Sun. Sep 23rd, 2018
ลดต้นทุน... เริ่มต้นที่ครัว

ลดต้นทุน… เริ่มต้นที่ครัว

ธุรกิจโรงแรมถูกจัดเป็นหนึ่งในอุตสาหกรรมฟุ่มเฟือยเห็นได้จากต้นทุนการใช้น้ำ ไฟ อาหาร เครื่องดื่มและอื่นๆ ในแต่ละวันมีแต่จะพุ่งขึ้น… และพุ่งขึ้น ‘กรีน คอนเซ็ปต์’ จึงกลายเป็นอีกหนึ่งเทรนด์ที่ธุรกิจโรงแรมพูดถึงอย่างมากในช่วงที่ผ่านมา แต่ดูเหมือนเพื่อนๆ ผู้ประกอบการบางรายยังไม่ค่อยให้ความสำคัญนัก ทั้งที่ช่วยลดต้นทุนไม่จำเป็นออกไปได้ จ่ายแค่เพียงเวลาและความใส่ใจเท่านั้น

คอลัมน์ ‘In The Kitchen’ ฉบับนี้ พาบุกก้นครัวโรงแรม ค้นหาวิธีลดต้นทุนกันแบบง่ายๆ และยังช่วยจุดประกายหัวใจคนโรงแรมให้เต็มไปด้วยสีเขียวอีกด้วย

เริ่มต้นจากการสำรวจถังขยะในครัว ลงมือแยกขยะเปียกจำพวกผักผลไม้ออกมา เตรียมผลิตน้ำหมักชีวภาพกันอย่างเป็นทางการ!

เชื่อว่าผู้ประกอบการหลายท่านทราบประโยชน์ของน้ำหมักชีวภาพกัน ว่าสามารถนำไปใช้งานทำความสะอาดข้าวของเครื่องใช้ในโรงแรมได้เป็นอย่างดี ไม่ว่าจะเป็นงานซักผ้า ล้างห้องน้ำ เช็ดกระจก ดับกลิ่น ใช้เป็นปุ๋ยบำรุงต้นไม้นานาชนิด ทั้งยังช่วยรักษาสภาพดิน เพราะมีจุลินทรีย์และสารอินทรีย์ที่เป็นประโยชน์ต่อการเพาะปลูกและย่อยสลายได้เองตามธรรมชาติ

แต่อาจจะติดกับดักความคิดที่ว่า… ไม่น่าจะทำความสะอาดได้ดีเท่าน้ำยาซักล้างที่ผลิตจากสารเคมี แถมสีน้ำตาลของมันดูไม่ค่อยน่าใช้งานเท่าไรนัก กำจัดอคติที่มีต่อน้ำหมักชีวภาพพวกนี้ออกไปเสีย แล้วจะพบว่ามีประโยชน์มากกว่าที่คิด ช่วยลดต้นทุนค่าน้ำยาซักล้างนู่นนี่ที่หลายคนอาจคิดว่าเล็กน้อย แต่ถ้าเริ่มทำตั้งแต่วันนี้จะช่วยประหยัดเงินได้มากโขทีเดียว

ขั้นแรก เตรียมอุปกรณ์ถังพลาสติกสีเข้ม มีฝาปิดมิดขนาดใหญ่ ตะกร้าพลาสติก เครื่องชั่งน้ำหนัก ถ้วยตวงน้ำ ช้อนตวง ไม้พายสำหรับคนน้ำหมัก รวมถึงผ้าขาวบางสำหรับกรองน้ำ จากนั้นเตรียมส่วนผสมที่มีอยู่แล้วในครัว จำพวกเปลือกสับปะรดหรือผลไม้รสเปรี้ยว เช่น มะนาว มะกรูด เสาวรส ฯลฯ ซึ่งมีคุณสมบัติช่วยขจัดคราบมัน ปริมาณ 30 กิโลกรัม หัวเชื้อน้ำหมักชีวภาพช่วยย่อยสับปะรด ปริมาณ 1.5 กิโลกรัม น้ำตาลทรายแดง 1 กิโลกรัม และน้ำประปาให้พักไว้หนึ่งคืนก่อนนำมาใช้

เริ่มขั้นตอนการทำน้ำหมักชีวภาพ ด้วยการนำเปลือกสับปะรดมาล้างน้ำให้สะอาด แล้วแช่ในน้ำหมักชีวภาพในอัตรา 1 : 100 แช่ทิ้งไว้ครึ่งชั่วโมง จากนั้นสับเปลือกสับปะรดเป็นชิ้นเล็กๆ และนำไปเทใส่ตะกร้าพักไว้ แล้วค่อยนำน้ำตาลทรายแดงผสมกับน้ำหมักชีวภาพคนให้เข้ากันจนละลาย จากนั้นนำส่วนผสมทั้งหมดลงในถัง คนให้เข้ากัน เติมน้ำสะอาดให้ท่วม ปิดฝาทิ้งไว้ เก็บไว้ในที่มืด ไม่ร้อนหรือเย็นจัด

หลังหมักได้ 2 – 3 วัน ให้เปิดฝาเพื่อคนน้ำหมักในถังให้เข้ากันอีกครั้ง แล้วหมักต่อจนครบ 15 วัน – 3 เดือน เคล็ดลับ คือ ยิ่งหมักไว้นานยิ่งดี พอถึงกำหนดการหมักที่ต้องการ ให้เปิดฝาออกแล้วกรองน้ำด้วยผ้าขาวบางโดยไม่ต้องบีบคั้นกาก นำน้ำสกัดชีวภาพที่ได้กรองใส่ถัง ปิดไว้ให้แน่นแล้วปล่อยให้ตกตะกอนต่ออีกสัก 2 – 3 วัน เพื่อให้ได้น้ำสีใสน่าใช้ยิ่งขึ้น

และนี่คือขั้นตอนการทำน้ำหมักชีวภาพจากขยะเปียกในครัวง่ายๆ ลองเปิดใจทดลองทำตั้งแต่วันนี้ เรารู้ว่าคุณทำได้