เจาะอินไซต์ปั้น‘ไลฟ์สไตล์โฮเทล’ โดนใจ ‘มิลเลนเนียลส์’ (ตอน1)



ในช่วง 2-3 ปีที่ผ่านมา หนึ่งในเทรนด์ธุรกิจโรงแรมทั่วโลกที่กำลังมาแรงมาก ๆ หนีไม่พ้นการพัฒนาโรงแรมใหม่ ๆ ในเซ็กเมนต์ ‘ไลฟ์สไตล์โฮเทล’

เห็นได้จากเชนรับบริหารโรงแรมดังหลาย ๆ เจ้า ที่หันมาเปิดเกมบุกตลาดนี้กันมากขึ้น

ไม่ว่าจะเป็น ‘แอคคอร์’ ที่เดินหน้าผลักดันแบรนด์โรงแรมใหม่ ๆ เช่น โซ โซฟิเทล, ไอบิส สไตล์, มามา เชลเตอร์, โจ แอนด์ โจ และ 25hours แบรนด์โรงแรมดังสไตล์บูติค มีฐานในประเทศเยอรมนี และออสเตรเลีย ที่เครือแอคคอร์เพิ่งประกาศเข้าซื้อหุ้นในสัดส่วน 30% ของทุนจดทะเบียนเมื่อปลายปี 2016

หวังเจาะตลาดนักท่องเที่ยวรุ่นใหม่ ซึ่งค้นหาประสบการณ์การเข้าพักแบบใหม่ ๆ รองรับกับไลฟ์สไตล์ที่เปลี่ยนไป

เสริมทัพแบรนด์ดั้งเดิมที่นักท่องเที่ยวทั่วโลกรู้จักกันเป็นอย่างดีอยู่แล้วอย่างโซฟิเทล, พูลแมน, โนโวเทล, เมอร์เคียวรวมถึงไอบิสที่ประสบความสำเร็จอย่างมาก ทำให้เครือแอคคอร์เป็นหนึ่งในเจ้าตลาดโรงแรมที่มีศักยภาพในการเจาะตลาดระดับกลาง

ปัจจุบันเครือแอคคอร์เปิดให้บริการโรงแรมในเซ็กเมนต์ไลฟ์สไตล์โฮเทลอยู่แล้ว 2 แบรนด์ คือ โซ โซฟิเทลและไอบิสสไตล์ส่วนอีก 3 แบรนด์ที่ยังไม่เปิดให้บริการในไทย ทางเครือแอคคอร์เองก็มีแผนขยายในไทยเช่นกัน

อย่าง ‘25hours’ ก็มีโอกาสนำมาขยายตลาดในไทย ขณะที่แบรนด์ ‘มามาเชลเตอร์’ ก็มีแผนเปิดให้บริการในไทยเร็ว ๆ นี้

ส่วน ‘โจแอนด์โจ’ จะเน้นเจาะฐานลูกค้าตลาดล่าง ผ่านโมเดลที่พักแบบเปิดให้นักท่องเที่ยวได้เข้าพักร่วมกัน คล้ายกับโมเดลธุรกิจโฮสเทลและบ้านเช่ากับที่พัก ซึ่งขายผ่านแพลตฟอร์มดังอย่าง ‘แอร์บีแอนด์บี’ (Airbnb) กำลังได้รับความนิยมอย่างสูงจากนักท่องเที่ยวทั่วโลก

โดยเฉพาะ ‘กลุ่มมิลเลนเนียลส์’ ที่จะขึ้นมาเป็นกำลังซื้อหลักของโลกในอนาคต ซึ่งมีพฤติกรรมการท่องเที่ยวมองหาโรงแรมที่สามารถ‘ตอบโจทย์เชิงไลฟ์สไตล์’ได้มากขึ้น

หลังมีผลการวิจัยด้านตลาดท่องเที่ยวระบุว่า กลุ่มมิลเลนเนียลส์ใช้จ่ายเพื่อการท่องเที่ยวต่อปีที่ 3,000 ยูโร หรือประมาณ 1.16 แสนบาทเลยทีเดียว

และคาดว่าในปี 2020 นักท่องเที่ยวเจเนอเรชั่นนี้จะมีเดินทางกว่า 300 ล้านคน และกว่า 30% เป็นการเดินทางไปยังต่างประเทศ

เมื่อลงลึกในรายละเอียดของแนวทางการพัฒนาคอนเซ็ปต์ ‘ไลฟ์สไตล์โฮเทล’ ให้เข้าถึงอินไซต์หรือความในใจของนักท่องเที่ยวกลุ่มมิลเลนเนียลส์ ขอยกตัวอย่างแบรนด์ ‘โจแอนด์โจ’ (JO&JOE) ของเครือแอคคอร์ให้เห็นภาพ

โจแอนด์โจนิยามแบรนด์ตัวเองไว้อย่างน่าสนใจว่าเป็น ‘เสมือนบ้าน’ ที่เปิดกว้างสำหรับคนภายนอก

ได้รับการออกแบบให้ตรงกับความต้องการของลูกค้าในกลุ่มมิลเลนเนียลส์ หรือลูกค้าที่มีอายุ 25-34 ปี รวมถึงลูกค้าที่เล็งเห็นคุณค่าของการแบ่งปัน ความคล่องตัว และการสร้างประสบการณ์ใหม่ ๆ ผ่านพื้นที่สำหรับการใช้ชีวิตอย่างมีสีสัน

ไลฟ์สไตล์โฮเทล,มิลเลนเนียลส์, โรงแรม, เครือแอคคอร์, โจแอนด์โจ

โดยแบรนด์โจแอนด์โจจัดอยู่ในแบรนด์ระดับราคาประหยัดของเครือแอคคอร์ เน้นโลเคชั่นในใจกลางเมืองที่มีความคึกคักและเต็มไปด้วยชีวา ใกล้กับระบบขนส่งสาธารณะ ทั้งนี้ เครือแอคคอร์ได้วางแผนเปิดให้บริการโรงแรมแบรนด์นี้จำนวน 50 แห่ง ภายในปี 2020 เพื่อรองรับความต้องการใหม่ ๆ ของตลาดมีแผนเปิดตัวในเมืองปารีสและเมืองบอร์โดซ์ ประเทศฝรั่งเศส ภายในปี 2018 นี้รวมไปถึงเมืองวอร์ซอ ประเทศโปแลนด์ เมืองบูดาเปสต์ ประเทศฮังการี และเมืองเซาเปาโล ประเทศบราซิลด้วย

เนื่องจากเป็นพื้นที่รูปแบบใหม่เปิดกว้างพร้อมต้อนรับทั้งคนในท้องถิ่น (Townsters) และนักเดินทางท่องเที่ยว(Tripsters) คอนเซ็ปต์ของแบรนด์ได้รับการออกแบบให้ส่งเสริมการมีปฏิสัมพันธ์และเสริมสร้างข้อดีของการอยู่ร่วมกัน โดยมีพื้นที่ส่วนกลางที่ลูกค้าทั้งภายในและภายนอกสามารถใช้บริการร่วมกันได้

โดยบริการด้านอาหารของโจแอนด์โจ จะเน้นบริการอาหารคุณภาพไม่เน้นความหรูหราฟู่ฟ่าท่ามกลางบรรยากาศอบอุ่นพร้อมพรั่งด้วยเตาปิ้งย่าง เตาบาร์บีคิว กระทะเหล็กหรือเตาฟืนสำหรับอบพิซซ่า พร้อมนำเสนอบริการอาหารจานหลักด้วยราคาเริ่มต้น 10 ยูโร และให้ความสำคัญกับการมีปฏิสัมพันธ์กับผู้คน การแบ่งปัน เรียบง่าย และดีต่อสุขภาพ

ขณะที่บาร์ ถือเป็นศูนย์กลางการพบปะ การออกแบบที่ไม่เหมือนใครและมองเห็นได้เด่นชัดจากภายนอก คือสิ่งที่ช่วยกระตุ้นให้คนในท้องถิ่นอยากเข้ามาร่วมสังสรรค์ไปกับเครื่องดื่มนานาชนิดที่เน้นส่งเสริมผลิตภัณฑ์ที่ผลิตในท้องถิ่นที่ได้รับการคัดสรรมาแล้วเป็นอย่างดี

ครัวส่วนกลาง คือพื้นที่ที่ลูกค้าสามารถอวดความสามารถในการปรุงอาหาร เป็นเวทีสำหรับการแบ่งปันสูตรอาหารที่ดีที่สุดของแต่ละคนสำหรับแขกที่ต้องการจำกัดงบประมาณก็สามารถใช้พื้นที่ส่วนนี้ในการปรุงอาหารสำหรับตัวเองและเพื่อน ๆ ได้

ในส่วนของพื้นที่ HappyHouse เป็นพื้นที่ส่วนตัวที่เหล่า Tripsters สามารถพักผ่อนหย่อนใจ นั่งทำงาน ทำอาหารได้เหมือนกับอยู่ที่บ้านของตัวเอง

Together เป็นหัวใจหลักของแบรนด์ ได้แก่ พื้นที่สำหรับการนอนหลับพักผ่อนที่ใช้ร่วมกัน โดยมีการออกแบบให้เป็นสัดส่วน และไม่สูญเสียความเป็นส่วนตัว

Yours ประกอบด้วยห้องพักและอพาร์ตเมนต์สำหรับ 2 ถึง 5 ท่าน พร้อมห้องน้ำในตัว เหมาะสำหรับผู้ที่เข้าพักเป็นกลุ่มขนาดเล็กและครอบครัว พื้นที่การใช้งานให้ความรู้สึกแตกต่างจากโรงแรมทั่วไป

OOO! (Out Of the Ordinary) ไม่เหมือนใครด้วยห้องพักที่เข้าพักได้ตั้งแต่ 1-6 ท่าน ทั้งในรูปแบบกระโจม เปลญวน และคาราวาน

นอกจากนี้ ทีมงานของโจแอนด์โจยังได้ออกแบบแอปพลิเคชันเพื่อช่วยให้ Townsters และ Tripsters ติดต่อ พบปะ สร้างอีเวนต์ แบ่งปันเคล็ดลับ หรือรวมตัวกันไปทานอาหารหรือเดินเล่นด้วยกันได้ สอดรับกับพฤติกรรมการชอบเข้าสังคมและสร้างปฏิสัมพันธ์ของคนในเจเนอเรชั่นนี้

ลักษณะพิเศษต่าง ๆ เหล่านี้ ถือเป็น ‘ตัวเร่งทางสังคม’ ที่จะให้นักท่องเที่ยวทั้งในและจากต่างประเทศมารวมตัวกันที่โรงแรมโจแอนด์โจมากยิ่งขึ้น ส่งผลให้แบรนด์ประสบความสำเร็จ

นอกเหนือจากคอนเซ็ปต์การสร้างประสบการณ์เข้าพักแบบใหม่แล้ว อีกจุดที่เครือแอคคอร์ให้ความสำคัญ คือ ‘การฉีกกฎ’ การออกแบบโรงแรมแบบเดิม ๆ โดยเฉพาะเรื่องการใช้พื้นที่ในแนวดิ่งและเน้นประโยชน์ใช้สอยแบบเดิม ๆ ด้วยการแทนที่ด้วยความเป็นอิสระยืดหยุ่นและมีความแตกต่าง รวมถึงการนำโรงแรมไปตั้งอยู่ในโลเคชั่นระดับอุดมคติใจกลางเมืองใหญ่ที่มีความคึกคักชวนผ่อนคลายและน่าค้นหาทั่วโลก

เพื่อให้โจแอนด์โจสามารถสร้างบรรยากาศและสีสันแก่นักท่องเที่ยวได้อย่างเหมาะสม

สามารถตอบโจทย์ความต้องการของลูกค้าอย่างตรงเป้า!

ฉบับหน้ากลับมาติดตามคอลัมน์  Inside กันต่อเกี่ยวกับแนวการปั้นแบรนด์โรงแรม ‘ไลฟ์สไตล์โฮเทล’ ของฝั่งไทยกันบ้างรับรองว่าน่าสนใจไม่แพ้ฝั่งยุโรป

++++++++++++++

Deep Penetration to the Elaboration of ‘Lifestyle Hotel’ To Satisfy ‘Millennial Tourists’ (Ep. 1)

During the past 2 – 3 years, one of the hotel business trends that is gaining such a high popularity shall definitely be the development of new hotels in ‘Lifestyle Hotel’ segment.

This can clearly be seen since some of the leading hotel management chains have turned to strike this market in greater number.

For example ‘Accor’ is continuing to push forward some new hotel brands such as Sofitel, Ibis Style, Mama Shelter, JO&JOE, and 25hours; the famous hotel brand with boutique style, based in Germany and Australia that Accor group has just announced to buy 30% share of its authorized capital at the end of 2016.

ไลฟ์สไตล์โฮเทล,มิลเลนเนียลส์, โรงแรม, เครือแอคคอร์, โจแอนด์โจ

Accor hopes to penetrate into new generation of tourist market, which seeks for new styles of stay experiences to response to the changing lifestyle by reinforcing the primary successful brands such as Sofitel, Pullman, Mercure and Ibis in order to penetrate into the middle class market.

Currently, Accor Group has already offered the hotel services categorized in lifestyle hotel segment for 2 brands as Sofitel and Ibis Style, while other 3 brands have not started the service in Thailand yet, but Accor Group has plan to expand the services in Thailand as well.

For instance, ‘25hours’ has some potential to expand its market in Thailand, while ‘Mama Shelter’ brand has a plan to start the operation in Thailand soon.

In addition to ‘JO&JOE’, this hotel emphasizes on the low end customer base through the open accommodation model allowing tourist to share accommodation similar to the hostel and rental house business model, which is sold through the high popular platform among tourists across the globe as ‘Airbnb’.

This model is specialized for the group of ‘millennial tourists’ that is about to become the world’s main purchasing power in the future. Millennial tourist prefers looking for hotel that can better response to lifestyle based proposition.

Tourism market research result indicated that the group of millennial tourists spends money in tourism for 3,000 Euro per year or approximated 1.16 hundred billion baht.

And it is expected that in 2020 this generation of tourists shall travel over 300 million tourists, and over 30% of them shall travel aboard.

Good example of the guidance to develop ‘Lifestyle Hotel’ concept to penetrate into the group of ‘millennial tourists’ is ‘JO&JOE’ brand of Accor Group, which interestingly defines its brand as ‘Home’ that is widely opened for outsiders .

JO&JOE is designed to directly serve the demand of millennial tourists, and customers with 25 – 34 years old  as well as customers who understand the value of sharing, easiness, and new experience creation through the spaces for colorful life living.

JO&JOE brand is classified into the budget brand of Accor Group that emphasizes on the city central location with plenty of vitalities and joyful lives and close proximity to the public transportation system. In addition, Accor Group has planned to open this hotel brand up to 50 locations within 2020 to take up new demands of market, while JO&JOE plans to open in Paris and Bordeaux in 2018 as well as Warsaw – Poland, Budapest – Hungary, and Sao Paolo – Brazil.

Since it is a new form of spaces that are widely opened for Townsters and Tripsters, the brand concept is designed to promote good interaction and cohabitation with providing common spaces where both inside and outside customers can share them together.

Food service of JO&JOE shall emphasize to serve quality food among warm atmosphere that offers the main dishes starting from 10 Euro, and pay attention to the interaction with people, sharing, easiness and healthy food and beverages.

Bar of JO&JOE is considered as the meeting point. The unique design and visual exposure to outside are what convince the townsters to join and enjoy the plenty of beverages that focus on good selection of local products.

The common kitchen is the space where customers can show off their cooking skills and it is considered as the stage for customers to share their best food recipes. For guests who want to limit the budget, this space can be used to cook food for themselves and friends.

In addition to HappyHouse space, this is the private space where tripsters can rest, do the work and cook food just like living in their own house.

Together is the key of the brand, for example spaces to share accommodation are proportionally designed without sacrificing the privacy.

Yours is composed of guestroom, and apartment for 2 – 5 people including private bathroom for those who stay as small group and family, which space functionality offers difference senses apart from general hotels.

OOO! (Out Of the Ordinary) is so unique offering the guestroom that can accommodate 1 – 6 guests in hammock pavilion and caravan styles.

Besides, the team of JO&JOE designed application to help townsters and tripsters to meet, contact, and create event to share the tips or get together for dining or taking a walk together in accordance to the behavior of socializing and interacting preferences of this generation of people.

These special characteristics are considered as ‘social catalytic’ that shall convince both domestic and international tourists to get together at JO&JOE hotel in greater number, and drive hotel to success.

Rather than the concept to create new experience of stay, the other thing Accor Group paying attention is ‘Rule Breaking’ for the hotel design that used to use vertical space utilization, and emphasize on the same traditional utilities. This traditional design style was replaced with flexibility and differences as well as ideal hotel location; the heart of the city with vitalities and joyfulness, across the globe so that JO&JOE can offer the proper atmosphere and liveliness and directly response to the customers’ propositions!

Next issue of Inside Column shall talk about Thailand’s ‘Lifestyle Hotel’ brand elaboration, which we assure the interestedness in comparable to the European side.

 

++++++++++++++

 

ภาพประกอบ: โรงแรมแบรนด์โจแอนด์โจทั้ง3 ภาพ

ที่มา: เครือแอคคอร์

Comment Box