Sun. Sep 23rd, 2018
ว่าด้วยการขายเครื่องดื่มแอลกอฮอล์

ว่าด้วยการขายเครื่องดื่มแอลกอฮอล์

ตามที่ทุกท่านได้ทราบแล้วว่า ได้มีประกาศสำนักนายกรัฐมนตรีเกี่ยวกับ เรื่องเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ออกมาเป็นชุดใหญ่ รวมทั้งหมด 7 ฉบับ แต่ที่เกี่ยวข้องกับเราชาวโรงแรมตรงๆ ก็มี 2 ฉบับ

ฉบับแรก มีผลบังคับใช้เมื่อ วันที่ 23 มกราคม 2558 คือ เรื่องกำหนดเวลาห้ามขายเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ ที่จริงเรื่องนี้ในปัจจุบันก็มีกฎกระทรวงที่ออกตามความในกฎหมายว่าด้วยสุรา ซึ่งเราก็ทราบกันมานานแล้ว แต่เมื่อมีกฎหมายว่าด้วยการควบคุมเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ให้อำนาจนายกรัฐมนตรีออกประกาศซ้ำซ้อนออกมาอีก ก็คือให้ขายได้เฉพาะเวลา 11.00 – 14.00 น. และ 17.00 – 24.00 น. ยกเว้นสถานบริการตามกฎหมาย ที่จำหน่ายได้ตามเวลาที่กฎหมายกำหนด

ฉบับที่ 2 ที่เกี่ยวข้องกับโรงแรม คือ การห้ามจำหน่ายเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ในวันสำคัญทางศาสนา ซึ่งมีผลบังคับใช้ในวันที่ 18 กุมภาพันธ์ 2558 วันสำคัญทางศาสนาที่ว่าได้เพิ่มจากเดิม 4 วัน เป็น 5 วัน คือ วันมาฆบูชา วันวิสาขบูชา วันอาสาฬหบูชา วันเข้าพรรษา และวันออกพรรษา

ในอดีต ก็เคยมีประกาศออกมาครั้งหนึ่งแล้ว และสมาคมโรงแรมไทยก็ได้ขอยกเว้นการขายในโรงแรม ซึ่งรัฐบาลในสมัยนั้นก็เห็นด้วยแต่ครั้งนี้ก็มีการแก้ไขไม่ยกเว้นให้โรงแรม

สมาคมโรงแรมไทยได้ร่วมกับสมาคมที่เกี่ยวข้อง อาทิ สมาคมสุราชุมชน สมาคมไวน์ไทย สมาคมผู้ประกอบการอาหาร สมาคมผู้ค้าปลีกไทย สมาคมธุรกิจเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ไทย และบริษัทที่จำหน่ายเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ เช่น บริษัท ดิอาจิโอ โมเอ็ท เฮนเนสซี่ (ประเทศไทย) จำกัด บริษัท บุญรอดเทรดดิ้ง จำกัด บริษัท ไทยเบฟเวอเรจ จำกัด (มหาชน) และบริษัท ไทยเอเชีย แปซิฟิค บริวเวอรี่ จำกัด ได้เข้าพบรัฐมนตรีว่าการกระทรวงยุติธรรม ในฐานะฝ่ายกฎหมายของ คสช. เมื่อวันที่ 16 เมษายนที่ผ่านมา เพื่อหารือในการปฏิบัติตามประกาศกระทรวงดังกล่าวทั้งหมด

การหารือเพื่อหาแนวทางแก้ปัญหาดังกล่าวเป็นไปด้วยดี โดยผู้เกี่ยวข้องแต่ละฝ่ายได้ให้เหตุผลต่างๆ ถึงผลดีผลเสียของประกาศสำนักนายกรัฐมนตรีแต่ละฉบับและข้อเสนอแนะ ซึ่งทางด้านโรงแรมขอยกเว้นวันและเวลาห้ามจำหน่าย เนื่องจากเป็นการส่งเสริมการท่องเที่ยว และนักท่องเที่ยวก็ไม่ได้เกี่ยวข้องมากนักกับเรื่องเมาแล้วขับ

การพูดคุยเป็นไปด้วยดี และท่านรัฐมนตรีว่าการกระทรวงยุติธรรมได้สรุปประเด็นและจะนำเสนอท่านนายกรัฐมนตรี เพื่อดำเนินการแก้ปัญหาต่อไป โดยจะมีการพูดคุยกันอีกจนกว่าจะได้ข้อยุติ ซึ่งสมาคมโรงแรมไทยก็จะติดตามความคืบหน้าดังกล่าวมานำเรียนท่านสมาชิกให้ทราบเป็นการต่อไป