนามจะเติบโตถึง 6.7% จากยอด การลงทุนโดยตรงจากต่างประเทศ และการบริโภคภายในประเทศที่แข็งแกร่งของคนเวียดนามเอง พร้อมคาดการณ์ด้วยว่าเศรษฐกิจเวียดนามจะขยายตัวอย่างรวดเร็วในอีก 10 ปีข้างหน้า  หลังนักลงทุนทั้งในและต่างประเทศ ดาหน้าลงทุนธุรกิจอสังหาริมทรัพย์ในเมืองศูนย์กลางการค้า
หลายเมือง

รวมถึงเมือง ‘ดานัง’ เจ้าของจุดขาย ‘Sea Sand Sun’ เมืองท่องเที่ยวตากอากาศในภาคกลางเวียดนาม  อารมณ์เดียวกับหัวหินบ้านเรา เขากำลังเตรียมความพร้อมเพื่อต่อกรกับบรรดาหาดทรายชายทะเลฝั่งอ่าวไทยและอันดามันของไทย พัฒนาการเติบโตของดานัง เห็นชัดในช่วง 10 ปีให้หลัง ทั้งการขยายตัวของเมือง และการท่องเที่ยวอันเปี่ยมศักยภาพ จนสามารถครองสัดส่วนจำนวนนักท่องเที่ยวต่างชาติที่มาเที่ยวเวียดนามได้ถึง 16% ความฮอตของดานัง พิสูจน์ได้จากความสนใจของสายการบิน ต่างชาติ ที่เดินหน้าเปิดเที่ยวบินหลายสาย ทั้งจีน เกาหลี ญี่ปุ่น ฮ่องกง สิงคโปร์ และไทย จนทางการเวียดนามต้องผุดโครงการขยายสนามบินดานัง ก่อสร้างอาคารผู้โดยสารหลังที่ 2 เพิ่ม เพื่อรองรับกระแสการเดินทางในอนาคต

ล่าสุดสายการบินบางกอกแอร์เวย์ส ได้เปิดเส้นทางกรุงเทพฯ ไปดานัง สะท้อนภาพดีมานด์การเดินทางของนักท่องเที่ยว ต่างชาติ โดยเฉพาะตลาดยุโรป ที่นิยมท่องเที่ยวแบบเชื่อมโยงหลายประเทศ ‘คุณฉี เหวียน’ ผู้อำนวยการฝ่ายการตลาด องค์กรส่งเสริมการตลาดท่องเที่ยวของชายฝั่งภาคกลาง ประเทศเวียดนาม ให้ข้อมูลเกี่ยวกับแหล่งท่องเที่ยวและโครงสร้างพื้นฐานของชายฝั่งภาคกลางเวียดนามว่า ปัจจุบันมีสนามบินนานาชาติ  2 แห่งด้วยกัน คือ สนามบินดานังและกว่างนาม โดยยกให้สนามบินดานัง เป็นเกตเวย์สำคัญในการเชื่อมโยงเที่ยวบินต้อนรับนักท่องเที่ยว

mmm

ด้านปริมาณห้องพักในภาคกลางเวียดนาม ตัวเลขเมื่อปี 2558 ระบุว่ามีโรงแรม 490 แห่ง คิดเป็นจำนวนห้องพักกว่า 1.8 หมื่นห้อง แบ่งเป็นโรงแรมระดับ 4-5 ดาว ทั้งแบรนด์ท้องถิ่นและต่างประเทศกว่า 40 แห่ง ขณะนี้มีโรงแรมที่อยู่ระหว่างการก่อสร้างจำนวนมาก อาทิ แบรนด์เชอราตัน ฮิลตัน แมริออท นอกจากจุดขายหาดทรายชายทะเลแล้ว ดานังยังมีสนามกอล์ฟระดับโลกถึง 3 แห่ง เป็นอีกหนึ่งแรงดึงดูด ได้แก่ Danang Golf Club, Montgomerle Links และ Laguna Golf Club ส่วนไฮไลต์สำคัญ คือ เมืองมรดกโลก ที่มีมากถึง 3 จุดหมาย ได้แก่ ‘ฮอยอัน’ เมืองโบราณอายุกว่าพันปี ตั้งอยู่บนสามเหลี่ยมปากแม่น้ำทูโบน ในอดีตมีชาวต่างชาติต่างภาษามาค้าขาย และสร้างความเจริญให้กับฮอยอัน สะท้อนผ่านงานสถาปัตยกรรมแบบซิโน-โปรตุกีส

นอกจากนี้ ยังมี ‘เว้’ อดีตเมืองหลวงสมัยราชวงศ์เหวียน ตั้งอยู่ริมฝั่งแม่น้ำหอม ผ่านทั้งความเจริญรุ่งเรืองและโรยรา ในช่วง 143 ปี ตั้งแต่ปี 2345-2488 ก่อนจะตกเป็นเมืองขึ้นภายใต้อาณานิคมของฝรั่งเศส จากนั้นญี่ปุ่นก็เข้ามาโจมตีฝรั่งเศส และยึดครองในช่วงเวลาสั้นๆ ก่อนสงครามโลกครั้งที่ 2 แม้ว่าเว้จะได้รับความเสียหายจากภัยสงครามรวมชาติเวียดนาม แต่ยังคงเหลือร่องรอยความรุ่งโรจน์ ให้นักท่องเที่ยวได้ตามรอย ทั้งพระราชวัง และสุสานจักรพรรดิ และ ‘ปราสาทหมีเซิน’ ตั้งอยู่ในจังหวัดกว่างนาม เคยเป็นนครศักดิ์สิทธิ์ที่มีความสำคัญอันดับต้นๆ ของอาณาจักรจามปามา ตั้งแต่ศตวรรษที่ 4 – 15 ด้วยระยะเวลา ยาวนานกว่า 900 ปี ทำให้โบราณสถานแห่งนี้เป็นที่รวบรวมมรดกทางประวัติศาสตร์และศิลปกรรมไว้หลากหลาย จัดเป็นโบราณสถานสำหรับบูชาพระศิวะ ตามความเชื่อในศาสนาฮินดูที่เก่าแก่และสมบูรณ์ที่สุดในภูมิภาค อินโดจีน

โดยในช่วงสงครามเวียดนาม ทหารเวียดนามได้ใช้ ปราสาทหมีเซินเป็นกองบัญชาการ ฝ่ายอเมริกันจึงได้นำเครื่องบินทิ้งระเบิดบริเวณนี้ จนโบราณสถานได้รับความเสียหายจำนวนมาก ปัจจุบันเหลือปราสาทเพียง 22 หลัง จากทั้งหมดที่มีอยู่ 73 หลัง บนเนื้อที่ราว 2 ตารางกิโลเมตร อีกจุดที่ห้ามพลาด คือ ‘บาน่าฮิลส์’ เมืองตากอากาศที่ดีที่สุดในเวียดนามกลาง อยู่ห่างจากตัวเมืองดานังประมาณ 40 กิโลเมตร ได้รับความนิยมจากนักท่องเที่ยวอย่างมาก เดินทางมานั่งกระเช้าชมทิวทัศน์ของหุบเขาเขียวขจีจากมุมสูง โดยกระเช้าที่บาน่าฮิลส์ เคยถือสถิติ กินเนส เวิลด์ เรคคอร์ด 2 อย่าง คือ กระเช้าที่ยาวที่สุด 5,042 เมตร และเป็นกระเช้าที่สูงที่สุด 1,291 เมตร (ปัจจุบันถูกทำลายสถิติด้วยกระเช้าที่เมืองแห่งขุนเขา จางเจียเจี้ย ประเทศจีน ไปเป็นที่เรียบร้อย) นอกจากนี้ยังเป็นแหล่งท่องเที่ยว ครบวงจร มีทั้งโรงแรม รีสอร์ท เครื่องเล่นนานาชนิด เหมาะกับทุกกลุ่มตลาดทั้งคู่รักและครอบครัว สำหรับสถิติเมื่อปี 2558 มีนักท่องเที่ยวต่างชาติเดินทางมาเที่ยวชายฝั่งภาคกลางเวียดนาม 1.25 ล้านคน ชาติที่มีนักท่องเที่ยวมาเที่ยวมากสุด 3 อันดับแรก คือ เกาหลี ญี่ปุ่น และจีน

และคาดว่าปี 2559 จะมี 1.32 ล้านคน เพิ่มขึ้น 15% จากปีที่แล้ว พร้อมตั้งเป้าเห็นตัวเลข 1.5 ล้านคนในปี 2560 ตั้งเป้าโตเอาๆ แบบนี้ ประมาทไม่ได้เลยจริงๆ สำหรับ คลื่นลูกใหม่มาแรงนาม ‘ดานัง’ ! ผู้เขียนเห็นวิธีการหนึ่งเข้าจากซีรีส์เกาหลีเรื่องดัง ‘She was Pretty’ นับว่าน่าสนใจมาก เป็นฉากที่พระเอกของเรื่องรู้ว่านางเอกเป็นหวัด จึงหาข้อมูลในอินเทอร์เน็ต แล้วพบว่า ‘หอมหัวใหญ่’ ช่วยรักษาอาการหวัดได้ เพราะมีฤทธิ์ต้านเชื้อแบคทีเรียเป็นอย่างดี พระเอกจึงนำมาวางใส่แก้วน้ำ และใช้ปากกาเคมีสีดำวาดหน้ายิ้มลงบนหัวหอม ดูน่ารักน่าหยิกจิกหมอนขาดไป หลายใบ จนทำให้ตอนนี้ที่เกาหลีเกิดเทรนด์ใหม่ ปลูกหอมหัวใหญ่บนโต๊ะทำงานตามรอยซีรีส์กันเป็นแถว

เนื่องจากหอมหัวใหญ่มีน้ำมันหอมระเหยที่มีชื่อว่า ‘อัลลิลิก ไดซัลไฟด์’ (Allilic disulfides) เมื่อสูดดมมากๆ จะช่วยบรรเทาอาการหวัด ลดเสมหะ และยังช่วยกระตุ้นการขับปัสสาวะด้วย นอกจากนี้ยังมีสรรพคุณอีกมากมาย โดยผลการวิจัยของต่างประเทศระบุว่า การกินหอมหัวใหญ่จะช่วยลดความเสี่ยงต่อการเกิดโรคไม่ติดต่อ เช่น โรคหัวใจ โรคหลอดเลือดอุดตัน โรคมะเร็งลำไส้ โรคมะเร็งตับ หากนำมาคั้นให้เหลือเพียงน้ำก็จะช่วยลดอาการอักเสบบวม รวมถึงลดความดันโลหิตและน้ำตาลในเลือดได้ด้วย และเมื่อกินเป็นประจำทุกวัน ก็จะช่วยทำให้ร่างกายได้รับสารพฤกษาเคมี เช่น ฟลาโวนอยด์ ไกลโคไซด์ (Flavonoid glycosides)


Forthcoming ‘Da Nang’ Wave!

mmm

At the end of May, I have gotten the opportunity to visit the land of uncle Ho Chi Minh which was the time President Barack Obama making appearance in Vietnam. He was the first leader of the United States of America in 4 decades since the end of Vietnam war who wanted to make history to recover relationship between two countries in order to strengthen economic collaboration and stability with Vietnam which hopefully this relationship will help
counterbalancing the great power of China in South East Asia region.

In addition to the movement of tourism industry, Vietnam has seriously promoted tourism in order to achieve 10 million tourists goal this year, after 2015 the figure was as high as 8 million tourists which most of them still preferred traveling to the major cities such as Hanoi and Ho Chi Minh up to 80%. Speaking of Ho Chi Minh city, it is wide opening for the investment on luxurious 6 – 7 star hotels to take up economic growth and tourism. The government of Vietnam sets the policy to fully welcome foreign investors in order to bustle up investing atmosphere in immovable property market.

‘IHS Global Inside’ indicated that in 2016 GDP of  Vietnam will grow by 6.7% from the direct investment from foreign countries and strong domestic consumption of Vietnamese itself, while Vietnam economy is expected to rapidly expand in the next 10 years after investors both domestically and internationally heavily make investment on immovable properties in several trading center cities. This includes ‘Da Nang’ featuring the selling point of ‘Sea Sand Sun’; the seaside city in the central chapter of Vietnam similar to Hua Hin in Thailand where Vietnam is preparing to compete with the beaches of Thailand’s the gulf of Thailand and

Andaman sea. The growth and development of Da Nang can be distinctively seen in the last 10 years in term of city expansion and full potential tourism which made the country dominate the ratio of foreign tourists traveling to Vietnam up to 16%. The popularity of Da Nang can be proved from the interest of foreign airlines that start to operate several flights such as China, Korea, Japan, Hong Kong, Singapore and Thailand which forces Vietnam to initiate Da Nang international airport expansion project to build up additional passenger terminal to take up traveling current in the future.

Recently, Bangkok Airways has opened the flight from Bangkok to Da Nang which clearly reflected the traveling demand of foreign tourists particularly for Europe market that prefers several countries connected traveling format.

Mr.Qi Nguyen, Director of Marketing, Central Coast Vietnam Destination Marketing Organization (CCVDMO) provided information related to tourist destinations and infrastructures of central coast of Vietnam that currently, there are 2 international airports as Da Nang and Quang Nam international airports which Da Nang international airport is considered as the major gateway to welcome all tourists.

mmm

In addition to the number of guestrooms in central Vietnam, the figure in 2015 indicated that there were 490 hotels with the total number of 18,000 guestrooms divided into 4 – 5 star hotels including local brands and 40 international brands, while there are some brands undergoing the construction such as Sheraton, Hilton, Marriot, etc. Besides the selling point for being the seaside getaway, Da Nang also features 3 world class golf courses which is considered the serious magnet as Da Nang Golf Club, Montgomerle Links and Laguna Golf Club. For other major highlights, there are 3 world heritage destinations included ‘Hoi An’; the ancient city which aged more than 1,000 years where located on Thu Bon Estuary. In the past, there were foreigners coming for commerce and creating prosperity to this town reflected through Chino-Portuguese style of architectures. Another destination is ‘Hue’; the former capital city in Nguyen Dynasty is located by the side of Huong river which has been undergoing the prosperity and

deterioration in the past 143 years from 1802 to 1945 before being colonized by French. Then, Japan had attacked French and occupied the town in the short period of times before World War II taking place. Even though Hue was damaged from Vietnam civil war, but this town still remained the trace of prosperity included royal palace and emperor tomb for tourists to discover. The other is ‘My Son Sanctuary’, located in Quang Nam city. This place used to be the sacred town that was so important of Jampa Kingdom between 4th – 15th centuries aged over 900 years. That made this ancient remains gathering the diversity of historical and artistic work heritages which is considered as the oldest and most perfect place to worship God Siva based on Hinduism belief in Indochina region. During Vietnam war, Vietnam military had used My Son Sanctury as the command base so American soldiers used the bombardement to cause the serious damages to the place which now there are 22 castles remained from the total of 73 castles covering 2 square kilometers of the area.

Besides those world heritage destinations, one must visit destination is ‘Bana Hill’; the best getaway town in Central Vietnam. This town is 40 kilometers away from Da Nang city which is so popular among tourists where tourists can take cable car to witness the beauty of rush green valley from the top view. In addition, cable car at Bana Hill used to dominate 2 Guinness World Records for being the longest distance cable car for 5,042 meters and highest cable car for 1,291 meters (currently, the record was broken by Zhangjiajie mountain’s cable car in China). Besides, Bana Hill is the perfect tourist destination featuring several hotels, resorts and playthings to suit the group of sweetheart and family tourists. For statistic in 2015, there were foreign tourists traveling to the coast in Central Vietnam as high as 1.25 million tourists which the first 3 nations with the highest number of tourists traveling to Vietnam are Korea, Japan and China respectively.

And it is further expected that in 2016, the number will be increased up to 1.32 million tourists which is considered increasing by 15% comparing to the previous year, and Vietnam is aiming the number to increase up to 1.5 million tourists within 2017. With such extreme expectation, Da Nang can be a serious competitor to take cautious from now!

ที่มา: นิตยสาร Thai Hotels & Travel Vol.7 No.39
สิงหาคม – กันยายน 2559 (Aug – Sept 2016)

Comment Box