Sat. Sep 22nd, 2018
ผู้ประกอบการโรงแรมเบนเข็ม จับตลาดกลุ่มไมซ์

ผู้ประกอบการโรงแรมเบนเข็ม จับตลาดกลุ่มไมซ์

เมื่อมาถึงช่วงโค้งสุดท้ายปลายปี เป็นที่แน่นอนแล้วว่าภาคธุรกิจท่องเที่ยวไทย ได้แต่เพียงผงกหัวขึ้นจากความซบเซาเพราะพิษจากสถานการณ์ทางการเมืองที่เกิดขึ้นเป็นระยะเวลายาวนานในช่วงที่ผ่านมา จนทลายฝันผู้ประกอบการท่องเที่ยว เพราะนักท่องเที่ยวที่เคยวาดฝันจะแห่เข้ามาเที่ยวไทยอย่างคึกคักในปีนี้ กลับหดหายไปไม่ใช่น้อย เพราะแรกเริ่มเมื่อต้นปี 2557 คาดมีจำนวนนักท่องเที่ยวต่างชาติมาก 30.27 ล้านคน ขยายตัวจากปี 2556 ที่ 13.29% โดยจะมีรายได้จากการท่องเที่ยวคิดเป็นจำนวนเงิน 1.344 ล้านล้านบาท เพิ่มขึ้นจากปี 2556 ที่ 15.1%

แต่ด้วยปัญหาทางการเมืองที่ลากยาว ล่าสุด คุณกอบกาญจน์ วัฒนวรางกูร รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬา แม่ทัพใหญ่ของวงการท่องเที่ยวขณะนี้ ได้ออกมายอมรับว่าจำนวนนักท่องเที่ยวปีนี้ น่าจะอยู่ที่ 25.5 ล้านคน ลดลงจากปีที่ผ่านมาประมาณ 1 ล้านคน เนื่องจากช่วงต้นปีมีการเปลี่ยนแปลงทางการเมือง แต่เชื่อว่าในปี 2558 บรรยากาศท่องเที่ยวไทยจะสดใส พร้อมทั้งการันตีว่าแม้รัฐบาลยังคงคำประกาศกฎอัยการศึกไว้นั้น ก็ไม่สร้างผลกระทบอะไรต่อภาคการท่องเที่ยว โดยชี้ให้เห็นว่าปัจจุบันจำนวนนักท่องเที่ยวจากยุโรป อังกฤษ และจีนก็ไม่ตก ตรงกันข้ามสัญญาณการท่องเที่ยวไทยนับจากนี้กลับเป็นไปในทิศทางบวก

แนะรัฐปรับกระบวนยุทธ์จับกลุ่มนิชมาร์เก็ต

แต่ประเด็นที่รัฐมนตรีได้แสดงความคิดเห็นนั้น ยังมีบางประการที่ยังคลาดเคลื่อน เมื่อเทียบกับความคิดเห็นของผู้ประกอบการที่ประสบปัญหาเหล่านี้โดยตรง เพราะอย่างคุณสุรพงษ์ เตชะหรูวิจิตร นายกสมาคมโรงแรมไทย (ทีเอชเอ) ออกมายอมรับว่าแนวโน้มการท่องเที่ยวไทยปีหน้ายังไม่เห็นสัญญาณจะฟื้นตัวเต็มที่ เพราะนักท่องเที่ยวตลาดหลักของไทย อย่างจีน รัสเซีย มีแนวโน้มเดินทางออกนอกประเทศลดลง หลังเกิดปัญหาเศรษฐกิจและการเมืองในรัสเซีย ส่วนเศรษฐกิจจีนก็ยังชะลอตัว ประกอบกับประเทศไทยยังไม่ปลดล็อคกฎอัยการศึก ซึ่งส่งผลต่อการตัดสินใจของนักท่องเที่ยวมากพอสมควร

สิ่งที่เป็นไปได้ในการช่วยแก้ปัญหาผู้ประกอบการโรงแรมไทยเห็นว่าหน่วยงานภาครัฐต้องเร่งปรับกลยุทธ์การตลาด มุ่งเจาะกลุ่มนักท่องเที่ยวคุณภาพมากขึ้น เช่น กลุ่มจัดประชุมสัมมนาและนิทรรศการ (ไมซ์) ตลาดนักท่องเที่ยวความสนใจเฉพาะ (นิชมาร์เก็ต) เช่น กอล์ฟ ดำน้ำ สปา เพิ่มขึ้น รวมถึงขยายฐานนักท่องเที่ยวตลาดใหม่ เพื่อสร้างรายได้การท่องเที่ยวไทยให้ได้ตามเป้าหมาย 2.2 ล้านล้านบาท ซึ่งสมาคมฯ ยังคงมองว่าเป็นไปได้ยาก

“ตอนนี้ผู้ประกอบการโรงแรมและธุรกิจที่เกี่ยวเนื่อง ต่างต้องปรับตัวอย่างหนัก เพราะภาพรวมการเดินทางยังไม่กระเตื้องวัดได้จากยอดการจองไฮซีซั่นที่ไม่คึกคักมากนัก ส่วนหนึ่งเป็นเพราะโรงแรมที่ผิดกฎหมายกว่า 4 แสนห้อง ออกมาแข่งขันตัดราคาอย่างดุเดือดกับโรงแรมที่ถูกกฎหมายที่มีอยู่ 3.8 แสนห้อง”

โรงแรมดุสิตฯ ชูกลยุทธ์จับโดเมสติกไมซ์

สอดคล้องกับคุณชัชวาลย์ ศุภชยานนท์ กรรมการผู้จัดการโรงแรมดุสิตธานี พัทยา และในฐานะที่ปรึกษากิตติมศักดิ์ สมาคมโรงแรมไทย ที่ได้สะท้อนมุมมองว่ากลุ่มประชุม สัมมนาที่มาใช้บริการที่โรงแรมมากในช่วงวันหยุดสุดสัปดาห์คิดเป็นสัดส่วนถึง 50 – 60% ของทุกตลาดที่มาใช้บริการ จึงช่วยให้อัตราเข้าพักเฉลี่ยที่โรงแรม 80% ทรงตัวเมื่อเทียบกับปีก่อน จึงเห็นว่าตลาดคนไทยถือเป็นตลาดที่สำคัญมาก ในการช่วยผู้ประกอบการโรงแรมในช่วงที่ภาคการท่องเที่ยวยังไม่ฟื้นตัวเต็มที่ และมีสัญญาณบ่งบอกว่าอาจลากยาวถึงปี 2558 โดยเฉพาะพื้นที่เมืองพัทยา ที่ตลาดหลักอย่างเกาหลี จีน รัสเซีย ปัจจุบันลดลงไปมาก ผู้ประกอบการต้องหันจับกลุ่มตลาดคนไทยเข้ามาชดเชย อีกทั้งยังต้องประสบปัญหาโรงแรมที่ไม่ได้จดทะเบียนถูกต้องตามกฎหมายซึ่งมีอยู่เป็นจำนวนมาก ตัดราคาห้องพักแข่งขัน เหล่านี้ล้วนเป็นปัญหาที่ต้องการให้ภาครัฐช่วยเร่งดำเนินการแก้ไข

“สำหรับปีหน้าโรงแรมดุสิตธานี พัทยา ก็คงให้น้ำหนักตลาดคนไทยมากขึ้นอีก เพราะด้วยพื้นฐานโรงแรม พึ่งตลาดคนไทยมาตั้งแต่เปิดบริการ โดยเน้นที่ตลาดประชุม สัมมนาท่องเที่ยวเพื่อเป็นรางวัล โดยเฉพาะกลุ่มผู้ทำงานในเขตนิคมอุตสาหกรรมแหลมฉบัง มาบตาพุด ให้มาจัดงานที่โรงแรมขณะที่โรงแรมอื่นในพัทยาก็คงจะให้น้ำหนักตลาดคนไทยมากขึ้นเช่นกัน หลังยังไม่เห็นสัญญาณต่างชาติฟื้นตัวกลับมาเต็มที่ ซึ่งเชื่อว่าแต่ละโรงแรมคงต้องปรับกลยุทธ์การตลาดให้แตกต่างจากที่เป็นอยู่ในปัจจุบัน เพื่อสอดรับกับภาวะการณ์ที่จะเกิดขึ้นในปี 2558”

นักท่องเที่ยวยังหวั่นกฏอัยการศึก หันไปเที่ยวประเทศเพื่อนบ้าน

เช่นเดียวกับคุณรณชิต มหัทธนะพฤทธิ์ รองประธานอาวุโสฝ่ายการเงินและการบริหาร บริษัทโรงแรมเซ็นทรัลพลาซ่า จำกัด (มหาชน) ผู้บริหารโรงแรมและรีสอร์ทในเครือเซ็นทารา ยอมรับว่าปีนี้ตลาดไมซ์จะทำรายได้ลดลงไปสมควร โดยในส่วนของโรงแรมเซ็นทาราแกรนด์ แอท เซ็นทรัลเวิลด์คาดว่าจะมีรายได้ไม่ถึง 300 ล้านบาท น้อยกว่าปีก่อนที่ทำไว้ 400 ล้านบาท เนื่องจากประเทศเป้าหมายในยุโรปและสหรัฐอเมริกายังคงกังวลในการเดินทางมาไทยในภาวะกฎอัยการศึก ซึ่งจะไม่อยู่ในเงื่อนไขการประกันการเดินทาง จึงตัดสินใจเลื่อนหรือยกเลิกการเดินทางมาไทย และหันไปเลือกจุดหมายใกล้ๆ เช่น สิงคโปร์ ฮ่องกง และมาเลเซียแทน ขณะที่กลุ่มโรงแรม ก็ต้องปรับกลยุทธ์ด้วยการหันมาเจาะกลุ่มประชุมสัมมนาจากไทยและประเทศในเอเชีย แต่คาดว่าในปี 2558 จะเริ่มเห็นการฟื้นตัวเข้าสู่ภาวะปกติ ทุกโรงแรมน่าจะกลับมามีอัตราเฉลี่ยเป็น 80% ได้อีก โดยมีกลุ่มประชุมสัมมนา เป็นแรงผลักดันให้ธุรกิจกลับมาคึกคักอีกครั้ง

ตั้งความหวังที่ตลาดไมซ์

ขณะที่คุณสุเมธ สุทัศน์ ณ อยุธยา นายกสมาคมส่งเสริมการประชุมนานาชาติ (ไทย) หรือทิก้า ผู้คร่ำหวอดในวงการจัดประชุม สัมมนา เน้นย้ำให้เห็นว่าตลาดธุรกิจการจัดประชุมสัมมนาในช่วงที่ผ่านมา ลดลงไปประมาณ 40% แม้ว่าจะเข้าสู่ไฮซีซันแล้วก็ตาม ทำให้สมาคมคาดการณ์ว่าปีนี้ภาพรวมตลาดประชุม สัมมนาน่าจะติดลบประมาณ 40% เนื่องจากกลุ่มบริษัทหรือองค์กรต่างประเทศ ล้วนต้องวางแผนการจัดงานล่วงหน้า เมื่อเกิดสถานการณ์พลิกผันช่วงก่อนหน้า ทำให้ตัดสินใจเลื่อนจุดหมายไปยังประเทศอื่นๆ แทน

“คาดว่าช่วงปี 2558 ตลาดไมซ์น่าจะเริ่มฟื้นตัวชัดเจน เพราะปัจจุบันต่างชาติส่วนใหญ่เริ่มเข้าใจว่าแม้ไทยจะอยู่ภายใต้กฎอัยการศึก แต่ไม่ได้ส่งผลกระทบต่อสถานการณ์ภายในประเทศจึงได้ทยอยยืนยันการจัดงานเข้ามา แต่ถึงแม้ปีหน้าตลาดไมซ์จะฟื้นตัว แต่ก็มองว่ายังไม่สามารถกลับมาดีเทียบเท่ากับปี 2555 ซึ่งเป็นปีที่เติบโตสดใส เพราะไม่มีเหตุการณ์ที่เป็นปัจจัยลบใดๆ ในประเทศ โดยหากไทยรักษาความสงบได้เหมือนปัจจุบัน คาดว่าการฟื้นกลับเป็นปกติน่าจะมีขึ้นในปี 2559”

เหล่านี้เป็นเสียงสะท้อนให้เห็นว่าแม้ภาครัฐบาลจะมั่นใจว่าอุตสาหกรรมท่องเที่ยวไทยจะกลับมาสดใสเต็มที่ แต่ในมุมมองผู้ประกอบการที่ต่างอยู่ในแวดวงธุรกิจนี้มานาน ต่างยังคงแสดงความคิดเห็นในทิศทางเดียวกัน ถึงสัญญาณการฟื้นตัวของนักท่องเที่ยวต่างชาติที่ยังคงไม่กลับมาเต็มที่ แนวทางที่จะช่วยเหลือภาคธุรกิจท่องเที่ยวได้มากที่สุด ชดเชยรายได้ในส่วนที่หายไป คือ การสนับสนุนให้หน่วยงานภาครัฐจัดประชุมสัมมนา ศึกษาดูงานภายในประเทศมากขึ้น ในช่วงที่นักท่องเที่ยวยังไม่กลับมาฟื้นตัวเต็มที่ ส่วนแผนการตลาดแต่ละโรงแรมต้อนรับศักราชใหม่ในปี 2558 เพื่อช่วงชิงนักท่องเที่ยวจะเป็นไปในทิศทางจับกลุ่มประชุมสัมมนา เพิ่มสัดส่วนลูกค้าคนไทยหรือเจาะกลุ่มนักท่องเที่ยวเฉพาะมากขึ้น เป็นสิ่งที่ต้องจับตามอง ภายใต้สถานการณ์ท่องเที่ยวที่เริ่มผงกหัวเช่นนี้