Fri. Sep 21st, 2018
ผ้าม่าน ไม่ใช่เรื่องเล่นๆ (ตอนที่ 2)

ผ้าม่าน ไม่ใช่เรื่องเล่นๆ (ตอนที่ 2)

ฉบับที่แล้วเราได้พูดคุยกันถึงเรื่องผ้าม่านไปบ้างแล้วในระดับหนึ่ง ฉบับนี้จึงจะมาแนะนำวิธีในการเลือกผ้าม่านเพื่อให้เหมาะสมกับบ้านหรือสถานประกอบการอย่างเช่น โรงแรม รีสอร์ท และที่พักต่างๆ สิงคโปร์ ซึ่งมีองค์ประกอบหลายๆ อย่างที่จะต้องพิจารณาและให้ความใส่ใจ

ความจริงการเลือกผ้าม่าน สิ่งที่ควรนึกถึงเป็นอันดับแรกคือ “รูปแบบ” ของสถานที่ที่จะติดตั้งผ้าม่าน อย่างเช่น “ม่านพับ” คงไม่เหมาะกับบ้านทรงโรมัน แต่ทั้งนี้อาจไม่ได้เป็นกฎเกณฑ์ตายตัวเสมอไป ขึ้นอยู่กับรายละเอียดที่เราจะเติมหรือเพิ่มเข้าไป เช่น ม่านพับสามารถเพิ่มการตกแต่งชายครุยหรืออย่างอื่นในสไตล์หลุยส์เข้าไป ก็สามารถทำให้บรรยากาศไปกันได้เช่นกัน

สิ่งที่สำคัญที่สุดของการเลือกผ้าม่านคือการเลือกใช้เฉดสี ตรงนี้อาจต้องทำความเข้าใจให้มากเป็นพิเศษ เพราะถ้าสีที่ไปกันได้กับสิ่งรอบข้างก็จะทำให้ได้บรรยากาศที่ดี ดังนั้น การเลือกใช้สีผ้าม่านนั้นต้องมีความเข้าใจหรือไม่ก็มีความรู้เรื่องอารมณ์ของสีอยู่บ้าง เพราะบางคนเลือกผ้าม่านจากแรกเห็นหรือตัวอย่างในแค็ตตาล็อกที่ดูว่าสวยดี แต่พอตัดสินใจเลือกไปแล้วติดตั้งเสร็จ ปรากฏว่าสีไม่ได้อย่างที่คิด เข้มเกินไป อ่อนเกินไปบ้าง ดูทึบบ้าง ดูลายตาบ้าง ดูเก่าบ้าง ออกมาไม่สวย ต้องมานั่งเสียใจภายหลัง อันนี้ก็มีโอกาสเกิดขึ้นได้เช่นกัน

ที่กล่าวมาข้างต้นคือสิ่งที่ควรระวัง ถ้าจำเป็นต้องเลือกหรือไม่แน่ใจให้เลือกสีที่เป็นกลาง สามารถเข้ากับสภาพแวดล้อมหรือเฟอร์นิเจอร์ได้ทุกสี เช่น สีครีม สีเบจ สีน้ำตาลอ่อน สีออฟไวท์ ซึ่งสีเหล่านี้เป็นสีที่เป็นกลาง สามารถเข้ากับทุกสีได้โดยไม่มีความขัดแย้งกับสีต่างๆ ก็จะช่วยลดข้อผิดพลาดได้ในระดับหนึ่ง

การเลือกประเภทผ้าม่าน

หลักง่ายๆ ไม่ว่าจะเป็นผ้าทอลาย หรือผ้าพื้นสี สิ่งสำคัญต้องดูว่าห้องนั้นสีอะไร บรรยากาศโดยรวมออกโทนสีอะไร ให้เราเลือกผ้าม่านสีโทนเดียวกับห้องจะดีที่สุด ถ้าผนังสีขาว ก็ต้องดูว่าเฟอร์นิเจอร์หรือของตกแต่งห้องมีสีอะไรบ้าง ก็ให้เราเลือกโทนใกล้เคียง อาจอ่อนหรือเข้มกว่าบ้างนิดหน่อยก็ไม่เป็นไร ขึ้นอยู่กับสีเฟอร์นิเจอร์เป็นหลัก

ทั้งนี้ ต้องลองเทียบสี วิธีการคือนำตัวอย่างผ้าม่านมาวางใกล้ๆ กับเฟอร์นิเจอร์เปรียบเทียบดูว่าสีไหนกลมกลืนที่สุด ไม่จำเป็นต้องเป็นโทนเดียวกัน หรืออาจตัดกันก็ได้ แต่ดูแล้วต้องไปกันได้

กรณีเลือกผ้าม่านก่อนเฟอร์นิเจอร์ ซึ่งยังไม่แน่ใจว่าเราจะสั่งเฟอร์นิเจอร์สีอะไร ก็ควรเลือกผ้าม่านสีที่เป็นกลางๆ สามารถเข้ากับสีอื่นได้หลายๆ สี เช่น สีเบจ สีครีม น้ำตาลอ่อน วนิลา ออฟไวท์ เพราะเมื่อนำเฟอร์นิเจอร์เข้ามาภายหลังจะได้ไม่ขัดกัน เนื่องจากสีเหล่านี้สามารถเข้ากับสีอะไรก็ได้

ที่จริงความสวยงามของผ้าม่านขึ้นอยู่กับสีและรูปแบบที่เราเลือกใช้มากกว่า เช่น เลือกแบบม่านหลุยส์, ม่านพับ, ม่านตาไก่, กระเช้า เหล่านี้ความสวยงามของลายผ้าไม่เท่ากับความสวยงามของแบบรูปแบบ และไม่ได้ขึ้นอยู่กับลายผ้าเสมอไป เพราะถ้าใช้ผ้าลายใหญ่ ยิ่งสีเข้มด้วยแล้ว สิ่งที่ตามมาเมื่อติดตั้งเสร็จ อาจทำให้เรารู้สึกไม่สบายตา ไม่สบายอารมณ์ ลายบางลายมองบ่อยๆ อาจทำให้เวียนหัวเลยก็เป็นได้ เพราะต้องไม่ลืมว่า ผ้าม่านจำเป็นต้องทำจีบหรือต้องใช้ผ้าเป็นสองเท่าของหน้าต่างหรือประตู นั่นหมายความว่าลายของผ้าที่เราเลือกก็จะแน่นคูณสองโดยทันที ถ้าเป็นผ้าม่านลายใหญ่หรือลายดอกที่ว่าแล้วความหนาแน่นของลายผ้าจะเพิ่มขึ้น อาจทำให้ลายตาอย่างหลีกเลี่ยงไม่ได้

การเลือกผ้าม่านดังที่กล่าวไม่ได้มีกฎเกณฑ์ตายตัวเสมอไป ขึ้นอยู่กับยุคสมัย ขึ้นอยู่กับความพอใจ สิ่งที่สำคัญคือการระวังเรื่องการใช้สีเท่านั้น การใช้สีเป็นสิ่งที่เราต้องรู้ เพราะสีมีอิทธิพลต่ออารมณ์และความรู้สึก ซึ่งสามารถเปลี่ยนอารมณ์มนุยษ์ได้ ข้อคิดและวิธีการเลือกผ้าม่านนี้เป็นการให้ความรู้และคำแนะนำเบื้องต้น เป็นการแนะนำอย่างเป็นกลางๆ การใช้สีเข้ม หรือใช้ผ้าม่านลายใหญ่ สามารถทำได้ แต่ในการตัดสินใจเราอาจต้องปรึกษาผู้รู้ หรือปรึกษานักออกแบบที่มีความชำนาญ เพื่อให้ได้ผ้าม่านที่คุ้มค่ากับปัจจัยที่เราต้องเสียไป