ปรากฏการณ์ ‘บุพเพสันนิวาส’ ท่องเที่ยวไทยควรฉกฉวยโอกาสนี้อย่างไร



แม้จะอวสานไปแล้วเมื่อกลางเดือนเมษายน 2561 ที่ผ่านมา สำหรับ ‘บุพเพสันนิวาส’ ละครพีเรียดเรื่องดังซึ่งออกอากาศทางสถานีโทรทัศน์ไทยทีวีสีช่อง 3

เพราะนอกจากจะสร้าง ‘ปรากฏการณ์’ อันน่าชื่นชมหลาย ๆ อย่างแก่สังคมแล้ว ยังส่งแรงกระเพื่อมอันน่าสนใจแก่อุตสาหกรรมท่องเที่ยวไทยทั้งตลาดไทยเที่ยวไทยและต่างชาติเที่ยวไทย

ทั้งยังเป็นเครื่องมือสำคัญในการช่วยสร้างความรู้ความเข้าใจแก่ประชาชนคนไทยให้ได้เรียนรู้และสนใจประวัติศาสตร์ความเป็นมาของชาติ จนเกิดความรักและหวงแหนในเรื่องศิลปวัฒนธรรมที่ดีงามของไทย

ไม่ว่าจะเป็นกระแสนักท่องเที่ยว ‘แต่งไทยย้อนยุค’ ไปเที่ยวชมแหล่งโบราณสถานในจังหวัดพระนครศรีอยุธยาจุดหมายที่ถูกกล่าวถึงและเป็นฉากสำคัญของละครเรื่องนี้

ทำให้มีจำนวนนักท่องเที่ยวเพิ่มขึ้นหลายเท่าตัวโดยเฉลี่ยวันละกว่า 15,000 คน ตั้งแต่ละครเพิ่งออกอากาศได้เพียงไม่กี่ตอนเท่านั้น แม้ส่วนใหญ่จะยังเป็นการเดินทางแบบเช้าไปเย็นกลับในช่วงวันหยุดสุดสัปดาห์ แต่ก็นับว่าช่วยสร้างความคึกคักและเม็ดเงินสะพัดในพื้นที่ได้เป็นอย่างดี

ธุรกิจที่โดดเด่นเห็นจะเป็นร้านให้เช่าเครื่องแต่งกายไทยย้อนยุค หากพัฒนารูปแบบของสินค้าให้หลากหลายและโปรโมทให้ดีและยั่งยืน เชื่อว่าจะได้รับความนิยมอย่างต่อเนื่องจากนักท่องเที่ยว

เหมือนอย่างใน ‘เกียวโต’ ประเทศญี่ปุ่นที่ร้านให้เช่าชุดยูกะตะกับกิโมโนได้รับความสนใจจากนักท่องเที่ยวต่างชาติยามไปเยือนอย่างมาก ใครไปก็อยากใส่ชุดกิโมโนถ่ายรูปในแหล่งท่องเที่ยวเช่นวัดวาเก่าแก่เก็บไว้เป็นที่ระลึกกันทั้งนั้น แถมทางร้านยังทำตลาดให้ข้อมูลรายละเอียดและโปรโมชั่นเช่าชุดแก่ตลาดนักท่องเที่ยวไทยเป็นอย่างดี ภายในงานคอนซูแมร์แฟร์ด้านท่องเที่ยวหลาย ๆ งานในไทย เช่น งานเที่ยวทั่วไทยไปทั่วโลก ซึ่งจุดทุกเดือนกุมภาพันธ์และสิงหาคมของทุกปีที่ศูนย์การประชุมแห่งชาติสิริกิติ์

นอกจากนี้ แหล่งท่องเที่ยวในพระนครศรีอยุธยา อย่างวัดไชยวัฒนาราม วัดพุทไธศวรรย์ วัดธรรมาราม วัดเชิงท่า วัดพระราม พิพิธภัณฑสถานแห่งชาติเจ้าสามพระยา ป้อมเพชร วัดพระคริสตประจักษ์ เกาะใหญ่ สะพานบ้านดินสอ วังช้างอยุธยา อุทยานประวัติศาสตร์ และพิพิธภัณฑสถานแห่งชาติเจ้าสามพระยาแล้ว ยังส่งอานิสงส์ไปยังแหล่งท่องเที่ยวเชิงประวัติศาสตร์ในจุดหมายอื่น ๆ ด้วย เช่น ลพบุรี บ้านหลวงรับราชทูตพระนารายณ์ราชนิเวศน์ พระปรางค์สามยอด และพระที่นั่งไกรสรสีหราช

สมุทรปราการ เมืองโบราณ

กาญจนบุรี ตลาดน้ำกองถ่ายทำภาพยนตร์ ค่ายสุรสีห์

และสระบุรี หอวัฒนธรรมพื้นบ้านไทยวน ตลาดน้ำดาวเรือง

โดยการท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย (ททท.) ได้ใช้กระแสของละครดังเรื่องนี้ เพื่อต่อยอดดึงนางเอกของเรื่อง ‘แม่หญิงการะเกด’ รับบทโดยนางเอกสาวที่คนไทยทั้งประเทศต่างหลงรัก ‘เบลล่า-ราณี แคมเปน’ มาเป็นแม่เหล็กในการโปรโมทผ่านแคมเปญรณรงค์ชวนคนไทยแต่งกายชุดไทยไปเที่ยว ‘เมืองรอง’ ซึ่งเป็นนโยบายหลักของรัฐบาลที่ต้องการกระจายการใช้จ่ายของนักท่องเที่ยวไปยังเมืองรองมากขึ้น แทนการกระจุกตัวอยู่แต่ในเมืองท่องเที่ยวหลักเหมือนที่ผ่าน ๆ มา

หวังผลักดันให้ภาพรวมของเศรษฐกิจไทยเติบโตทั้งภาพรวม

ไม่เพียงเฉพาะเรื่องการท่องเที่ยวเท่านั้นละครบุพเพสันนิวาสยังปลุกกระแสความสนใจของคนไทยที่มีต่อ ‘อาหารไทย’ ด้วยทั้งอาหารคาวและหวานแบบโบราณกับปัจจุบัน

ไม่ว่าจะเป็นเมนู ‘กุ้งแม่น้ำเผา’ ตัวโตเนื้อหวานเคล้าน้ำจิ้มซีฟู้ดที่ทำเอาคนดูกลืนน้ำลายตามฉากคุณหญิงจำปาแกะเปลือกกินกุ้งอย่างเมามันมาแล้ว

หรือจะเป็นเมนู ‘มะม่วงน้ำปลาหวาน’ กับฉากแม่หญิงการะเกดชวนแม่หญิงจันทร์วาดเข้าครัวปรุงน้ำปลาหวาน ทำเอาคนดูถึงกับซี้ดปากอยากลิ้มรสความแซ่บของมะม่วงน้ำปลาหวานยิ่งนักในวันรุ่งขึ้น

รวมถึงเมนูของหวานตระกูลทองทั้งหลายของท้าวทองกีบม้า (ตองกีมาร์) ที่แม่หญิงการะเกดเฝ้าสังเกตการณ์ในครัวขณะคิดค้นสูตร

จนหลาย ๆ โรงแรมต้องขนเมนูเหล่านี้มาเป็นเมนูแนะนำ และยกขึ้นไลน์อาหารบุฟเฟ่ต์ทั้งมื้อกลางวันและมื้อค่ำเพื่อเอาใจลูกค้าคนไทยกันมาแล้ว

นอกจากกระแสการแต่งกายชุดไทยไปเที่ยวชมโบราณสถานและทานอาหารไทยเพื่อตามรอยละครแล้ว หลาย ๆ หน่วยงานทั้งภาครัฐและเอกชนต่างออกมาถกกันว่าควรจะ ‘ต่อยอด’ ปรากฏการณ์ของละครเรื่องบุพเพสันนิวาสอย่างไร

หนึ่งในนั้นคือข้อเสนอของคณะทำงานสานพลังประชารัฐด้านการส่งเสริมการท่องเที่ยวและไมซ์ (D3)

คุณชนินทธ์ โทณวณิก รองประธานกรรมการ และประธานคณะกรรมการบริหาร ดุสิตธานี อินเตอร์เนชันแนล ในฐานะหัวหน้าทีมภาคเอกชน คณะทำงานสานพลังประชารัฐ D3 ได้ให้ความเห็นในช่วงที่ละครบุพเพสันนิวาสกำลังออกอากาศและได้รับความนิยมอย่างสูงว่า ที่ผ่านมาคณะทำงานฯ ได้เสนอรายละเอียดเกี่ยวกับโมเดลการพัฒนาภาคท่องเที่ยวในจังหวัดพระนครศรีอยุธยา ภายใต้ชื่อโครงการ ‘เนรมิตอยุธยา’ หวังให้เกิดการปรับปรุงและพัฒนาให้อยุธยาเป็นเมืองท่องเที่ยวทางประวัติศาสตร์ชั้นนำของโลกโดยได้เสนอ ‘ตุ๊กตา’ ไปว่าต้องพัฒนาอะไรบ้างในกรอบวงเงินลงทุนระดับ 8 พันล้านบาท ตามตัวเลขการลงทุนที่คณะทำงานฯ ศึกษาไว้

เพื่อดึงนักท่องเที่ยวทั้งชาวไทยและต่างชาติไปท่องเที่ยวทำกิจกรรมทั้งการใช้บริการร้านอาหารซื้อสินค้าต่าง ๆ และค้างคืนที่นั่นให้มากขึ้น เพราะปัจจุบันกระแสการเดินทางส่วนใหญ่ยังเป็นแบบเช้าไปเย็นกลับอยู่ใช้เวลาท่องเที่ยวเพียง 2-3 ชั่วโมงเท่านั้น

ต่างจากอดีตเมืองหลวงอื่น ๆ เช่น ‘เกียวโต’ ซึ่งมีกระแสการเดินทางและค้างคืนจำนวนมากเฉลี่ย 2-3 คืนต่อคน

โดยจากสถิติเมื่อปี 2558 ระบุว่า มีนักท่องเที่ยวทั้งชาวญี่ปุ่นและต่างชาติเดินทางไปเที่ยวเกียวโตมากถึง 56.84 ล้านคน และเมื่อแยกย่อยเฉพาะนักท่องเที่ยวต่างชาติที่ค้างคืนอยู่ที่ 3.16 ล้านคน

“ที่ผ่านมามีข้อติดขัดเรื่องจำนวนหน่วยงานที่เกี่ยวข้องกับการพัฒนาเมืองอยุธยามีมากกว่า 20-30 หน่วยงาน รัฐบาล จึงควรรีบตัดสินใจว่าอยากให้อยุธยาเป็นแบบไหน และมีคำตอบที่ชัดเจนว่าจะเอาอย่างไร ต้องการให้หน่วยงานภาครัฐและเอกชนลงทุนฝั่งละเท่าไร หากรัฐบาลตอบรับและให้คำมั่น เชื่อว่าฝั่งเอกชนก็พร้อมช่วยผลักดันเต็มที่” คุณชนินทธ์กล่าว

คงต้องติดตามกันต่อไปว่ากระแสท่องเที่ยวเชิงประวัติศาสตร์ในอยุธยาและจังหวัดอื่น ๆ จะยืนความนิยมได้นานแค่ไหน หลังจากละครบุพเพสันนิวาสจบลงไป

และรัฐบาลจะมีท่าทีต่อการพัฒนาภาคท่องเที่ยวในอยุธยาอย่างไร เพื่อให้เป็นอดีตเมืองหลวงที่สามารถดึงดูดนักท่องเที่ยวทั้งไทยและต่างชาติได้อย่างยั่งยืน

เทียบชั้นเมืองเกียวโตของประเทศญี่ปุ่น!

+++++++++++++++++++

 

The Phenomenon of ‘Buppaesannivas’ (TV Drama) How Thailand Should Take Advantage of This Opportunity?

บุพเพสันนิวาส, อุตสาหกรรม, ท่องเที่ยวไทย Thailand’s TV drama ‘Buppaesannivas’ (means Love Destiny in English); the most famous retro drama broadcasted over Channel 3 had just ended in late April 2018. In spite causing ‘admirable phenomenon’ to society, ‘Buppaesannivas’ has passed on some powerful surges to Thai Tourism Industry both in domestic market (Thai tourists travel in Thailand) and international market (Foreign tourists travel to Thailand).

This can also be a significant tool to convince Thai people to learn and pay attention to the background of the nation and eventually cause the powerful love binding in Thailand’s precious arts and culture.

This includes the trends such as wearing the retro-Thai style costumes to visit historical sites in Phra Nakhon Si Ayutthaya province; the destination that was mentioned and was the main scene of this TV drama.

‘Buppaesannivas’ has increased a large number of tourists in the average of 15,000 people per day since it had just been broadcasted for few episodes. Even though mostly, people tended to visit this province for a one day trip during the weekend, this could very well bustle up tourism and generate wide-spreading incomes within the area.

One of the outstanding businesses must be the retro-Thai style costumes rental shops, which if this business can develop several forms of its products combining with good and sustainable promotions, this trend shall continue and gain more popularity from tourists.

บุพเพสันนิวาส, อุตสาหกรรม, ท่องเที่ยวไทย This is similar to ‘Kyoto’ in Japan where Yukata and Kimono costumes rental shops always attract a great number of tourists. Most of the tourists want to wear Kimono costume and be taken pictures with tourist attractions such as ancient temple for the memorable souvenir. Besides, most rental shops provide more information and costume rental promotion to Thai tourist market very well within several Tourism Consumer Fairs in Thailand such as Thai International Travel Fair, which is held every February and August of the year at Queen Sirikit National Convention & Exhibition Center.

Besides tourist attractions in Phra Nakhon Si Ayutthaya including Wat Chaiwattanaram temple, Wat Puttaisawan temple, Wat Thammaram temple, Wat Choeng Tha temple, Wat Phraram temple, Chao Phraya Pom Phetch National Museum, Prachak Christian Church, Koh Yai island, Ban Din Sor Bridge, Ayutthaya Elephant Palace, Chao Sam Phaya Historical Park and National Museum, Thai drama ‘Buppaesannivas’ has additionally benefited historical tourist attractions in other destinations, for example the royal house that welcomed King Narai’s envoy, Phra Prang Sam Yot and Chao Sam Phraya National museum in Lopburi, ancient city in Samut Prakan, Surasi Camp Floating Market in Kanchanaburi, and  Thaiwon Fork Culture Hall and Dao Rueng Floating Market in Saraburi.

 Tourism Authority of Thailand (TAT) has taken advantage of this famous Thai drama by having the leading role actress; named ‘Mae Ying Garagade’, acted by the adorable actress ‘Bella- Ranee Campen as the powerful magnet to promote tourism through the campaign to convince Thai people to wear Thai costumes, while traveling in the secondary cities, which is the major policy of the government to disseminate tourist spending down to the secondary cities even more rather than being overcrowded only in the major tourist cities like earlier days.

TAT hopes to push forward Thai economy’s growth in overall with this campaign, which besides the tourism, Thai drama ‘Buppaesannivas has provoked Thai people’s interests toward ‘Thai cuisine’ both for meat and sweet recipes in the previous and present times.

This includes ‘Grilled Giant River Prawn served with spicy seafood sauce that made the audiences drooling in the scene when Khun Ying Jampa was insanely ripping off the prawn shells, and eating all of them, or ‘Mango with Sweet Fish Sauce’ recipe in the scene when ‘Mae Ying Garagade’ coaxed ‘Mae Ying Chanvad’ to prepare sweet fish sauce, that made most audiences craving for the tasty sweet fish sauce in the next day.

And not forget to mention about the sweet recipes of ‘Tao Thong Geeb Ma’ (Marie Guimar) that ‘Mae Ying Garagade’ had kept watching in the kitchen, while Tao Thong Geeb Ma was creating each one of them.

In addition, the reputation of this Thai drama used to make many hotels listing all these menus as the recommended ones, and provided them in the buffet lines both for lunch and dinner times to please Thai customers.

Besides the trend of wearing Thai costumes to visit the ancient remains as well as dining Thai cuisine as the copycat of the Thai drama, several government and private agencies seemed to have some disputes on how to take advantage of the phenomenon of TV drama ‘Buppaesannivas’.

One of them was the suggestion from Public-Private Collaboration Working Group in Tourism and MICE (D3) as Mr. Chanin Tonawanik, Vice President, and CEO of Dusit International on behalf of the head of private sector team of Public-Private Collaboration Working Group (D3) said that during TV drama ‘Buppaesannivas’ was broadcasting, and gaining high popularity among the audiences, working group had submitted the proposal for tourism sector development model in Phra Nakhon Si Ayutthaya province, under the project called ‘Neramit Ayutthaya’. This project is hoped to improve and develop Ayutthaya as the world class’s historical tourist city, which this project may require as high as 8 billion baht of fund in accordance to the investing figure that the working group had already studied.

This model believes to attract a greater number of Thai and foreign tourists to travel, do activities and stay overnight because at the moment, most tourists prefer visiting the places for 2 – 3 hours a day only.

This is way difference from the former capital city as ‘Kyoto’, which has a large number of tourists who prefer traveling and staying overnight in average of 2 – 3 nights per person.

Statistic in 2015 indicated that Japanese and foreign tourists traveled to Kyoto as high as 56.84 million, and approximated 3.16 million of them preferred staying overnight in Kyoto city.

“At the moment, one of the obstacles was that there are more than 20 – 30 related agencies involved in Ayutthaya city development model. Therefore, government should quickly decide on how they want Ayutthaya city to become, and give distinctive answer on what they want to do, and how much government wants each side of government and private sectors to invest on, and eventually make the promises, then it makes believe that private sector shall be willing to fully push forward this model.” said Mr. Chanin.

This is the matter of keeping up on how long historical tourism trend in Ayutthaya and other provinces shall last, after TV drama ‘Buppaesannivas’ had already come to an end, and how government shall take the action toward tourism sector development in Ayutthaya and provide a great potential to this former capital city of Thailand in order to sustainably attract the number of Thai and foreign tourists in comparable to Kyoto city of Japan!

+++++++++++++++++++

รูปฉากกินกุ้งเผา / ทำมะม่วงน้ำปลาหวาน>>สถานีโทรทัศน์ไทยทีวีสีช่อง3

รูปวัดในอยุธยา>>travelblog.expedia.co.th

 

 

Comment Box