สถานการณ์ไม่แน่นอนแบบนี้จะลงทุน LTF กันอย่างไร



สถานการณ์บ้านเมืองปั่นป่วน คนที่คิดลงทุน RMF ไม่ต้องคิดมาก แต่สำหรับ LTF ยังต้องคิดหนัก แนะ 3 ปัจจัย ช่วยตัดสินใจลงทุน ในเดือนสุดท้ายของปี 2556 เวลาช่างผ่านไปเร็วจริงๆ อีกไม่นานปีนี้ก็ใกล้จะหมดลงปีใหม่กำลังจะมา แต่เชื่อว่าหลายคนอาจกำลังร้อนใจกับสภาพการเมืองในประเทศที่ไม่รู้ว่าจะรุนแรงและจบลงอย่างไร

แต่ที่แน่ๆ “กองทุนรวมหุ้นระยะยาว (LTF)” และ “กองทุนรวมเพื่อการเลี้ยงชีพ (RMF)” เวลาลงทุนสำหรับปีนี้ กำลังจะหมดลงเข้าไปทุกที สำหรับคนที่ซื้อ RMF คงไม่ต้องคิดมากเพราะมีทางเลือกให้หลากหลาย แต่สำหรับคนที่ลง LTF คงกำลังคิดหนักกันอยู่ ครั้งนี้ผมจะเสนอทางเลือกการลงทุนสำหรับ LTF กันว่า สถานการณ์ไม่แน่นอนแบบนี้จะลงทุน LTF กันอย่างไรดี

1) กองทุนประเภท 70/30 ช่วยได้บ้าง

นโยบายของกองทุนหุ้นระยะยาว LTF ยังเปิดโอกาสให้ผู้จัดการกองทุนไม่จำเป็นต้องถือหุ้นเต็มพอร์ตได้ โดยเฉลี่ยทั้งปีจะต้องถือหุ้นมากกว่า 65% ของสินทรัพย์สุทธิที่กองทุนถืออยู่ ดังนั้นเพื่อลดความเสี่ยงลง กองทุนจึงลดการถือหุ้นลงมาใกล้กับเกณฑ์ที่ตั้งไว้ โดยส่วนใหญ่แล้วมักจะมีสัดส่วนหุ้นกับตราสารหนี้หรือเงินฝากอยู่ที่ 70:30 เราจึงมักเรียกกองทุน LTF ประเภทนี้ว่า กอง LTF 70/30 พอมีลดสัดส่วนหุ้นลงหลายคนจึงมักคิดว่าเป็นกองทุน LTF ที่มีความเสี่ยงต่ำ ไม่ค่อยจะเสี่ยงเท่าไหร่ แต่อย่าลืมนะครับที่เป็นหุ้นนี้ไม่ใช่ ส่วนที่เป็น 30% นะครับ แต่เป็น 70% ซึ่งจริงๆ แล้วความผันผวนของราคามูลค่าสินทรัพย์สุทธิ (NAV) กองทุน LTF 70/30 จึงไม่ได้ต่างจากกองทุน LTF ที่ลงทุนหุ้น 100% ไม่มากนัก ใครคิดจะลง LTF แบบไม่ผันผวนคงทำได้ดีที่สุดก็ 70/30 เท่านั้นครับ

2) RMF เพื่อกระจายความเสี่ยง และจัดสรรเงินลงทุนระยะยาว

อีกทางเลือกหนึ่งสำหรับใครที่ยังไม่เคยคิดถึง RMF เลย ผมขอให้พิจารณา RMF สำหรับประหยัดภาษีไว้ด้วย อาจเป็นเพราะว่า RMF มีเงื่อนไขที่ค่อนข้างยุ่งยาก ต้องลงทุนกันถึงอายุ 55 ปี และต้องลงทุนต่อเนื่องทุกปี เป็นสิ่งที่นักลงทุนที่ยังไม่ใกล้วัยเกษียณส่วนใหญ่ไม่ค่อยสนใจเท่ากับ LTF แต่หากจะพูดถึงตัวเลือกในการกระจายความเสี่ยงแล้ว RMF ถือเป็นทางเลือกที่ดีที่สุด ได้ทั้งประหยัดภาษี และยังได้จัดสรรเงินลงทุนให้เหมาะสมกับระดับความเสี่ยงด้วย และถึงแม้ว่า RMF จะไม่สามารถขายได้ก่อนอายุครบ 55 ปี บริบูรณ์ และต้องลงทุนต่อเนื่อง 5 ปีเต็ม แต่กองทุน RMF สามารถสับเปลี่ยนเมื่อไหร่ก็ได้นะครับ อย่างเช่นลงทุนกองทุนหุ้น RMF ไว้ สมมติว่าได้กำไรมาแล้ว อยากจะทำกำไรจากกองทุนหุ้น RMF เราสามารถสับเปลี่ยนกองทุนหุ้น RMF ไปยังกองทุนตลาดเงิน RMF ที่มีความเสี่ยงต่ำกว่าเพื่อรักษากำไรของเราได้นะครับ และถ้าสับเปลี่ยนภายใน บลจ. เดียวกัน ส่วนใหญ่จะไม่มีค่าธรรมเนียมในการสับเปลี่ยนกองทุน RMF ด้วย ดังนั้นหากคิดว่า LTF อย่างเดียวเสี่ยงเกินไป ลองแบ่งเงินลง RMF ช่วยจัดสรรเงินลงทุนระยะยาวไม่ให้เสี่ยงจนเกินไปนะครับ

3) เริ่มใหม่ด้วย DCA ลงทุนเพื่อวันข้างหน้า

อาจจะไม่ใช่ทางเลือกในปีนี้ เพราะการทำ “การลงทุนแบบเฉลี่ยต้นทุน : Dollar Cost Averaging” สำหรับปีนี้คงไม่ทันแล้ว แต่สำหรับปีหน้ายังไม่สายที่จะเริ่มลงทุนแบบ DCA คือ ลงทุนทุกๆ เดือนเท่าๆ กัน อย่างสม่ำเสมอ ตลอดทั้งปี ไม่ต้องกังวลว่าตลาดจะเป็นอย่างไรอีกแล้วในตอนนี้ ไม่ต้องเสียเวลานั่งเฝ้าว่าจะลงเมื่อไหร่ ถึงแม้ว่าวิธีนี้ไม่ทำให้เราได้ต้นทุนที่ต่ำที่สุด แต่เราจะได้ต้นทุนที่สมเหตุสมผล ซึ่งเป็นวิธีที่เหมาะกับนักลงทุนมือใหม่ หรือมือเก๋าที่ไม่มีเวลาจัดการหาจังหวะลงทุน LTF ของตัวเอง จากที่ได้พูดคุยกับมืออาชีพทั้งที่ปรึกษาทางการเงิน หรือแม้แต่ผู้จัดการกองทุนเอง หลายๆ คนยังเลือกใช้วิธีนี้กันเลยครับ เอาเวลาไปมุ่งกับงานดีกว่ามากังวลกับการลงทุน LTF กันนะครับ.

โดย : สานุพงศ์ สุทัศน์ธรรมกุล : บมจ.หลักทรัพย์ ฟิลลิป (ประเทศไทย)

Comment Box