Sun. Sep 23rd, 2018
ปั่นสองล้อ…ท่องมุมใหม่ ‘พัทยา’

ปั่นสองล้อ…ท่องมุมใหม่ ‘พัทยา’

ไม่มีคำว่า ‘เบื่อ’ บรรจุในพจนานุกรมของคนรักการปั่น ว่างเป็นไม่ได้ ต้องหาเส้นทางใหม่ๆ พาจักรยานคู่ใจตะลอนไปเรื่อย เราจึงกระตุ้นตัวเองให้หลุดพ้นจากความเฉื่อยในวันหยุดสุดสัปดาห์ ด้วยการนัดหมายเพื่อนนักปั่น มารวมตัวกันราวบ่ายสองของวันเสาร์ ที่หน้าถนนคนเดิน ‘ตลาดชุมชนจีนโบราณบ้านชากแง้ว’ ตำบลห้วยใหญ่ อำเภอบางละมุง จังหวัดชลบุรี ซึ่งเชื่อมสถานที่สำคัญของชุมชนชาวจีนแต้จิ๋วที่อพยพจากแผ่นดินใหญ่เมื่อร้อยกว่าปีที่แล้ว ไม่ว่าจะเป็น ศาลเจ้าแม่ทับทิม โรงงิ้ว และโรงหนังเก่าโบราณ

แดดกำลังร้อนได้ใจ แต่ขอบอกเลยว่าทำอะไรจิตใจอันฝักใฝ่การปั่นของเราไม่ได้ มีเพียงสิ่งเดียวที่จะหยุดยั้งการปั่นนี้ได้ คือ บรรดาอาหารถิ่นทั้งไทย ทั้งจีน ซึ่งตั้งเรียงรายหน้าบ้านเรือนสไตล์จีนโบราณที่ยังหลงเหลืออยู่ ยังดีที่มีเพื่อนคอยฉุดเอาไว้ด้วยประโยคที่ว่า…’ตลาดบ้านชากแง้วเขาเปิดทุกเสาร์ ตั้งแต่สิบโมงยันสามทุ่มโน่น’ เพราะกลัวเราจะหลงหายไปในตลาด แล้วไม่กลับออกมาปั่นอีกเลย

ปั่นสองล้อ…ท่องมุมใหม่ ‘พัทยา’ เราหักห้ามใจ หันหลังให้กับถนนคนเดินบ้านชากแง้วชั่วคราว มุ่งหน้าไปยังอีก 7 จุดหมายตามเส้นทางปั่นจักรยานตามแอพพลิเคชัน ‘Smart Pattaya’ ที่องค์การบริหารการพัฒนาพื้นที่พิเศษเพื่อการท่องเที่ยวอย่างยั่งยืน (อพท.) ได้พัฒนาขึ้น ข้อดีของแอพฯ นี้ คือ เมื่อเราปั่นไปถึงจุดหมาย จะมีเสียงอธิบายรายละเอียดและที่มาของแหล่งท่องเที่ยวแต่ละจุดแบบอัตโนมัติ ตามพิกัดจีพีเอสที่ระบุไว้ ไม่ต้องเสียเวลาเคลื่อนมือจากแฮนด์จักรยานมาสัมผัสหน้าจอเลยแม้แต่นิดเดียว จุดหมายที่เราปั่นมาถึงเป็นแห่งที่ 2 คือ ‘วิหารเซียน’ อาคารสูงสามชั้นแบบจีนซึ่งสร้างขึ้นตามหลักฮวงจุ้ยเด่นตระหง่านตรงหน้า คราคร่ำไปด้วยนักท่องเที่ยวไทยและจีน ไม่รอช้า เราเข้าไปชมศิลปะชั้นสูงของจีน บรรดาหินแกะสลักรูปสัตว์ชนิดต่างๆ ตามตำนานและบทประพันธ์เลื่องชื่อ รวมถึงโบราณวัตถุ ทั้งเครื่องปั้นดินเผา ภาพวาด เครื่องดนตรีโบราณ รถม้าโบราณ รูปปั้นของเหล่าเทพจีนและ 18 อรหันต์ ของวัดเส้าหลิน

อย่างไรก็ดี ที่วิหารเซียนแห่งนี้ ไม่ได้มีแค่การจัดแสดงของศิลปกรรมจีนเท่านั้น แต่ยังมีโซนจัดแสดงศิลปกรรมแบบไทยด้วย เช่น บ้านเรือนของไทยในแต่ละภาค เรือจำลอง และไม้แกะสลัก รวมถึงพระพุทธรูปทั้งแบบไทยและจีนให้ได้ไหว้ขอพรกันถ้วนหน้า หลังจากนั้น เราปั่นต่อไปจนถึง ‘วันเดอร์ฟาร์ม’ สวนสัตว์ขนาดย่อม เปิดโอกาสให้คนรักสัตว์ได้ป้อนอาหารบรรดากระต่าย ม้าแคระ แพะ หงส์ อย่างใกล้ชิด เหมาะกับนักท่องเที่ยวที่ยกโขยงกันมาเป็นครอบครัว โดยเฉพาะคุณหนูๆ ที่น่าจะชื่นชอบเป็นพิเศษ

วัดเขาชีจันทร์

ส่วนนักปั่นอย่างเรา เห็นจะถูกใจกับร้านกาแฟที่มีขนมนมเนยและเครื่องดื่มหลากหลายเมนู จึงสั่งมาทานกันเป็นการใหญ่ ชดเชยแคลอรี่ที่เพิ่งเผาผลาญไป ราวกับขาดอาหารมา 3 วัน ทั้งที่เพิ่งปั่นผ่านมาแค่ 3 จุดหมายเท่านั้นเอง เติมพลังด้วยเครื่องดื่มเย็นจนชื่นใจ ก็พร้อมเผชิญความร้อนของอากาศกันต่อที่ ‘วัดเขาชีจรรย์’ อันเลื่องชื่อ ขณะปั่นมาตามทาง เราเห็นพระพุทธรูปแกะสลักด้วยเลเซอร์บนหน้าผาเขาชีจรรย์แต่ไกล เป็นพระพุทธรูปประทับนั่งปางมารวิชัยเลียนแบบพระพุทธนวราชบพิตร ศิลปะสุโขทัยผสมล้านนา มีขนาดความสูงรวมฐาน 130 เมตร พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวฯ โปรดเกล้าฯ พระราชทานนามพระพุทธรูปแกะสลักในลักษณะพระพุทธฉายที่ใหญ่ที่สุดในโลกองค์นี้ว่า ‘พระพุทธมหาวชิร อุตตโมภาสศาสดา’ มีความหมายว่า พระพุทธเจ้าทรงเป็นศาสดาที่รุ่งเรือง สว่าง ประเสริฐดุจดังมหาวชิระ

ใกล้ๆ เขาชีจรรย์ คือ ‘ไร่องุ่นซิลเวอร์เลค’ เรื่องราวของไร่องุ่นแห่งนี้ มีความเชื่อว่าพื้นที่รอบๆ อ่างเก็บน้ำใกล้เขาชีจรรย์ มีสภาพดินน้ำ และอากาศใกล้เคียงกับไร่องุ่นในสหรัฐอเมริกา ผู้ก่อตั้งจึงได้เชิญผู้เชี่ยวชาญด้านการอนุบาลองุ่นจากสหรัฐฯ มาตรวจสอบคุณภาพดินและน้ำอีกครั้ง เมื่อมั่นใจในคุณภาพดินและน้ำ จึงได้เริ่มต้นปลูกองุ่นต้นแรกเมื่อปี 2545 เนรมิตพื้นที่โล่งแบบเขาหัวโล้นริมอ่างเก็บน้ำกว่า 1,000 ไร่ เป็นไร่องุ่นพันธุ์ดีจากสหรัฐฯ เรียงแถว สวยสะดุดตา นอกจากนี้ ยังมีบ้านไม้แบบยุโรป ฟาร์มเฮาส์แบบชาวอเมริกัน สวนดอกไม้นานาชนิด ร้านอาหาร จุดบริการของฝากและของที่ระลึก รวมทั้งผลิตภัณฑ์จากองุ่น เช่น ผลองุ่นสด ไวน์ น้ำองุ่น แยม ลูกเกด และผลิตภัณฑ์แปรรูปอีกมากมายมาบริการนักท่องเที่ยว รวมถึงกิจกรรมน่าสนใจอย่างการนั่งรถรางเที่ยวชมรอบไร่องุ่น สามารถแวะจอดตามจุดต่างๆ เพื่อถ่ายรูปบรรยากาศไร่องุ่นกับเพื่อนฝูงหรือครอบครัวเป็นที่ระลึกได้

ไร่องุ่นซิลเวอร์เลค

หลังจากเสร็จภารกิจเก็บภาพบรรยากาศไร่องุ่น เราปั่นจักรยานวนไปตามเส้นทางที่แอพพลิเคชันแนะนำ จนมาถึง ‘วัดญาณสังวรารามวรมหาวิหาร’ เป็นวัดที่อยู่ในพระบรมราชูปถัมภ์ สร้างขึ้นเพื่อถวายสมเด็จพระญาณสังวร สมเด็จพระสังฆราช สกลมหาสังฆปรินายก บรรยากาศภายในวัดนั้นร่มรื่น มีการวางผังการจัดสร้างถาวรวัตถุอย่างสวยงามบนพื้นที่กว้างใหญ่ ภายในพระบรมธาตุเจดีย์มหาจักรีพิพัฒน์มีการจัดแสดงพระบรมสารีริกธาตุลักษณะต่างๆ และพระธาตุพระอรหันต์สมัยพุทธกาล ที่มีกล่าวไว้ในตำราพระธาตุครบทั้ง 47 องค์

นอกจากนี้ ภายในวัดยังมี ‘พระมหามณฑปพุทธบาท ภปร.สก.’ ซึ่งตั้งอยู่บนเขาดินบริเวณวัดญาณสังวรารามวรมหาวิหาร โดยได้รับพระราชทานโมเสสสีทองจากสมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี ซึ่งเป็นโมเสสชุดเดียวกันกับพระเจดีย์วัดพระศรีรัตนศาสดาราม เมื่อครั้งบูรณปฏิสังขรณ์วัดพระแก้วมาประดับ นักท่องเที่ยวสามารถขึ้นไปสักการะรอยพระพุทธบาทบนพระมหามณฑปได้โดยการขึ้นบันได 200 ขั้น สักการะขอพรกันเป็นที่เรียบร้อย มุ่งตรงไปที่ ‘คุณหญิงไฮโดร สวนผักไร้ดิน’ กันต่อเลย สวนผักไฮโดรโปนิกส์ในโรงเรือนแห่งนี้ มีการควบคุมการผลิตและดูแลอย่างดี ผักที่ปลูกเป็นผักสลัด 6 ชนิด หลักๆ เช่น ฟิลเล่ย์ไอซ์เบิร์ก เรดโอ๊ค กรีนโอ๊ก ผักคอส และบัตเตอร์เฮด นักท่องเที่ยวอย่างเราสามารถเข้าชมสถานที่ได้โดยไม่เสียค่าใช้จ่าย ที่นี่เขามีเครื่องดื่มและอาหารเพื่อสุขภาพ โดยเฉพาะน้ำผักที่ปลอดจากสารพิษให้บริการ เรียกความสดชื่นได้ดีทีเดียว

เรารีบปั่นกลับไปที่จุดเริ่มต้น…ถนนคนเดิน ‘ตลาดชุมชนจีนโบราณบ้านชากแง้ว’ เมื่อดวงตะวันเริ่มคล้อยต่ำ สปีดการปั่นเร็วดีไม่มีตก นั่นเป็นเพราะกระเพาะของเราเริ่มส่งเสียงประท้วงเข้าให้แล้ว เมื่อมาถึงหน้าถนนคนเดิน เราจูงจักรยานเข้าไป แล้วเริ่มปฏิบัติการล่าของกินอร่อยๆ ซึ่งมีให้เลือกละลานตาอย่างยิ่ง ทั้งกุยช่ายทอดกรอบ ก๋วยเตี๋ยวหลอด ก๋วยจั๊บ ขาหมูหมั่นโถว กระเพาะปลา หอยจ๊อทอด หอยทอด ปากเป็ดทอด ทอดมันปลากราย และหมูหยองกรอบ ติดใจเมนูไหน ก็สอยเพิ่มไปกินต่อที่โรงแรม

สำหรับโรงแรมที่เราขอแนะนำ คือ ชูการ์ฮัท รีสอร์ต แอนด์ เรสเตอรองต์ ตั้งอยู่บนถนนทัพพระยา อำเภอบางละมุง โดดเด่นด้วยการออกแบบสวนที่เต็มไปด้วยต้นไม้เขียวขจี และบ้านทรงไทยสมัยอยุธยา ซึ่งได้ช่างจากอยุธยามาออกแบบตามหลักไทยดั้งเดิม แยกห้องนอนกับห้องพักผ่อนออกจากกัน มีชานบ้านเป็นส่วนเชื่อม ผู้เข้าพักจึงรู้สึกไม่อึดอัด ภายใต้บรรยากาศผ่อนคลายแบบไทยๆ อย่างแท้จริง