Sat. Sep 22nd, 2018
ชั่งน้ำหนักลงทุนโรงแรม รับเมกะโปรเจกต์ ‘EEC’

ชั่งน้ำหนักลงทุนโรงแรม รับเมกะโปรเจกต์ ‘EEC’

ถือเป็นประเด็นใหญ่ที่ได้รับการพูดถึงอย่างต่อเนื่องตั้งแต่ปี 2559 จนถึงปี 2560 สำหรับเมกะโปรเจกต์อย่าง ‘เขตพัฒนาระเบียงเศรษฐกิจพิเศษภาคตะวันออก’ หรือ Eastern Economic Corridor (EEC) ตามนโยบายไทยแลนด์ 4.0 

หลังจากรัฐบาลเลือกใช้ 3 จังหวัดภาคตะวันออก ได้แก่ ชลบุรี ระยอง และฉะเชิงเทรา ในการดำเนินนโยบายสร้างการเติบโตเชิงพื้นที่ ด้วยการสร้างฐานสะสมการลงทุนและเทคโนโลยี พัฒนาเชื่อมกับกรุงเทพฯ สานต่อจากโครงการอีสเทิร์นซีบอร์ด

มุ่งผลักดันให้เป็นจุดศูนย์กลางทางเศรษฐกิจของภูมิภาคเอเชีย ซึ่งถือเป็นส่วนสำคัญในการขับเคลื่อนเศรษฐกิจโลก โดยเฉพาะจีน อินเดีย เกาหลีใต้ ญี่ปุ่น และประเทศในกลุ่มเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ เหมือนอย่างที่ญี่ปุ่นปั้นกรุงโตเกียว พร้อมดึงจังหวัดรอบๆ มาพัฒนาเชื่อมโยงกัน เช่นเดียวกับเกาหลีใต้ซึ่งใช้เมืองอินชอนพัฒนาเชื่อมกับกรุงโซล

คุณคณิศ แสงสุพรรณ เลขาธิการคณะกรรมการนโยบายการพัฒนาระเบียงเศรษฐกิจพิเศษภาคตะวันออก (EEC) เล่าว่า นับตั้งแต่ปี 2549-2557 ไทยมีอัตราการขยายตัวทางเศรษฐกิจ เติบโตเฉลี่ยเพียง 3.1% ขณะที่การลงทุนในภาพรวมเติบโตแค่ 2% การลงทุนจากภาคเอกชนเติบโต 2.9% เท่านั้น ทั้งที่ความเป็นจริงสามารถเติบโตได้ถึงปีละ 10% เลยทีเดียว เป็นเพราะในช่วงที่ผ่านมาไทยมีปัญหาเรื่องของเศรษฐกิจและการเมืองรุมเร้า ส่งผลให้ไทยต้องเร่งอุดจุดอ่อน ด้วยการลงทุนโครงสร้างพื้นฐานด้านเศรษฐกิจโดยเร็ว เพื่อนำประเทศให้พ้นจากกับดักรายได้ปานกลาง EEC จึงเป็นหนึ่งในคำตอบสำคัญที่พลิกโฉมประเทศไทยไปสู่การเปลี่ยนแปลง! หลังจากเราได้พัฒนามากว่า 30 ปี มีการลงทุนมากมายปักธงรออยู่แล้ว ทั้งโรงงาน สนามบิน ท่าเรือ รวมถึงมาตรการลดภาษีแก่นักลงทุน

ลงทุน EEC

และจากผลการศึกษา EEC ได้วางโรดแมปพัฒนา 4 กลุ่มหลักด้วยกัน ได้แก่ 1.โครงสร้างพื้นฐาน 2.อุตสาหกรรมเป้าหมาย 3.เมืองใหม่ และ 4.อุตสาหกรรมท่องเที่ยว ก่อให้เกิด 15 โครงการใหญ่ โดยในช่วง 5 ปีแรก จะเห็นโครงการ 7 โครงการเกิดขึ้น คือ 1.สนามบินอู่ตะเภา เมืองการบินแห่งภาคตะวันออก รองรับผู้โดยสารได้สูงสุดถึง 30 ล้านคนต่อปี 2.รถไฟความเร็วสูง ต่อจิ๊กซอว์การเดินทาง 3 สนามบิน ดอนเมือง-สุวรรณภูมิ-อู่ตะเภา ได้อย่างสะดวกสบาย 3.ท่าเรือน้ำลึกมาบตาพุด เฟส 3, แหลมฉะบัง เฟส 3 และสัตหีบ 4.เมืองใหม่พัทยา ชลบุรี ระยอง 5.อุตสาหกรรมเป้าหมาย ยานยนต์ไฟฟ้า 6.การตั้งเขตส่งเสริมดิจิทัลพาร์ค และ 7.เขตส่งเสริมเมืองนวัตกรรม

“สำหรับ EEC เราได้วางกรอบงบฯ ลงทุนกว่า 1.5 ล้านล้านบาท รัฐบาลอนุมัติไปแล้ว 7 แสนล้านบาท อย่างโครงการที่เริ่มพัฒนาไปแล้ว มีสนามบินอู่ตะเภา ซึ่งต้องการเชื่อมต่อกับดอนเมืองและสุวรรณภูมิ” ทั้งนี้ คาดว่าจะได้เห็นจุดเริ่มต้นความสำเร็จของ EEC ในอีก 5 ปีข้างหน้า โดยที่ผ่านมา เราพยายามเข้าไปให้ถึงจุดอ่อนที่สุดอย่างมิติการลงทุนโครงสร้างพื้นฐาน แต่ต้องไม่ลืมอีกเรื่องที่สำคัญมากเช่นกัน นั่นคือ การนำการค้าและการลงทุนมา
เชื่อมต่อกันให้ได้

โดยคำนึงถึงการพัฒนาและการถ่ายทอดความรู้ด้านเทคโนโลยีและอื่นๆ ซึ่งเป็นหัวใจหลักของนโยบายไทยแลนด์ 4.0 ที่ผ่านมาได้มีการพูดคุยกับอาลีบาบาเรื่องดิจิทัล นอกจากนี้ ยังได้พูดคุยกับการบินไทยซึ่งลงนามร่วมกับแอร์บัสเรื่องการจัดตั้งศูนย์ซ่อมบำรุงเครื่องบินที่สนามบินอู่ตะเภา

ด้านคุณแพทริค บาสเซ หัวหน้าเจ้าหน้าที่ปฏิบัติการ แอคคอร์โฮเทล ประจำประเทศไทย มองว่า นโยบายรัฐบาลที่ต้องการ
ส่งเสริมการลงทุนใน EEC นับเป็นเรื่องที่ดี เพราะนำไปสู่ โอกาสการลงทุนใหม่ๆ จากทั้งนักลงทุนไทยและต่างชาติ
ด้วยปัจจัยสนับสนุนอย่างโครงการพัฒนาโครงสร้างพื้นฐานที่รัฐบาลวางไว้ โดยเฉพาะอย่างยิ่งการปรับปรุงสนามบินอู่ตะเภา ซึ่งดึงดูดให้สายการบินต่างๆ สนใจเปิดเส้นทางและเพิ่มเที่ยวบิน เพิ่มกระแสการเดินทางของทั้งนักท่องเที่ยวและนักธุรกิจได้เป็นอย่างดี

“กลุ่มโรงแรมมีโอกาสเติบโตสูงในพื้นที่ EEC เพราะเป็นพื้นที่ชายฝั่งทะเลเปี่ยมศักยภาพ ยังมีชายหาดที่เงียบสงบและรักษาธรรมชาติได้เป็นอย่างดีอีกหลายหาด จึงมั่นใจว่าจะเป็นพื้นที่ที่ได้รับความสนใจจากนักท่องเที่ยวอย่างต่อเนื่อง”

เครือแอคคอร์ จึงเตรียมเปิดโรงแรมใหม่ โนโวเทล ศรีราชา มารีน่า เบย์ โดย ‘ศรีราชา’ ถือเป็นทำเลที่มีการพัฒนาทั้งมิติการเป็นแหล่งท่องเที่ยวที่มีทรัพยากรสมบูรณ์ และมิติการเป็นนิคมอุตสาหกรรม มีนักท่องเที่ยวต่างชาติเดินทางมาเจรจาธุรกิจจำนวนมาก จึงวางเป้าหมายเจาะทั้งนักท่องเที่ยว รวมถึงนักเดินทางกลุ่มที่มาติดต่อธุรกิจที่แหลมฉบัง

ขณะที่คุณปริญญา เธียรวร ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท วี.เอ็ม.พี.ซี. จำกัด (VMPC) ผู้พัฒนาอสังหาริมทรัพย์ครบวงจรทั้งขายและเช่า กล่าวถึงทำเล ‘ศรีราชา’ ว่า ได้กลายเป็นเมืองอุตสาหกรรมขนาดใหญ่ที่ได้รับความสนใจจากบริษัทผู้ผลิตขนาดใหญ่เป็นอย่างมาก จนก่อให้เกิดการขยายตัวเพิ่มขึ้นในธุรกิจโรงแรมกับเซอร์วิสอะพาร์ตเมนต์ นอกจากนี้ ยังสอดรับกับ EEC อีกด้วย

บริษัทฯ จึงเปิดตัวโครงการ โอ๊ควูด โฮเทล แอนด์ เรสซิเดนซ์ ศรีราชา ถือเป็นโครงการโรงแรมระดับ 5 ดาวแห่งแรกในศรีราชา บนเนื้อที่กว่า 12 ไร่ คาดเปิดตัวเฟสแรกของโครงการฯได้ภายในปลายปีนี้ “เหตุผลที่เลือกโอ๊ควูด เพราะเป็นเชนรับบริหารโรงแรมและ เรสซิเดนซ์ที่เก่งเรื่องตลาดพำนักระยะยาว หรือ ลองสเตย์ นอกจากนี้ ยังเป็นแบรนด์ที่แข็งแกร่งในประเทศญี่ปุ่นอีกด้วย สอดคล้องกับลูกค้ากลุ่มเป้าหมายของโครงการเราในศรีราชา ซึ่งเป็นชาวญี่ปุ่นที่เข้ามาอาศัยในศรีราชาจำนวนมาก พอๆ กับพำนักที่กรุงเทพฯ ด้วยซ้ำ โดยแนวโน้มในอีกไม่กี่ปีข้างหน้ามีการคาดการณ์ว่าจะมีชาวญี่ปุ่นเข้ามาพำนักเพื่อทำงานที่ศรีราชาเพิ่มขึ้น จากปัจจุบัน 7,000 คน เป็นมากกว่า 10,000 คนเลยทีเดียว” ก่อนหน้านี้ คุณไพสิฐ แก่นจันทน์ ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท แกรนด์ แอสเสท โฮเทลส์ แอนด์ พร็อพเพอร์ตี้ จำกัด (มหาชน) ให้มุมมองด้านการลงทุนใน ‘ระยอง’ ว่า เป็นทำเล ที่มีศักยภาพ เหมาะกับสร้างโรงแรมและที่พักเพื่อรองรับตลาดในวันธรรมดาและช่วงสุดสัปดาห์

นักท่องเที่ยว

เนื่องจากระยองเป็นเมืองอุตสาหกรรม มีลูกค้าชาวต่างชาติที่เดินทางมาทำธุรกิจ และกลุ่มองค์กรที่มองหาโรงแรมดีๆ ในการจัดประชุมสัมมนา นอกเหนือจากตัวเลือกหัวหินและพัทยา โดยลูกค้ากลุ่มนี้จะเข้ามาเติมอัตราการเข้าพักที่ดีในช่วงวันธรรมดา ขณะที่ช่วงสุดสัปดาห์โรงแรมก็จะได้ลูกค้ากลุ่ม พักผ่อนทั่วไป

“ด้วยศักยภาพของระยอง และสภาพแวดล้อมที่ยังไม่มีโรงแรมดีๆ เป็นตัวเลือกมากนัก เมื่อเทียบกับจุดหมายยอดนิยมอย่างพัทยา บริษัทฯ จึงลงทุนโครงการมิกซ์ยูส มีทั้งโรงแรม วิลล่า เรสซิเดนซ์ และคอนโดมิเนียม คาดเฟสแรกจะเปิดให้บริการโรงแรมและวิลล่าได้ก่อน ราวปี 2563 ซึ่งในช่วงดังกล่าว ระยองน่าจะเป็นจุดหมายที่คึกคักมากขึ้น หลังได้รับอานิสงส์อย่างมากจากสนามบินอู่ตะเภาและการโปรโมทท่องเที่ยวภาคตะวันออกในภาพรวม”

ฟากคุณดิลิป ราชากาเรีย ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร ไมเนอร์ โฮเทลส์ กล่าวว่า แผนการลงทุนธุรกิจโรงแรมในประเทศไทยของเครือไมเนอร์ จะยังคงมองทำเลในแหล่งท่องเที่ยวหัวเมืองหลักมากกว่า ส่วนทำเลในการพัฒนาเชิงพื้นที่ EEC ปัจจุบัน ยังไม่สนใจเข้าไปลงทุนโรงแรมใหม่ เพราะมีความต้องการชัดเจน มุ่งขยายธุรกิจในเมืองท่องเที่ยวหลักมากกว่า

ทั้งหมดนี้คือหลากมุมมองการลงทุนของผู้บริหารโรงแรมและที่พักใน ‘EEC’ คงต้องชั่งน้ำหนักให้ดีว่านี่คือโอกาสที่คุณๆ มองหาและต้องการจริงๆ หรือไม่ หากใช่ ก็จงเดินหน้าใส่เกียร์ให้เต็มที่ อย่าได้ลังเลใจอีกต่อไปเลย