Sun. Sep 23rd, 2018
ผ้าม่าน ไม่ใช่เรื่องเล่นๆ (ตอนที่ 1)

ผ้าม่าน ไม่ใช่เรื่องเล่นๆ (ตอนที่ 1)

โรงแรมไหนบ้างที่ไม่มีผ้าม่าน? แทบจะปฏิเสธไม่ได้เลยว่าทุกโรงแรมต้องมี “ผ้าม่าน” นั่นแสดงว่าผ้าม่านถือเป็นอีกหนึ่งส่วนประกอบสำคัญในการตกแต่งโรงแรมและที่พัก ซึ่งนอกจากจะใช้ป้องกันแสงหรือบดบังสายตาแล้ว ผ้าม่านยังสามารถช่วยสร้างบรรยากาศและความสวยงาม อีกทั้งยังบอกได้ถึงรสนิยมของโรงแรมหรือที่พักได้อีกด้วย ดังนั้น การเลือกผ้าม่านให้เหมาะกับโรงแรมหรือที่พักจึงเป็นเรื่องที่ไม่สามารถมองข้ามได้เลย

ในอดีตคนส่วนใหญ่มักนิยมเลือกผ้าม่านที่มีโทนสีเข้มและสีสด เช่น สีแดง สีน้ำเงิน สีเขียว สีส้ม เหตุผลเพราะกลัวผ้าซีดและเก่าเร็ว เนื่องจากต้องกันแดดและกันแสงได้ดี โดยเชื่อว่าผ้าสีเข้มจะทำให้ดูซีดน้อยกว่าผ้าสีอ่อน ขณะที่เนื้อผ้าก็ต้องเป็นแบบหนาๆ เพราะเชื่อว่าจะทนทาน มีอายุการใช้งานที่ยาวนาน คุ้มค่าคุ้มราคา ซึ่งนั่นคือความคิดและค่านิยมในอดีตที่ผ่านมา

แต่ทุกวันนี้แนวคิดดังกล่าวเริ่มเปลี่ยนไป เนื่องจากคนส่วนใหญ่มีความเข้าใจในเรื่องของโทนสีและเนื้อผ้ามากขึ้น โดยเฉพาะเรื่องของสี ซึ่งสีมีอิทธิพลและมีผลต่ออารมณ์ความรู้สึกของคนเรา ดังนั้น การเลือกผ้าม่านในปัจจุบันจึงมุ่งเน้นที่ความสวยงาม ลงตัว ได้บรรยากาศ ได้อารมณ์ และช่วยความรู้สึกที่ดีมากยิ่งขึ้น

โดยสีที่ได้รับความนิยม ได้แก่ สีที่อบอุ่น อาทิ น้ำตาล ทั้งอ่อนและเข้ม หรือสีใกล้เคียง เช่น สีเบจ สีครีม สีอิฐ หรือสีที่มองแล้วที่ให้ความรู้สึกอบอุ่น สบาย อ่อนโยน นุ่มนวล ส่วนเนื้อผ้าก็มักนิยมเลือกเป็นผ้าทอลายหรือที่เรียกว่า “ผ้าจัสการ์ด” ผ้าที่มีความพริ้วไหว ทิ้งตัว โดยที่ไม่จำเป็นต้องเป็นผ้าเนื้อหนา

สำหรับเนื้อผ้านั้น ผ้าม่านไม่จำเป็นต้องเป็นผ้าที่มีเนื้อหนาเสมอไป ความสำคัญจะอยู่ที่โครงสร้างของผ้า วัตถุดิบ และเทคนิคการทอ เพราะผ้าที่หนาอาจไม่ได้เป็นอย่างที่เข้าใจเสมอไป บางครั้งแสงก็สามารถผ่านและมองทะลุได้ แต่กลับกัน ผ้าที่บางอาจไม่สามารถมองผ่านได้ เหตุผลคือการใช้เส้นใยหรือเส้นด้ายที่เล็กกว่า มีความหนาแน่นมากกว่า ผ่านกระบวนการทอตามคุณลักษณะ ทำให้ได้ผ้าม่านที่เป็นไปตามความต้องการ เช่น การทิ้งตัว ความพริ้วไหว ความสวยงามได้รูปทรง ซึ่งผ้าที่มีเนื้อหนากว่าถึงแม้จะมีน้ำหนักมาก แต่อาจไม่มีคุณสมบัติดังกล่าว จึงเป็นเหตุให้คุณสมบัติของผ้าที่หนาอาจสู้ผ้าที่บางกว่าไม่ได้ ฉะนั้น ผ้าที่มีน้ำหนัก การทิ้งตัว ไม่ได้ขึ้นอยู่ความหนาของผ้าม่านเสมอไป

อย่างไรก็ตาม การเลือกใช้ผ้าม่านต้องดูที่ความเหมาะสม เช่น ผ้าที่มีเนื้อบางก็จะเหมาะกับผ้าม่านที่ต้องการความพริ้วไหว มีการทิ้งตัวอย่างเป็นรูปทรง เช่น ม่านหลุยส์ ม่านจีบ หรือม่านรูปแบบอื่นที่มีลักษณะใกล้เคียงกัน ส่วนผ้าที่หนามีเนื้อค่อนข้างแข็งก็จะเหมาะกับพวกม่านพับ ม่านรูปทรงอื่นที่ไม่ต้องการความพริ้วไหว หรือทำเป็นผ้าบุเฟอร์นิเจอร์ เป็นต้น

ในเรื่องของสีและลายผ้านั้นก็ไม่ได้มีกฎเกณฑ์ตายตัวเสมอไป หลายสิ่งขึ้นอยู่กับความเหมาะสม ไม่ได้จำกัดว่าห้องนอนต้องเป็นสีโน้น ห้องนั่งเล่นต้องเป็นสีนี้ เราสามารถเลือกสีและรูปแบบของผ้าม่านเพื่อให้เข้าหรือไปกันได้กับสภาพแวดล้อมหรือห้องที่เราต้องการตกแต่ง ขอแค่ทำแล้วกลมกลืนหรืออาจตัดกันบ้างกับสิ่งรอบข้างหรือบรรยากาศโดยรวม เช่น สีโดยรวมของห้องนั้นออกโทนสีอะไร รูปแบบและสีเฟอร์นิเจอร์เป็นอย่างไร เราสามารถนำสีผ้าม่านนั้นมาเปรียบเทียบดูถึงความเหมาะสม หรือเพื่อให้ตัดกันในแนวทางที่ไปก้นได้

ในตอนต่อไปจะมาบอกถึงหลักในการเลือกผ้าม่าน และการนำไปใช้กับห้องต่างๆ เพื่อให้ท่านเจ้าของโรงแรมหรือที่พักมีแนวทางในการเลือกใช้ผ้าม่านได้อย่างเหมาะสม สวยงาม ลงตัว และช่วยสร้างบรรยากาศที่ดีให้กับที่พักของท่านได้