Sun. Sep 23rd, 2018
เป็นตาฮักแท้ ‘หลวงพระบาง’

เป็นตาฮักแท้ ‘หลวงพระบาง’

เสน่ห์ของหลวงพระบางที่ต้องยกนิ้วให้ คือ ความสามารถในการอนุรักษ์เมือง จนองค์การยูเนสโก้ยกย่องให้เป็นเมือง ‘มรดกโลก’ เมื่อปี 2538 ด้วยเอกลักษณ์ทางด้านสถาปัตยกรรม ทั้งวัดวาอารามเก่าแก่มากมาย รวมไปถึงบ้านเรือนสไตล์โคโลเนียล ขนบประเพณีและวัฒนธรรมที่งดงาม อีกทั้งคนหลวงพระบางยังมีมิตรไมตรี โดยนับตั้งแต่ที่เมืองหลวงพระบางได้รับเลือกให้เป็นเมืองมรดกโลกทำให้มีข้อบังคับหลายด้าน เช่น ห้ามทำโรงแรมเกิน 2 ชั้น ห้ามรถปรับอากาศเกิน 15 ที่นั่งเข้ามาในเขตหลวงพระบาง ใช้สีหลังคาตามที่กำหนด เช่น สีขาว สีน้ำตาล สีแดง จึงไม่แปลกใจเลย หากหลวงพระบางจะได้รับการยกย่องให้เป็นเมืองที่ได้รับการปกปักรักษาอย่างดีที่สุดในภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้

เทียวหลวงพระบาง

จุดขายความเป็นเมืองมรดกโลกจึง ‘โดนใจ’ นักท่องเที่ยวต่างชาติจากฝั่งยุโรป อเมริกัน อย่างจัง รวมถึงคนเอเชียทั้ง ไทย จีน ญี่ปุ่น และเกาหลีใต้ แค่คิดว่าได้ตื่นแต่เช้าตรู่มาตักบาตรข้าวเหนียวพระสงฆ์นับ 300 – 400 รูป จากนั้นแวะชมบรรยากาศการซื้อขายของในตลาดเช้าใกล้แม่น้ำคานแล้วเช่าจักรยานดีๆ สักคัน ปั่นชมวิถีชีวิตของคนหลวงพระบางรอบๆ เมือง พร้อมกราบไหว้สิ่งศักดิ์สิทธิ์ ชื่นชมความสวยงามของสถาปัตยกรรม ไม่ว่าจะเป็นพระราชวังหลวงพระบาง วัดเชียงทอง วัดวิชุนราช จากนั้นบ่ายๆ นั่งพักจิบกาแฟ ชิมขนมปังซึ่งได้รับวัฒนธรรมจากฝรั่งเศส ก่อนจะเดินขึ้นภูสี ชมวิวเมืองหลวงพระบางยามตะวันตกดิน แล้วเดินลงมาซื้อของที่ระลึกตรงถนนคนเดิน เท่านี้ชีวิตก็แฮปปี้แล้ว

นักท่องเที่ยวที่มาเยือนหลวงพระบาง มีทั้งกรุ๊ปทัวร์ซึ่งส่วนใหญ่เป็นชาวจีนและเกาหลีใต้ ขณะที่นักท่องเที่ยวจากยุโรปยังคงสไตล์ท่องเที่ยวแบบ Backpacker นิยมพักค้างคืนในหลวงพระบาง 2 – 3 คืน จากนั้น จะเดินทางไปยังวังเวียงเวียงจันทน์ และท่องเที่ยวเชื่อมโยงไปยังพื้นที่อื่นๆ ต่อไป

ผู้เขียนได้ข้อมูลที่น่าสนใจเกี่ยวกับตลาดท่องเที่ยวในหลวงพระบางจากองค์การส่งเสริมการท่องเที่ยวและวัฒนธรรมหลวงพระบาง ระบุว่า เมื่อปี 2557 หลวงพระบางมีนักท่องเที่ยวต่างชาติ 3.79 แสนคน โดยนักท่องเที่ยวไทยเดินทางไปมากที่สุด 5.2 หมื่นคน เติบโต 26% เมื่อเทียบกับปีก่อน ส่วนตลาดที่มาแรงมากๆ หนีไม่พ้นนักท่องเที่ยวจีน ปีที่แล้วเดินทางมาเที่ยวหลวงพระบางถึง 3.7 หมื่นคน เติบโตถึง 77.5% เมื่อเทียบกับปี 2556 หลังมีการประชาสัมพันธ์การขับรถเที่ยวผ่านเส้นทางเมืองคุนหมิงและเฉิงตู ผ่านเมืองสิบสองปันนา เข้ามาเที่ยวหลวงพระบาง

ด้านยุทธศาสตร์หลวงพระบางปี 2563 ได้วางเป้าหมายการเติบโตของนักท่องเที่ยวต่างชาติไว้ที่ 7 แสนคน พร้อมเพิ่มการรองรับนักท่องเที่ยวที่ใช้จ่ายสูงมากขึ้น หลังผลการสำรวจเมื่อปี 2557 พบว่า หลวงพระบางมีรายได้จากการท่องเที่ยว 163 ล้านดอลลาร์สหรัฐ นักท่องเที่ยวนิยมพักเฉลี่ย 3 – 4 วัน มีอัตราการใช้จ่ายประมาณ 75 – 90 ดอลลาร์ต่อคน

แนวทางในการพัฒนาวางไว้ 3 ด้านหลักได้แก่ การพัฒนาทรัพยากรมนุษย์ ด้วยการปรับปรุงคุณภาพของบุคลากรที่ให้บริการรองรับนักท่องเที่ยว โดยแผนการท่องเที่ยวหลวงพระบาง มีโครงการจัดอบรมด้านการบริการแก่งานธุรกิจโรงแรม เรือนพัก ธุรกิจร้านอาหารทั้งในเขตเทศบาลและนอกเขตเทศบาลแขวงหลวงพระบาง การฝึกอบรมด้านทรัพยากรบุคคล คือ ผู้นำด้านการท่องเที่ยวหรือไกด์นำเที่ยว นอกเหนือจากเรื่องการพัฒนาคนแล้ว การทำตลาดโปรโมทการท่องเที่ยวก็เป็นอีกยุทธศาสตร์ที่หลวงพระบางจะเพิ่มดีกรีการทำงานมากขึ้น จากเดิมที่เคยโปรโมทผ่านประเทศไทย

ยุทธศาสตร์สุดท้ายที่หลวงพระบางให้ความสำคัญไม่แพ้กัน คือ การพัฒนาโครงสร้างพื้นฐานและสิ่งอำนวยความสะดวก โดยขณะนี้อยู่ระหว่างการจัดทำแผนยุทธศาสตร์กลุ่มพื้นที่ ผลักดันหลวงพระบางขึ้นเป็นศูนย์กลางกระจายนักท่องเที่ยวไปยังแขวงต่างๆ เพราะมีความสะดวกสบายในการเดินทางมากขึ้น โดยเฉพาะทางอากาศที่ปัจจุบันได้เปิดใช้สนามบินแห่งใหม่ที่มีความเป็นสากลขึ้น

เมืองหลวงพระบาง

เมื่อดูขีดความสามารถในการรองรับนักท่องเที่ยวของหลวงพระบางแล้ว จากสถิติปี 2558 พบว่ามีแหล่งท่องเที่ยวทั้งหมด 228 แหล่งท่องเที่ยว ครอบคลุมแหล่งท่องเที่ยวประเภทวัฒนธรรม ธรรมชาติ และประวัติศาสตร์ รองรับนักท่องเที่ยวได้ประมาณ 6,000 คนต่อวัน ธุรกิจที่พักในหลวงพระบางมี 2 รูปแบบ แบ่งเป็น โรงแรมและรีสอร์ทจำนวน 76 แห่ง และเกสเฮ้าส์จำนวน 327 แห่ง มีห้องพักในตลาดรวมกว่า 5,000 แห่ง เพียงพอกับการรองรับนักท่องเที่ยวหลากหลายระดับ ราคาห้องพักเริ่มต้นที่ 10 ดอลลาร์สหรัฐต่อคืน หรือประมาณ 360 บาท จนถึง 2,500 ดอลลาร์สหรัฐหรือประมาณ 9 หมื่นบาท โดยในช่วงปี 2555 – 2557 หลวงพระบางมีปริมาณห้องพักขยายตัวสูงมาก จนถึงจุดอิ่มตัวในปัจจุบัน ส่งผลให้เมืองหลวงพระบางไม่อนุญาตให้มีการลงทุนเปิดโรงแรมหรือที่พักแห่งใหม่ในตัวเมือง หากนักลงทุนสนใจก่อสร้างโรงแรมหรือรีสอร์ตแห่งใหม่ ต้องไปปักเสาเข็มแถวนอกเมืองแทน

สำหรับการลงทุนใหม่ๆ ที่ภาคการท่องเที่ยวเมืองหลวงพระบางต้องการ คือ การลงทุนก่อสร้างศูนย์การประชุมสัมมนาและแสดงสินค้า (ไมซ์) นอกตัวเมือง เพื่อดึงนักเดินทางกลุ่มธุรกิจซึ่งมีกำลังซื้อสูงเข้ามาจับจ่ายในเมืองหลวงพระบางมากขึ้น เป็นไปตามแผนการเพิ่มรายได้ของเมืองเนื่องจากห้องประชุมในโรงแรมจุได้ไม่ถึง 100 คนด้วยซ้ำ โดยปัจจุบันมีนักลงทุนชาวจีนสนใจมาลงทุนศูนย์ประชุมฯ

ท่องเที่ยวเมืองหลวงพระบาง

ส่วนธุรกิจร้านอาหาร มีทั้งอาหารพื้นถิ่นและร้านอาหารสากลจำนวน 286 แห่ง บริษัทท่องเที่ยวจำนวน 75 องค์กร ทั้งรัฐวิสาหกิจ เอกชนลาว และหุ้นส่วนระหว่างประเทศ มีผู้นำทัวร์ผ่านการอบรมประมาณ 200 คน เพียงพอต่อการรองรับนักท่องเที่ยว และสามารถรองรับนักท่องเที่ยวได้จากทั้งทวีปเอเชียและยุโรป

นี่คือภาพรวมทั้งหมดของตลาดท่องเที่ยวเมืองหลวงพระบาง เมืองน่าฮัก… ไม่ว่ามากี่ครั้ง ก็ตกหลุมรักทุกครั้งไป