ปลุกท่องเที่ยว ‘ลุ่มแม่น้ำโขง’ เชื่อมโยงประเทศเพื่อนบ้าน กระตุ้นรายได้ภาคอีสาน



เมื่อปลายเดือนมิถุนายนที่ผ่านมา ‘นครพนม’ ได้รับเลือกให้เป็นสถานที่จัดการประชุมท่องเที่ยวอนุภูมิภาคลุ่มแม่น้ำโขง หรือ แม่โขง ทัวริสซึ่ม ฟอรั่ม 2018 (MTF 2018)

นับเป็นเวทีการประชุมประจำปีสำหรับผู้เชี่ยวชาญด้านท่องเที่ยวในอนุภูมิภาคลุ่มแม่น้ำโขงของประเทศสมาชิกGreater Mekong Subregion (GMS) ซึ่งประกอบไปด้วย 6 ประเทศ คือ กัมพูชา จีน (เฉพาะจังหวัดยูนนานและเขตปกครองตัวเองกวางสี) สปป.ลาว เมียนมา ไทย และเวียดนามมีผู้เข้าร่วมงานมากกว่า 500 คน

นอกเหนือจากที่ประชุมคณะทำงานด้านการท่องเที่ยวระหว่างผู้แทนสำนักงานประสานความร่วมมือการท่องเที่ยวลุ่มแม่น้ำโขงและผู้แทนธนาคารพัฒนาเอเชีย (เอดีบี) ได้หารือเพื่อส่งเสริมและพัฒนาการตลาดท่องเที่ยวร่วมกัน รวมถึงสถานการณ์ท่องเที่ยวของประเทศสมาชิกในรอบ 1 ปีที่ผ่านมาแล้ว ยังมีการพูดคุยเกี่ยวกับความคืบหน้าของการดำเนินงานตามแผนยุทธศาสตร์การท่องเที่ยวอนุภูมิภาคลุ่มน้ำโขง ปี 2558-2568 และประเด็นสำคัญที่จะส่งเสริมร่วมกันในระยะยาว

คุณอิทธิพล คุณปลื้ม ผู้ช่วยรัฐมนตรีประจำนายกรัฐมนตรี เล่าว่า เหตุผลที่เลือก ‘นครพนม’ ให้เป็นที่จัดประชุม MTF 2018 เพราะเป็นศูนย์กลางด้านการท่องเที่ยวในกลุ่มอนุภูมิภาคลุ่มแม่น้ำโขง มีจุดเด่นเรื่องยุทธศาสตร์ที่ตั้งติดริมฝั่งแม่น้ำโขง เป็นศูนย์กลางวัฒนธรรมไทย ลาว และเวียดนาม

นอกจากนี้ ยังมีสถานที่สำคัญทางพุทธศาสนา รวมถึงมีโครงสร้างพื้นฐานที่ทันสมัย และการเชื่อมโยงภาคพื้นดินและทางอากาศที่สะดวกด้วย

สอดคล้องกับมุมมองของคุณ Jens Threatheart ผู้อำนวยการสำนักงานประสานงานความร่วมมือด้านการท่องเที่ยวอนุภูมิภาคลุ่มแม่น้ำโขง กล่าวว่า การท่องเที่ยวสามารถผลักดันให้เกิดการเปลี่ยนแปลงชีวิตของผู้คนให้ดีขึ้น ด้วยการทำความเข้าใจร่วมกันและยังสามารถผลักดันการเปลี่ยนแปลงในรูปแบบที่เราสามารถรับมือกับปัญหาร้ายแรงต่าง ๆ ได้ เช่น การเจริญเติบโตด้านการท่องเที่ยวที่มากเกินไป รวมถึงมลพิษที่เกิดจากพลาสติก

นครพนม, ท่องเที่ยว, ท่องเที่ยวเชิงพระพุทธศาสนา, ลุ่มแม่น้ำโขง, กระตุ้นรายได้, ภาคอีสาน

นอกเหนือจากการประชุมเรื่องการส่งเสริมท่องเที่ยวร่วมกันแล้ว อีกหนึ่งประเด็นที่มีการพูดคุยกันบนเวทีสัมมนา คือ ‘การท่องเที่ยวเชิงพระพุทธศาสนา’ (Buddhist Tourism)

เพราะไม่เพียงแต่ดึงดูดนักท่องเที่ยวต่างชาติเข้าสู่ประเทศสมาชิก GMS แต่ยังรวมถึงการเดินทางท่องเที่ยวภายในประเทศ ส่งผลดีต่อเศรษฐกิจท้องถิ่นของนครพนม

“นครพนมมีความสำคัญในการเป็นศูนย์กลางการท่องเที่ยวเชิงพระพุทธศาสนาในภาคตะวันออกเฉียงเหนือของไทย โดยประเทศไทยเองมีความพร้อมที่จะเป็นผู้ประสานงานการท่องเที่ยวเชิงศาสนาพุทธในภูมิภาคเอเชียรวมถึงเอเชียตะวันออกเฉียงใต้อย่างมาก” คุณอิทธิพลกล่าว

ทั้งนี้ ในแถบอนุภูมิภาคลุ่มแม่น้ำโขง พบว่า มีกว่า 150 ธุรกิจขนาดย่อมมุ่งส่งเสริมการท่องเที่ยวภายในชุมชน เพื่อส่งเสริมความเท่าเทียมและกระจายรายได้สู่ชุมชนอีกด้วย

ด้านคุณวีระศักดิ์ โควสุรัตน์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬา กล่าวว่า นอกเหนือจากการที่ประเทศไทยได้ใช้เวทีนี้แสดงถึงศักยภาพในการเป็นผู้นำด้านการท่องเที่ยวเชิงพระพุทธศาสนา ซึ่งจะนำไปขยายผลต่อไปในการท่องเที่ยวแถบลุ่มน้ำโขงและเอเชียอย่างเป็นรูปธรรมต่อไปแล้ว ยังถือเป็นโอกาสดีที่ได้โชว์ให้ผู้ประกอบการท่องเที่ยวเห็นศักยภาพของนครพนม ซึ่งเป็นจุดเชื่อมโยงการเดินทางสำคัญ เพราะมีเส้นทางคมนาคมทางบกที่เชื่อมโยงกับประเทศสมาชิกลุ่มแม่น้ำโขง เช่น เส้นทางอาร์ 12 ที่เชื่อมไทย ลาว เวียดนาม และตอนใต้ของจีน ขณะเดียวกันยังมีความพร้อมเรื่องสนามบินอีกด้วย

โดยกระทรวงการท่องเที่ยวฯ คาดหวังว่าเวที MTF ครั้งนี้จะมีส่วนช่วยกระตุ้นรายได้ท่องเที่ยวของภาคอีสาน จากปัจจุบันรายได้ท่องเที่ยวของภูมิภาคนี้ครองสัดส่วนเพียง 2.9% ของรายได้ท่องเที่ยวทั้งหมดของไทยเท่านั้น

คุณสมชาย วิทย์ดำรงค์ ผู้ว่าราชการจังหวัดนครพนม เล่าว่า ทางจังหวัดนครพนมคาดว่าตลอดปีนี้จะมีนักท่องเที่ยวทั้งไทยและต่างชาติรวม 1.4-1.5 ล้านคน และมุ่งโปรโมทตลาดนักท่องเที่ยวต่างชาติให้เดินทางเข้านครพนมมากขึ้น จากปัจจุบันมีสัดส่วนเพียง 10% เท่านั้น

ผ่านสินค้าท่องเที่ยวภายใต้แนวคิด ‘3 ธรรม’ ไม่ว่าจะเป็นการท่องเที่ยวเชิงพระพุทธศาสนา (ธรรมะ), ธรรมชาติและวัฒนธรรมของชนเผ่าในท้องถิ่น

ด้านการพัฒนาโครงสร้างพื้นฐานและสิ่งอำนวยความสะดวก ทางจังหวัดนครพนมได้พัฒนาทางจักรยานสำหรับปั่นเลียบแม่น้ำโขงเป็นระยะทางรวมกว่า 75 กิโลเมตร

นครพนม, ท่องเที่ยว, ท่องเที่ยวเชิงพระพุทธศาสนา, ลุ่มแม่น้ำโขง, กระตุ้นรายได้, ภาคอีสาน

ตั้งต้นจากสะพานมิตรภาพไทย-ลาวแห่งที่ 3 ไปจนถึงพระธาตุพนม คาดว่าจะก่อสร้างแล้วเสร็จภายในปี 2562 เพื่อรองรับการโปรโมทเส้นทางจักรยานทัวร์เดอโขง โดยปัจจุบันก่อสร้างในระยะทาง 14 กิโลเมตรแรกเสร็จแล้ว จากสะพานมิตรภาพฯ ถึงแลนด์มาร์กแห่งใหม่ อย่างรูปปั้นพญาศรีสัตตนาคราช ซึ่งกำลังได้รับความนิยมจากนักท่องเที่ยวมากราบไหว้ขอพรกันจำนวนมาก

ช่วยให้นักท่องเที่ยวสามารถเช่ารถจักรยานขี่เลียบแม่น้ำโขง ชื่นชมวิวทิวทัศน์โดยเฉพาะเทือกเขาบนฝั่งสปป.ลาวได้อย่างสะดวกสบาย

คุณวไลลักษณ์ น้อยพยัคฆ์ ผู้อำนวยการภูมิภาคอาเซียน เอเชียใต้ และแปซิฟิกใต้ การท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย (ททท.) เปิดเผยว่า แนวทางการทำตลาดท่องเที่ยวร่วมกันในประเทศสมาชิกกลุ่มลุ่มน้ำโขงจะไม่เน้นขายเพียงประเทศเดียวอีกต่อไป แต่จะผนึกการขายสินค้าท่องเที่ยวของประเทศเพื่อนบ้านเข้าไปด้วย

โดยในปีที่ผ่านมา ททท.ได้นำเสนอให้ผู้ประกอบการท่องเที่ยวนำเส้นทางภายใต้ธีมโรแมนติก ไปเชื่อมโยงกับแหล่งท่องเที่ยวของประเทศเพื่อนบ้าน

เช่น เส้นทางระยอง-จันทบุรี-ตราด-สีหนุวิลล์-เสียมเรียบ-ฟูก๊วก รวมไปถึงเส้นทางเชื่อมโยงอื่น ๆ ที่น่าสนใจอย่างเส้นทางอุดรธานี-หนองคาย-เวียงจันทน์ และเส้นทางเชียงใหม่-ลำปาง-มัณฑะเลย์ เชื่อมโยงการเดินทางด้วยสายการบินหรือรถยนต์ตามความชอบ

เพื่อให้นักท่องเที่ยวได้เลือกเดินทางสัมผัสประสบการณ์จากการเดินทางท่องเที่ยวรูปแบบใหม่ ๆ โดยขณะนี้กำลังได้รับความสนใจจากนักท่องเที่ยวตลาดยุโรปและสหรัฐอเมริกาอย่างมาก

**********************************

Evoke Tourism in the ‘Greater Mekong Subregion’

To Connect Neighbor Countries and Stimulate Isan Revenue

In late June this year, ‘Nakhon Phanom’ had been chosen as the convention venue for tourism in the Greater Mekong Subregion or Mekong Tourism Forum 2018 (MTF 2018).

This forum is considered as the annual convention stage for tourism experts of the members of the Greater Mekong Subregion (GMS), which includes 6 countries as Cambodia, China (especially for Yunnan and Guangxi Autonomous Region), Lao People’s Democratic Republic, Myanmar, Thailand and Vietnam, with over 500 participants.

The forum was held among the tourism working group between the representatives from the Greater Mekong Subregion Collaboration Office and representatives from Asian Development Bank (ADB) in order to find the way to jointly promote and develop tourism marketing as well as analyze tourism circumstance of member countries within the previous one year cycle, besides, the quorum additionally discussed upon the progress of the execution in the respect of the Greater Mekong Subregion Strategy 2015 – 2025, and main topics to be promoted together in the long run.

Mr. Ittipol Khunpluem, Assistant to Prime Minister’s Office Minister said that the reason to choose ‘Nakhon Phanom’ as the venue for MTF 2018 was because this province is the tourism hub in the Greater Mekong Subregion since it is located adjacent to Mekong river bank, while the province is the center of Thai, Lao and Vietnam cultures.

Besides, Nakhon Phanom features some major Buddhist sites as well as modern infrastructure and convenient ground and by air connection.

Mr. Jens Threatheart, Director of the Greater Mekong Subregion Collaboration Office expressed similar opinion that tourism could push forward the change in people’s living for better if everyone agrees on them, and help us to take up several serious troubles such as the excess tourism growth and pollution caused from plastics.

นครพนม, ท่องเที่ยว, ท่องเที่ยวเชิงพระพุทธศาสนา, ลุ่มแม่น้ำโขง, กระตุ้นรายได้, ภาคอีสาน

Besides the convention on joint tourism promotion, the other topic being discussed on seminar stage was Buddhist Tourism because this could not only attract foreign tourists to travel to GMS member countries, but also benefit Nakhon Phanom’s local economy caused by domestic travel volume.

“Nakhon Phanom is considered as the hub for Buddhist Tourism in the North Eastern region of Thailand, which Thailand is so ready to become the coordinator for Buddhist Tourism in Asia and South East Asia” said Mr. Ittipol.

In addition to the Greater Mekong Subregion, it was founded over 150 small size businesses that aimed to support local community tourism in order to promote equality and revenue dissemination to community.

Mr. Weerasak Kowsurat, Minister of Tourism and Sports said that rather than the concrete benefits to the tourism in the Greater Mekong Subregion received from the declaration as the leader of Buddhist Tourism in the forum, this was a golden opportunity to show the capacity of Nakhon Phanom to tourism entrepreneurs, which is the major travel connecting point because the province features ground transporting route to connect with the Greater Mekong Subregion such as R-12 route that connects Thailand, Lao, Vietnam and Southern China, while Nakhon Phanom also features an airport.

นครพนม, ท่องเที่ยว, ท่องเที่ยวเชิงพระพุทธศาสนา, ลุ่มแม่น้ำโขง, กระตุ้นรายได้, ภาคอีสาน

Ministry of Tourism and Sports expected that this MTF stage partly helps stimulating tourism revenue of Isan region as currently, tourism revenue of this region proportionally dominate by only 2.9% of overall Thai tourism revenue.

Mr. Somchai Witdumrong, Nakhon Phanom Governor said that the province expects the figure of 1.4 – 1.5 million tourists both Thai and foreigner throughout the year, and aims to promote foreign tourist market to travel to Nakhon Phanom in greater number (currently, it dominated by 10% only), through tourism products as Buddhist Tourism, Nature and tribe culture in locality.

In addition to infrastructure and facility development, Nakhon Phanom is developing bicycle route for cycling along Mekong river in a distance of 75 km.

The route begins from the 3rd Thai – Lao Friendship Bridge to Phra That Phanom, which is expected to complete the construction within 2019 to take up the promotion of Tour the Kong bicycle route. Currently, the first 14 km construction had already been completed from the 3rd Thai – Lao Friendship Bridge to a new landmark as Phaya Srisattanakarach statue, which this place is so popular among tourists for worshiping and blessing at the moment. Additionally, tourist can rent bicycle and goes cycling along Mekong river to conveniently witness the scenery especially the mountain range over Lao’s bank.นครพนม, ท่องเที่ยว, ท่องเที่ยวเชิงพระพุทธศาสนา, ลุ่มแม่น้ำโขง, กระตุ้นรายได้, ภาคอีสาน

Mrs. Walailuck Noipayak, Director in ASEAN, South Asia and Pacific regions, Tourism Authority of Thailand  (TAT) revealed that the guide for the joint tourism marketing in the group of the Greater Mekong Subregion member countries shall not emphasize to sell for the sole country anymore, but bind up tourism product selling of neighbor countries as well.

Last year TAT proposed tourism entrepreneurs to use the routes under romantic theme to connect with tourist attractions of neighbor countries, for example Rayong – Chanthaburi – Trad – Sihanoukville – Siem Reap – Phu Quoc route and other interesting connecting routes as Udon Thani – Nong Khai – Vientiane route and Chiang Mai – Lampang – Mandalay route to connect the travel by airlines or car as preferred.

These shall give options for tourists to choose the method to experience a new form of travels, which greatly attracts a large number of European and American tourists at the moment

+++++++++++++++++++++++++++++

ที่มา: นิตยสาร THAI HOTELS & TRAVEL_AUGUST-SEPTEMBER 2018

Comment Box