Sun. Sep 23rd, 2018
5 วิธีจัดเมนู ‘บุฟเฟต์’ ได้ใจลูกค้ารักสุขภาพ

5 วิธีจัดเมนู ‘บุฟเฟต์’ ได้ใจลูกค้ารักสุขภาพ

บุฟเฟต์’ ถือเป็นรูปแบบการนำเสนอขายอาหารยอดฮิตที่ทุกโรงแรม ต้องมี ไม่มื้อใดก็มื้อหนึ่ง เพื่อตอบโจทย์ความต้องการของลูกค้า ซึ่งชอบหา ของอร่อยๆ มีให้เลือกหลากหลายทั้งของคาวของหวานแบบกินได้ไม่อั้น คุ้มค่าเงินในกระเป๋าที่จ่ายไป แต่ด้วยกระแสรักสุขภาพที่กำลังมาแรงในปัจจุบัน ทำให้ทัศนคติการกินของลูกค้าเปลี่ยนไป จากเคยเน้นกินให้อิ่มและคุ้มมากที่สุด ก็หันมาใส่ใจสุขภาพและควบคุมน้ำหนักมากขึ้น บุฟเฟต์จึงกลายเป็นศัตรูของความมีสุขภาพดี ในสายตาลูกค้าหลายรายอย่างห้ามไม่ได้ คอลัมน์ ‘In The Kitchen’ ฉบับนี้ จึงขอนำเสนอ ‘5 วิธี จัดเมนูบุฟเฟต์ ได้ใจลูกค้าสายรักสุขภาพ’ ให้ได้นำไปปรับใช้กัน

เมนูบุฟเฟต์

1. เลือกเสิร์ฟอาหารที่เป็นมิตรต่อสุขภาพลูกค้า ขอย้ำว่าต้องใส่ใจทุกขั้นตอนจริงๆ เริ่มตั้งแต่การเลือกวัตถุดิบให้ได้คุณภาพ เพราะเดี๋ยวนี้ลูกค้าไม่ได้สักแต่กิน เอาความคุ้มค่าอย่างเดียว พวกเขาสามารถพิจารณาความสดใหม่และรสชาติของอาหารได้ดีไม่แพ้คนในครัว หากของไม่สด รสชาติไม่ได้เรื่อง หรือลูกค้าจับได้ว่าเสิร์ฟอาหาร ค้างคืนขึ้นมาแล้วล่ะก็ เตรียมรออ่านคอมเมนต์เชิงลบบน โซเชียลมีเดียได้เลย

ส่วนขั้นตอนการปรุง โดยเฉพาะเมนูผัดและทอดที่ลูกค้า สายรักสุขภาพค่อนข้างกังวล ควรใช้น้ำมันในการปรุง แต่พอดี อย่าให้ลูกค้าจับได้เชียวว่าพ่อครัวเผลอทำน้ำมันหก ฟากเมนูที่มีส่วนประกอบของผัก ควรใส่ใจตั้งแต่ขั้นตอน การล้าง หั่น และปรุง เพื่อป้องกันไม่ให้สูญเสียวิตามิน มากเกินความจำเป็น โดยเฉพาะวิตามินที่สามารถละลายน้ำได้ ไม่ว่าจะเป็นโฟเลต ไทอาซีน วิตามิน B6 และวิตามิน C ซึ่งอาจสูญเสียไปเป็นจำนวนมาก หากอยู่กับความร้อนและน้ำในปริมาณที่มากเกินไป อย่างไรก็ดี อย่าเพิ่งกังวลว่าวิตามินทั้งหมดจะถูกทำลายไปเสียหมด เพราะวิตามิน A ไรโบเฟลวิน ไนอาซิน รวมถึงเกลือแร่ต่างๆ และไฟเบอร์ยังอยู่ครบถ้วน

2. มีเมนูไร้ไขมันและแคลอรี่น้อยพร้อมเสิร์ฟ อาหารบุฟเฟต์ในช่วงมื้อกลางวันและค่ำ จะมีเนื้อสัตว์ให้เลือกหลากชนิด เชื่อว่าลูกค้าหลายคนยังต้องการพลังงานจากโปรตีนอยู่ ส่งผลให้ตัวเลือกที่ดีที่สุดสำหรับการควบคุมน้ำหนัก คือ เนื้อปลาและอกไก่ ซึ่งมีปริมาณไขมันน้อยกว่าเนื้อหมูและเนื้อวัว หากโรงแรมของคุณมีเมนูซุป ก็ควรจัดเตรียมซุปแบบใสไว้เป็นอีกหนึ่งตัวเลือกด้วย ไม่ควรมีเฉพาะซุปแบบข้นซึ่งมีแคลอรี่สูงกว่าเพียงอย่างเดียว หรือถ้าเป็นไปได้ จะลองเพิ่มมุม ‘อาหารคลีน’ พร้อมเสิร์ฟมาทดลองตลาดก็น่าสนใจไม่น้อยสำหรับลูกค้าสายเฮลธ์ตี้ที่มองหาอาหารดีต่อสุขภาพ ไร้การปรุงแต่งจากไขมันและโซเดียมน้อยที่สุด

3. มีเมนูสลัดให้เลือกหลากหลาย จัดการเฟ้นเมนูสลัดชั้นดีขึ้นโต๊ะ โดยเฉพาะผักสดกรอบและธัญพืชเปี่ยมคุณประโยชน์หลากหลายชนิด เชื่อเหลือเกินว่าเมนูนี้จะถูกใจลูกค้าคุณผู้หญิง ซึ่งนิยมตักสลัดมากินเป็น เมนูแรกแน่นอน เนื่องจากใยอาหารจะช่วยให้รู้สึกอิ่มเร็ว ลดความอยากอาหารที่มีส่วนของคาร์โบไฮเดรตและไขมันได้ด้วย ที่สำคัญควรตั้งชามน้ำสลัดที่เป็นน้ำมันมะกอก หรือน้ำมันคาโนล่า วางเคียงกับน้ำสลัดตัวอื่นๆ ให้ลูกค้าได้เลือก โดยพนักงานสามารถแนะนำลูกค้าเพิ่มเติมได้ว่า น้ำมันเหล่านี้ เป็นไขมันดี ช่วยละลายวิตามิน A D E และ K ทำให้ร่างกายได้ประโยชน์จากสารอาหารอย่างเต็มที่

4. เลือกเครื่องดื่มที่มีแคลอรี่น้อย มีเครื่องดื่มแคลอรี่ต่ำให้ลูกค้าได้เลือก เช่น น้ำเปล่า น้ำผักผลไม้ น้ำสมุนไพร และชา แทนน้ำอัดลมรสหวานซ่า และเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ที่มีแคลอรี่สูง

5. จัดเตรียมจานขนาดเล็กไว้เป็นทางเลือก เคาน์เตอร์อาหารบุฟเฟต์ในโรงแรมส่วนใหญ่ จะมีจาน ใหญ่วางเป็นตั้งๆ รออยู่แล้ว โดยลูกค้าหลายรายมักจะตัก อาหารใส่จานใหญ่เกินความต้องการ และกินเหลืออย่าง น่าเสียดาย การนำจานขนาดเล็กมาใช้ในห้องอาหาร จะ ช่วยให้ลูกค้าพิจารณาเมนูอาหารอย่างถี่ถ้วนก่อนเลือกตัก กะปริมาณอาหารที่พอดีกินได้ดีขึ้น และยังช่วยลดปัญหา กินทิ้งกินขว้างอีกด้วย