Sun. Sep 23rd, 2018
เสริมทัพบุคลากรด้านท่องเที่ยวและบริการ Regent Cha-Am Hospitality School ‘เรียนจบไว หางานง่าย รายได้ดี’

เสริมทัพบุคลากรด้านท่องเที่ยวและบริการ Regent Cha-Am Hospitality School ‘เรียนจบไว หางานง่าย รายได้ดี’

เรียกว่าเป็นความหวังของเศรษฐกิจไทยมาโดยตลอด สำหรับอุตสาหกรรมการท่องเที่ยวและบริการ และเมื่อขึ้นชื่อว่าเป็นอุตสาหกรรมย่อมต้องการวิธีบริหารงานแบบเป็นระบบ และหมายถึงความต้องการบุคลากรในสายงานนั้นๆ จำนวนมหาศาลด้วย ในขณะที่การเรียนการสอนระดับปริญญาตรีด้านการท่องเที่ยวและการบริการนั้น ได้เปิดหลักสูตรและได้รับความนิยมอย่างแพร่หลายในหมู่นักเรียน ทว่ายังเกิดปัญหาขาดแคลนแรงงาน บัณฑิตจบมามากแต่ก็ดูเหมือนยังไม่เพียงพอต่อความต้องการ

ในฐานะอดีตประธานสภาอุตสาหกรรมท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย และที่ปรึกษากิตติมศักดิ์สมาคมโรงแรมไทย คุณปิยะมาน เตชะไพบูลย์ ผู้อำนวยการบริหาร Regent Group ร่วมพูดคุยแลกเปลี่ยนถึงปัญหาและวิธีการก้าวข้ามอุปสรรคต่างๆ ที่อุตสาหกรรมการท่องเที่ยวไทยกำลังพบเจอพร้อมกันนั้น มาทำความรู้จักกับ Resort School น้องใหม่ ในนาม Regent Cha-Am Hospitality School (RHS) ที่มีสโลแกนว่า ‘เรียนจบไว หางานง่าย รายได้ดี’ กัน Regent Cha-Am Hospitality School (RHS) คุณปิยะมาน เตชะไพบูลย์ เล่าย้อนให้ฟังถึงความเป็นมาว่าโรงแรมเดอะรีเจ้นท์ชะอำ บีช รีสอร์ท ดำเนินธุรกิจมากว่า 30 ปี สร้างบุคลากรที่มีคุณภาพจำนวนมาก ปั้นคนให้มีทั้งทักษะและประสบการณ์ไปต่อยอดทำงานที่เติบโตได้ดี ที่ผ่านมาโรงแรมจึงมีลักษณะกึ่งโรงเรียนอยู่ในตัวเอง

คุณปิยะมาน เตชะไพบูลย์

“คนที่มาทำงานกับเรา บุคลากรของเรา พอทำงานจากเรา ก็ไปทำงานที่อื่นต่อ ฉะนั้น ก็เหมือนเป็นกึ่งๆ โรงเรียน เป็นสถานที่ฝึกงาน สอนประสบการณ์ ในละแวกหัวหิน-ชะอำ เราเป็นที่แรกๆ เมื่อหมดภารกิจจากการเป็นประธานสภาอุตสาหกรรมท่องเที่ยว เราก็มองหาว่าการศึกษาขาดอะไร ประเทศขาดคนด้านไหน เราอยากมุ่งเน้นตรงนั้น”

สถานการณ์แรงงานในอุตสาหกรรมการท่องเที่ยวและบริการยังขาดแคลนบุคลากรจำนวนมาก โดยเฉพาะบุคลากรในระดับปฏิบัติงานในโรงแรม อย่างเช่น โรงแรม 1 โรงแรม มีจำนวนห้องพักทั้งหมด 60 ห้อง ต้องการคนทำงานระดับปฏิบัติการประมาณ 70-80 คน ซึ่งบุคลากรที่ทำด้านปฏิบัติงานเป็นจริงๆ นั้น ไม่เพียงพอต่อความต้องการในอุตสาหกรรมโรงแรม คุณปิยะมาน ยังอธิบายให้เห็นความแตกต่างและจุดแข็งของหลักสูตรว่า การเรียนการสอนจะมีเพียง 9 เดือน โดย 6 เดือนแรก จะสอนความรู้พื้นฐานควบคู่กับการฝึกงานจริงในโรงแรมเดอะรีเจ้นท์ชะอำ บีช รีสอร์ท ส่วน 3 เดือนหลัง จะส่งเด็กออกไปฝึกงานกับโรงแรม 4-5 ดาว ในเขตชะอำและหัวหินเพื่อเพิ่มประสบการณ์ให้นักเรียน

“เราขอให้เด็กทุกคนอยู่หอพัก เราต้องการเป็น Resort Education เด็กต้องได้เห็นแขก ต้องคุ้นเคย เพราะเด็กบางคนอาจจะยังไม่เคยสัมผัสโรงแรมมาตรฐาน 4-5 ดาวมาก่อน เขาจะได้ซึมซับ สัมผัส เรียนรู้ คุ้นเคย ไม่กลัว ให้ความเป็นโรงแรมเข้าไปใน DNA ของเด็ก ไม่ใช่เรียนท่องเที่ยวเพราะชอบเที่ยว งานบริการเป็นงานหนัก แต่เป็นงานที่ทำให้คนอื่นมีความสุข” อีกสิ่งหนึ่งที่ขาดไม่ได้สำหรับงานท่องเที่ยว คือ ภาษา ที่นับเป็นอีกหนึ่งหัวใจของสายนี้ เรามีการเรียนภาษาจีน ภาษาอังกฤษทั้งในห้องเรียน ใน Sound Lab และฝึกปฏิบัติกับแขกที่เข้าพัก เนื่องจากเป็นการเรียนเพื่อใช้งานจริง จึงไม่เน้นไวยากรณ์แต่เน้นที่การสื่อสารได้จริงในตำแหน่งนั้นๆ

‘เรียนจบไว หางานง่าย รายได้ดี’ ไม่ใช่เรื่องฟุ้งในความฝัน“การศึกษาในปัจจุบันนั้น เน้นว่าเรียนไปก่อน ทั้งๆ ที่เด็กบางคนยังไม่รู้ตัวเอง บางคนอยากเปลี่ยนฟิลด์ โรงเรียนแบบเราจึงเป็นที่ต้องการ”

“ในประเทศเราการศึกษาเรามุ่งวิชาการมากกว่าการปฏิบัติในขณะที่งานโรงแรมต้องเน้นภาคปฏิบัติ โดยเฉพาะในระดับปฏิบัติงาน (Rank and File) เราไม่ได้ขาดหัวหน้าหรือผู้บริหารแต่เราขาดคนทำงานจริง” คุณปิยะมาน กล่าว

ฉะนั้น กลุ่มเป้าหมายของ Regent Cha-am Hospitality School จึงเป็นกลุ่มที่รู้ตัวเองอยู่แล้วว่าต้องการอะไร เนื่องจากเป็น
หลักสูตรเร่งรัด เรียนจบไปทำงานได้เลยหรือเป็นกลุ่มที่ยังไม่รู้ว่าตัวเองต้องการอยากจะทำอาชีพอะไรและมีเวลาจำกัด และ
สนใจอยากเข้ามาเรียนรู้ในอุตสาหกรรมโรงแรม ตามสโลแกนว่า ‘เรียนจบไว หางานง่าย รายได้ดี’

“จาก 4 หลักสูตร ได้แก่ ต้อนรับ แม่บ้าน ประกอบอาหาร และการบริการอาหารและเครื่องดื่มนั้น ไม่ใช่เรียนไปแล้วทำงานโรงแรมได้อย่างเดียว บางคนอาจจะไปเปิดร้านอาหาร ร้านกาแฟ หรือบริหารอะพาร์ตเมนต์ ถ้าพื้นฐานดี เข้าใจเรื่องต้นทุนการบริหารจัดการ ก็สามารถนำไปต่อยอดประกอบธุรกิจตนเองเป็นอะไรที่เพิ่มมูลค่าได้มากมาย”

“หรืออย่างหลักสูตรการประกอบอาหาร เราสอนเรื่องต้นทุนอาหาร การรู้จักวิธีการใช้มีดครัวประเภทต่างๆ การทำซอสในแต่ละชนิด โดยวัตถุดิบที่นำมาใช้ต้องมีการใช้อย่างรู้คุณค่าเราภูมิใจมากว่า Kitchen Lab เราเป็นที่หนึ่ง ทุกสถาบันเห็นแล้วอยากได้เป็นต้นแบบ” คุณปิยะมาน ย้ำถึงจุดแข็งของหลักสูตร“ เราไม่มีอาจารย์ แต่เราเรียกว่า Instructor คนที่มาสอนเรื่องการปฏิบัติ เช่น เป็นรุ่นพี่ เขาเคยทำห้อง 12 ห้องได้ภายใน 1 วัน ให้คนที่เคยผ่านงานจริงเหล่านี้มาสอน โดยมีคู่มือเป็นไกด์ไลน์ให้มีสโคปของมัน ดูแลน้องๆ ให้คำแนะนำ พวกเขาเคยเจอปัญหาจริง จึงสอนได้ทั้งทักษะและประสบการณ์” คุณปิยะมาน กล่าว

“และทางโรงเรียนของเราได้ทำการเปิดการเรียนการสอนมาทั้งหมด 4 รุ่นแล้ว และเป็นเครื่องพิสูจน์ว่านักเรียนของเราที่เรียนจบไปได้งานทำกันหมด และเงินเดือนได้รับก็เทียบเท่ากับเงินเดือนกับคนที่จบปริญญาตรี พร้อมทั้งได้รับเงินค่าบริการหรือที่เรียกว่า Service Charge เพิ่มอีกด้วย” อย่าขังตัวเองไว้ด้วยคำว่า เรียนไม่เก่ง

Regent Cha-am Hospitality School

อีกประเด็นน่าสนใจของการศึกษาไทย คือ การศึกษาในระบบเป็นตัวคัดคนออกจากระบบด้วยตัวเอง กล่าวคือ นักเรียนบางคนที่ถนัดวิชาพื้นฐาน แต่มีความถนัดและความสนใจเฉพาะด้านกลับถูกระบบการศึกษาคัดออก จนหลายคนหมดอนาคต หรือเลยเถิดจนกลายเป็นปัญหาสังคม

“เราไม่มีวิชาบังคับ ไม่ต้องเก่งเลข หรือวิทย์ ขอแค่ชอบยิ้ม ชอบคุยกับคน อยากให้คนอื่นมีความสุข เราขอเป็นส่วนเล็กๆ ในการแก้ปัญหาสังคม คนไม่ถนัดวิชาบังคับ บางทีเลิกเรียนถูกระบบการศึกษาปฏิเสธ เขาปฏิเสธการศึกษา อีกอย่างคือบรรทัดฐานของสังคม อยากมีใบปริญญา แต่ชีวิตไม่ได้มีแค่นั้นเราเสียคนไปกับค่านิยมนี้เยอะ ฉะนั้น เรามาทำอะไรที่มีประโยชน์ มีคุณค่า มีคุณค่ากับประเทศ มีคุณค่ากับตัวเอง” คุณปิยะมาน กล่าวไว้อย่างน่าสนใจ

ปัจจุบันนี้ Regent Cha-am Hospitality School (RHS) ยังมีความร่วมมือกับมหาวิทยาลัยกรุงเทพอีกด้วยว่า หากจบหลักสูตรของ Regent ไปต่อ ม.กรุงเทพ เรียนต่อเพียง 2 ปีครึ่งก็ได้วุฒิปริญญาตรี รวมถึงสามารถสอบ IETLS เพื่อไปเรียนต่อโรงเรียนการโรงแรมชั้นนำอย่าง Swiss Hotel Management School ในเครือของ SEG ที่สวิตเซอร์แลนด์ เพื่อต่อยอดในสายงานบริหาร โดยเรียนเพียง 2 ปีเท่านั้น

นอกจากนี้ Regent Cha-am Hospitality School ยังร่วมมือกับมูลนิธิพลเอกเปรม ติณสูลานนท์ คัดเด็กมุสลิมจาก 3 จังหวัด ผ่านโครงการสายใจไทยสู่ใจใต้ เป็นเหมือนบริการวิชาการ เหมือนศูนย์ฝึกอาชีพ เพื่อพัฒนาองค์ความรู้ ทักษะและประสบการณ์ ให้คนในพื้นที่ได้กลับไปทำงานในบ้านเกิดจริง

“เรียนเสร็จแล้ว อาจไม่ใช่แค่ทำงานโรงแรมอย่างเดียว เราสอนให้เขาดูต้นทุนเป็น รู้พื้นฐานงานบริการ อาจจะเป็นร้านอาหารร้านกาแฟ ดูแลอะพาร์ตเมนต์ ร้านเบเกอรี่ หลายหลาก ไม่ใช่แค่โรงแรม แต่ยืนยันว่า ถ้าให้เจ๋งต้องเริ่มจากงานโรงแรมเพราะได้เรียนรู้เยอะ”

สถาบัน Regent Cha-am Hospitality School

คุณสมบัติของผู้สมัครเข้าเรียนที่นี่ คือ ต้องจบการศึกษาระดับมัธยมศึกษาปีที่ 6 เป็นอย่างน้อย และมีอายุระหว่าง 17-35 ปี แต่นอกจากนั้นยังมีด่านสำคัญ คือ สอบสัมภาษณ์ “ต้องมีใจบริการ อย่างอื่นเรียนได้ แต่ของอย่างนี้สอนไม่ได้ ฉะนั้น นักเรียนต้องมีทัศนคติของ service mind ติดตัว ต้องมาจากอินเนอร์” คุณปิยะมาน กล่าว

Regent Cha-am Hospitality School เป็นสถาบันน้องใหม่ที่เปิดให้มีการเรียนการสอนเชิงปฏิบัติด้านการท่องเที่ยวและบริการ แบ่งเป็น 4 สาขาวิชา ได้แก่ หลักสูตรบริการส่วนหน้า (Front Office) หลักสูตรแม่บ้านโรงแรม (Housekeeping) หลักสูตรบริการอาหารและเครื่องดื่ม (Food & Beverage Service) และหลักสูตรการประกอบอาหาร (Food Production) โดยแต่ละหลักสูตรเปิดรับนักเรียนเพียง 120 คนต่อเทอม เพื่อให้การเรียนการสอนที่มีประสิทธิภาพ ทั้งนี้ คุณสมบัติของผู้สมัครเรียนต้องวุฒิการศึกษาขั้นต่ำที่มัธยมศึกษาปีที่ 6 และมีอายุระหว่าง 17-35 ปี ทั้งนี้ หลักสูตรถูกออกแบบให้สอดคล้องกับมาตรฐานสมรรถนะของบุคลากรการท่องเที่ยวอาเซียน (ACCSTP: Asian Common Competency Standard for Tourism Professional)

ผู้สนใจสามารถสอบถามข้อมูลเพิ่มเติมหรือเข้ามาดูสถานที่ ติดต่อได้ที่ www.rhsschool.ac.th หรือโทร. 03-2508-1369