Sat. Sep 22nd, 2018
กางแผน ททท. ปี 59 เน้นดึงเศรษฐีกระเป๋าหนัก ฝันเพิ่มรายได้เข้าประเทศ - แหล่งท่องเที่ยวไม่โทรม

กางแผน ททท. ปี 59 เน้นดึงเศรษฐีกระเป๋าหนัก ฝันเพิ่มรายได้เข้าประเทศ – แหล่งท่องเที่ยวไม่โทรม

จากการระดมสมองประชุมแผนปฏิบัติการการท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย (ททท.) ปี 2559 (TATAP2016) ดูเหมือนว่าการขับเคลื่อนแผนการตลาดปีหน้า จะมีทิศทางชัดเจนมากกว่าช่วงหลายๆ ปีที่ผ่านมา เพราะได้สะท้อนให้เห็นภาพที่ชัดเจนแล้วว่าจะเบนเข็มโฟกัสไปยังกลุ่มนักท่องเที่ยวกระเป๋าหนักอย่างจริงจัง เพื่อดึงรายได้เข้าประเทศเป็นกอบเป็นกำ มากกว่าจะตั้งเป้าจำนวนนักท่องเที่ยวควบคู่ไปกับรายได้อย่างที่ผ่านมา

เห็นได้จากคุณกอบกาญจน์ วัฒนวรางกูร รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬา ที่นั่งหัวขบวนได้ผลักดันเรื่องนี้อย่างเต็มที่ โดยเมื่อเดือนกรกฎาคมที่ผ่านมาได้เสนอต่อที่ประชุมคณะรัฐมนตรี (ครม.) พิจารณายกเลิกการตั้งเป้าจำนวนนักท่องเที่ยวบรรจุในแผนท่องเที่ยวประจำปี แต่จะพยายามรักษาจำนวนนักท่องเที่ยวมาเที่ยวไทยที่เหมาะสมอยู่ในระดับ 28 – 30 ล้านคนต่อปี และหันไปสร้างกลยุทธ์ทางการตลาดสร้างมูลค่าสินค้าท่องเที่ยวไทย เพิ่มค่าใช้จ่ายต่อหัวต่อทริปมากขึ้น 10 – 15% ภายใน 2 ปี จากปัจจุบันค่าใช้จ่ายนักท่องเที่ยวต่างชาติเฉลี่ยอยู่ที่ 4,950 บาท อย่างไรก็ตาม เป้าหมายรายได้ท่องเที่ยวปี 2559 อยู่ที่ 2.338 ล้านล้านบาท เพิ่มเป็น 2.5 ล้านล้านบาท ในปี 2560

ท่องเที่ยวไทย

“กระทรวงมองว่า หากจำนวนนักท่องเที่ยวมากกว่านี้ อาจไม่เป็นผลดีต่อทรัพยากรทางการท่องเที่ยวไทย เพราะอาจทำให้แหล่งท่องเที่ยวเสื่อมโทรมเร็วกว่ากำหนด แต่สิ่งที่เน้นให้ทำนับจากนี้ คือ ต้องวางแผนส่งเสริมการตลาด กระจายนักเดินทางสู่แหล่งท่องเที่ยวใหม่ๆ ทั่วทุกภูมิภาค พร้อมกับดูแลสิ่งแวดล้อมควบคู่กันไปมากขึ้น โดยหน่วยงานรัฐต้องทำงานแบบบูรณาการและเป็นไปในทิศทางเดียวกัน อย่างกระทรวงท่องเที่ยวฯ จะพัฒนาหรือส่งเสริมการตลาดแหล่งท่องเที่ยวใด ก็ต้องดูว่ากระทรวงคมนาคมมีแผนพัฒนาระบบขนส่งต่างๆ ด้วยหรือไม่ หรือกระทรวงพาณิชย์ อุตสาหกรรมจะเข้ามาช่วยพัฒนาสินค้าท่องเที่ยวอย่างไร”

เช่นเดียวกับ คุณสันติ ชุดินธรา รองผู้ว่าการด้านนโยบายและแผน ททท. ที่สะท้อนแผนสอดคล้องกันว่า ปี 2559 ททท. ตั้งเป้าหมายรายได้นักท่องเที่ยวต่างชาติ 1.536 ล้านล้านบาท เพิ่มขึ้น 8.32% จากเป้าหมายปีนี้ 1.4 ล้านบ้านบาท ส่วนรายได้ในประเทศคาดว่าเติบโต 8% หรืออยู่ที่ 8.02 แสนล้านบาท จากปีนี้คาดว่าเหลือเพียง 7.6 แสนล้านบาท ต่ำกว่าเป้าหมายเดิมที่คาดว่าจะทะยานถึง 8 แสนล้านบาท เนื่องจากเห็นแล้วว่าเศรษฐกิจไทยไม่ได้ดีอย่างที่คาดไว้

ท่องเที่ยวไทย

แนวทางสำคัญ คือ ต้องเพิ่มสัดส่วนตลาดนักท่องเที่ยวระดับบนและระดับกลางให้มากขึ้น จากสัดส่วนปัจจุบันเป็นตลาดระดับบนกว่า 10% ตลาดระดับกลางกว่า 30% และตลาดระดับล่างสูงถึง 50% โดยจะให้สำนักงาน ททท. ต่างประเทศทั้ง 27 สำนักงาน กลับไปหาแนวทางเพื่อตอบโจทย์แนวทางดังกล่าว อย่างไรก็ตาม ยอมรับว่าแนวทางนี้มีความท้าทายเพราะการจะเพิ่มกลุ่มตลาดบนเพียง 1% ก็ไม่ใช่เรื่องง่าย และยังมีปัจจัยเรื่องงบประมาณที่ต้องใช้เพิ่มตามไปด้วย เป็นเรื่องที่ต้องคุยกันอีกที และคาดว่าน่าจะใช้เวลา 1 – 2 ปี ที่จะได้เห็นสัดส่วนกลุ่มนี้เพิ่มขึ้นได้ชัดเจน

สำหรับบรรยากาศท่องเที่ยวปีนี้ ตลาดยุโรปบางตลาดก็ตกไป เนื่องจากติดปัญหาเศรษฐกิจ เช่น รัสเซีย แต่สำหรับตลาดเอเชียยังคงเดินทางมาท่องเที่ยวไทยเพิ่มมากขึ้น โดยเฉพาะจีน แต่ ททท. ไม่ได้นิ่งนอนใจ โดยเพิ่มสัดส่วนตลาดอื่นคู่ขนานกันไป เพราะหากตลาดจีนหายไปในอนาคต ยังมีตลาดอินเดีย อาเซียน กลุ่มตลาดมุสลิมเข้ามาทดแทน และเป็นกลุ่มที่กำลังซื้อดีเช่นกัน

ด้านคุณธเนศวร์ เพชรสุวรรณ ผู้อำนวยการภูมิภาคยุโรป แอฟริกา และตะวันออกกลาง ททท. เปิดเผยถึงแผน ปี 2559 จะเน้น 3 กลยุทธ์หลัก คือ

  1. โหมช่องทางโฆษณาร่วมสายการบิน บริษัททัวร์ เช่น ร่วมสายการบินเอทิฮัด ดึงนักท่องเที่ยวระดับไฮเอนด์เดินทางมาเที่ยวไทย ตั้งแต่ช่วงเดือนกุมภาพันธ์ 2559 จำนวน 8 แสนคน เชื่อว่าระยะยาวจะสร้างการรับรู้ได้ว่าสินค้าท่องเที่ยวไทยอยู่ในระดับคุณภาพสูง
  2. เปิดตลาดมาร์เก็ตติ้งให้ต่อเนื่องในงานส่งเสริมการขายต่างๆ
  3. รุกเจาะตลาดเมืองรอง อาทิ อียิปต์ เลบานอน จอร์แดน เพื่อนำมาชดเชยตลาดรัสเซียที่ยังทรงตัว เน้นเพิ่มจำนวนนักท่องเที่ยวใช้จ่ายสูง ด้วยการนเสนอสินค้าและบริการไม่ต่ำกว่า 5 – 6 ดาว พร้อมชูเซ็กเมนต์สินค้ากอล์ฟ เมดิคัล กรีนทัวริซึ่ม

ขณะที่คุณอารีรัตน์ ชื่นประภานุสรณ์ ผู้อำนวยการ ททท. สำนักงานปารีส เผยว่า สำนักงานเริ่มจับตลาดไฮเอนด์มากขึ้น ล่าสุดได้ร่วมกับค่ายรถบีเอ็มดับเบิ้ลยูในเบลเยี่ยมจัดอีเว้นต์มาร์เก็ตติ้ง เพราะเป็นรถแบรนด์หรูเป็นที่สนใจของกลุ่มคนมีฐานะ เพื่อเสนอแหล่งท่องเที่ยวของไทยให้เป็นที่รู้จัก ดึงกลุ่มคนรวยเข้ามาท่องเที่ยวเพิ่มมากขึ้น

ท่องเที่ยวไทย

ด้านสภาอุตสาหกรรมท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย หรือ สทท. โดยคุณพรทิพย์ หิรัญเกตุ รองประธาน สทท.ด้านตลาดต่างประเทศ เห็นว่า สำหรับแผนท่องเที่ยว ททท. ปี 2559 นอกจากเน้นจับเศรษฐีกระเป๋าหนัก สิ่งสำคัญที่ต้องทำคู่ขนานกัน คือ ททท. ต้องปรับภาพลักษณ์แหล่งท่องเที่ยวไทยอย่างจริงจัง เพื่อสร้างการรับรู้ให้นักท่องเที่ยวต่างชาติมองเห็นไทยเป็นแหล่งท่องเที่ยวที่สามารถรองรับกลุ่มกำลังซื้อสูงได้ เพราะที่ผ่านมา แหล่งท่องเที่ยวถูกมองว่าราคาถูก โดยเฉพาะในตลาดจีน และหากเปรียบเทียบกับการที่ชาวจีนเดินทางไปประเทศพื้นที่ฝั่งยุโรป จะใช้จ่ายมากกว่ามาไทยถึง 2 เท่า

เที่ยวเมืองไทย

“ไทยควรจะนำเสนอแพ็กเก็จท่องเที่ยวที่ตรงใจกับนักท่องเที่ยวจีนกลุ่มใช้จ่ายสูง (ไฮเอนด์) เพราะพฤติกรรมนักท่องเที่ยวกลุ่มนี้ คือ จะนำประสบการณ์ที่ได้ไปบอกเล่าต่อให้กับผู้คนในสังคมได้รับรู้ เห็นว่าไทยควรจะนำเสนอสินค้า เช่น โรงแรมที่สูงกว่าระดับ 5 ดาว ราคาห้องพักไม่ต่ำกว่า 1 แสนบาท รวมถึงการนำเสนอเอกลักษณ์สินค้าท่องเที่ยวแบบไทยแท้ เช่น นวดแผนไทย สปา นอกจากนี้ ภาครัฐต้องทำงานใกล้ชิดกับบริษัททัวร์ที่ทำตลาดจีน เพราะบริษัททัวร์ถือเป็นหน้าด่านแรกในการคัดกรองนักท่องเที่ยว”

ความฝันการท่องเที่ยวไทยในปีหน้า จะทะยานถึงฝั่ง ดันรายได้แบบเนื้อๆ เน้นๆ ตามเป้าหมายได้หรือไม่ เป็นมหากาพย์ที่ภาคอุตสาหกรรมท่องเที่ยวต้องคอยติดตาม พร้อมปรับเตรียมรับมือกับการเปลี่ยนแปลงที่เกิดขึ้น