Sun. Sep 23rd, 2018
ส่องพฤติกรรมเที่ยว เจาะตลาดหรู ‘ไต้หวัน’

ส่องพฤติกรรมเที่ยว เจาะตลาดหรู ‘ไต้หวัน’

เมื่อปลายเดือนตุลาคม ปี 2559 ผู้เขียนมีโอกาสร่วมเดินทางไปสังเกตการณ์บรรยากาศงานโรดโชว์ส่งเสริมการขายสินค้าท่องเที่ยวที่ ‘ไต้หวัน’ จัดขึ้นโดยสมาคมไทยธุรกิจการท่องเที่ยว (แอตต้า) และการท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย (ททท.) มีผู้ประกอบการท่องเที่ยวทั้งโรงแรม แหล่งท่องเที่ยว รวมถึงบริษัทนำเที่ยว กว่า 40 ราย อัปเดตสินค้าและเจรจาธุรกิจกับผู้ประกอบการท่องเที่ยวฝั่งไต้หวัน

โรดโชว์ครั้งนี้ ไม่ได้ไปเยือนแค่เมืองหลวง ‘กรุงไทเป’ เท่านั้น แต่ยังไป ‘เกาสง’ เมืองท่าสำคัญทางตอนใต้ ขนาดเศรษฐกิจใหญ่เป็นอันดับ 2 รองจากไทเปด้วยมีผู้ประกอบการบริษัทนำเที่ยวในไต้หวันกว่า 400 บริษัท ตบเท้ามาร่วมเจรจาซื้อขายสินค้า

คุณเจริญ วังอนานนท์ นายกสมาคมไทยธุรกิจการท่องเที่ยว (แอตต้า) บอกว่า ในช่วง 3 ปีที่ผ่านมา ตลาดนักท่องเที่ยวกรุ๊ปทัวร์ไต้หวันเที่ยวไทยตกลงพอสมควร การจัดโรดโชว์ที่ 2 เมืองเศรษฐกิจสำคัญของไต้หวันคราวนี้ ก็เพื่อกระตุ้นเตือน ‘ความคิดถึง’ ของผู้ประกอบการและนักท่องเที่ยวฝั่งไต้หวันที่มีต่อประเทศไทย เนื่องจากนักท่องเที่ยวไต้หวันเป็นตลาดที่มีศักยภาพในการใช้จ่ายด้านท่องเที่ยวสูงมาก แม้จะมีประชากรทั้งเกาะแค่ 25 ล้านคน แต่ทุกคนมีฐานรายได้สูง ขึ้นอยู่กับว่าผู้ประกอบการอยากได้ตลาดแบบไหนมากกว่า

การท่องเที่ยว ไต้หวัน

คุณอดิษฐ์ ชัยรัตนานนท์ เลขาธิการ แอตต้า เล่าเสริมว่า อีกหนึ่งปัจจัยที่ทำให้ตลาดทัวร์ไต้หวันลดลงในช่วงที่ผ่านมา คือ นักท่องเที่ยวไต้หวันมีตัวเลือกด้านการท่องเที่ยวเพิ่มขึ้นมากนั่นเอง ล่าสุด ได้รับการยกเว้นการขอตรวจลงตรา (วีซ่า) จากสหรัฐอเมริกาและยุโรป นับรวมๆ แล้ว ก็มีกว่า 140 ประเทศ ทั่วโลกที่อ้าแขนยินดีต้อนรับนักท่องเที่ยวไต้หวัน แสดงให้เห็นถึงศักยภาพของนักท่องเที่ยวตลาดนี้ว่ามีมากแค่ไหน ส่วนไทย… ถือเป็นจุดหมายปลายทางแรกๆ ที่ชาวไต้หวันเคยมาเที่ยวตั้งแต่เมื่อ 30 ปีก่อน แม้จะเป็นนักท่องเที่ยวจากเอเชียที่ร่วมบุกเบิกเปิดตลาดการท่องเที่ยวไทย แต่สุดท้ายแล้ว… ไทย ก็ยังเป็นจุดหมายที่ชาวไต้หวันเลือกเดินทางมา

โดยปัจจุบันมีปัจจัยเรื่องราคาแพ็กเกจทัวร์มาไทยที่แพงขึ้นทำให้ชาวไต้หวันต้องขอขบคิดและนำไปเปรียบเทียบกับราคาแพ็กเกจทัวร์ไปจุดหมายอื่นๆ ให้ดีก่อนสำหรับพฤติกรรมของนักท่องเที่ยวไต้หวัน พบว่า นิยมใช้สินค้าท่องเที่ยวระดับหรูหรา โรงแรมที่เลือกเข้าพักล้วนเป็นระดับ 4-5 ดาว เนื่องจากไม่ต้องการเข้าพักชนกับตลาดนักท่องเที่ยวชาวจีนทั่วไป

หากมีโอกาสเดินสำรวจตลาดท่องเที่ยวแถบหัวหิน จะเห็นว่ามีนักท่องเที่ยวไต้หวันเดินทางไปพักผ่อนกันมากขึ้น นอกจากนี้ยังนิยมไปเที่ยวเชียงใหม่กับเกาะสมุยมากขึ้นด้วย ส่วนภูเก็ต… จุดหมายที่มีภาพลักษณ์เป็นแหล่งท่องเที่ยวไฮเอนด์ของไทย ปัจจุบันยอดนักท่องเที่ยวไต้หวันไปภูเก็ตตกลงไปมากเนื่องจากสายการบินที่เปิดให้บริการเที่ยวบินตรง ได้ยกเลิกเที่ยวบินไปแล้ว

ด้านคุณชูเกียรติ โพธิโต ผู้อำนวยการ สำนักงานไทเป การท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย (ททท.) ระบุว่า ไทยเป็นจุดหมายปลายทางอันดับ 4 ที่นักท่องเที่ยวไต้หวันนิยมไปเที่ยว รองจากญี่ปุ่น จีน และเกาหลีใต้ โดยจำนวนนักท่องเที่ยวไต้หวันมาไทยเมื่อปี 2558 อยู่ที่ระดับ 5.5 แสนคน อาจดูไม่มาก เมื่อเทียบกับนักท่องเที่ยวจีน ญี่ปุ่น และเกาหลีใต้ ซึ่งล้วนเป็นตลาดที่มาเที่ยวไทยเกิน 1 ล้านคน

แต่ก็ถือว่าเป็น 5.5 แสนคน ที่อัดแน่นด้วยคุณภาพการใช้จ่ายด้านท่องเที่ยวอย่างยิ่ง โดยค่าใช้จ่ายเฉลี่ยต่อคนต่อทริป อยู่ที่ 4 หมื่นบาท พำนัก 5 วัน 4 คืน เพราะสินค้าที่เลือกซื้อ ล้วนเป็นโรงแรมระดับหรูหรา ทั้งยังชื่นชอบการชอปปิ้งด้วย นิยมไปเที่ยวกรุงเทพฯ เชียงใหม่ และหัวหิน นอกจากนี้ ยังคาดด้วยว่าปี 2560 ตลาดไต้หวันเที่ยวไทยจะ เติบโตทั้งในแง่รายได้และจำนวนในอัตราเดียวกัน คือที่ 10%

“เหตุระเบิดที่แยกราชประสงค์เมื่อเดือนสิงหาคม ปี 2558 ได้ส่งผลกระทบต่อการเดินทางมาเที่ยวไทยของชาวไต้หวัน ทั้งตลาดกรุ๊ปทัวร์ซึ่งครองสัดส่วน 70% ของนักท่องเที่ยวไต้หวันทั้งหมดและเอฟ.ไอ.ที. อีก 30% เนื่องจากเป็นตลาดที่อ่อนไหวกับสถานการณ์เช่นนี้อย่างมาก อย่างไรก็ตาม สัญญาณการฟื้นตัวของตลาดไต้หวันเที่ยวไทยเริ่มดีขึ้นตั้งแต่เดือนสิงหาคม 2559 เป็นต้นมาแล้ว” คุณชูเกียรติ กล่าว

นอกเหนือจากสถานการณ์ตลาดนักท่องเที่ยวขาเข้า (Inbound) ไต้หวันมาไทยแล้ว อีกหนึ่งความเคลื่อนไหวที่น่าจับตามองอย่างยิ่งหนีไม่พ้นนโยบาย New Southbound หรือ ‘มุ่งสู่ใต้’ ของรัฐบาลไต้หวัน หลังเบนเข็มทิศการสร้างรายได้ในภาคท่องเที่ยวหันมารุกตลาดนักท่องเที่ยวเอเชียจากฝั่งใต้มาเที่ยวไต้หวันมากขึ้น เพื่อชดเชยจำนวนนักท่องเที่ยวจีนที่หดตัวอย่างรุนแรงโดยเมื่อวันที่ 1 สิงหาคม 2559 รัฐบาลไต้หวันได้คิกออฟมาตรการยกเว้นวีซ่าให้กับคนไทย ทดลองใช้นาน 1 ปี อนุญาตให้พำนักในไต้หวันได้ไม่เกิน 30 วัน

เที่ยวไต้หวัน

แน่นอนว่าพฤติกรรมการท่องเที่ยวและจับจ่ายของนักท่องเที่ยวไทยนั้น หนีไม่พ้นเรื่องของการชอปปิง ซึ่งไต้หวันตอบโจทย์เรื่องนี้ได้อย่างหลากหลาย ทั้งอุปกรณ์ด้านไอที สินค้าแฟชั่น เสื้อผ้า กระเป๋า รองเท้า โดยเฉพาะใครที่ชื่นชอบรองเท้ากีฬา เช่น ไนกี้ อาดิดาส นิวบาลานซ์ และโอนิทสึกะ ไทเกอร์ ราคาโดนใจ ชอปปิงสนุกแน่นอน

คุณจาง หย่ง เฉิน รองนายกสมาคมธุรกิจนำเที่ยวแห่งไต้หวัน บอกว่า มาตรการผ่อนคลายด้านวีซ่าดังกล่าว ถือเป็น ‘จุดเปลี่ยน’ สำคัญของตลาดนักท่องเที่ยวขาออก (เอาท์บาวนด์) ชาวไทยไปเที่ยวไต้หวันอย่างยิ่ง โดยมั่นใจอย่างมากว่า ‘ไต้หวัน’ จะสามารถครองใจนักท่องเที่ยวชาวไทยได้ จากปัจจัยสนับสนุนหลากหลาย ไม่ว่าจะเป็นเรื่องมาตรฐานความปลอดภัยที่สูงมากๆ นักท่องเที่ยวผู้หญิงสามารถเดินทางมาเที่ยวคนเดียวได้อย่างมั่นใจ นอกจากนี้ ไต้หวันยังเป็นประเทศที่เดินทางได้สะดวกสบายมากๆ เพราะมีระบบขนส่งทางราง รถไฟฟ้าในเมืองหลากสายให้ได้แวะเที่ยวในหลายๆ จุด และรถไฟความเร็วสูงเชื่อมระหว่างเมืองตั้งแต่ตอนเหนือจนถึงตอนใต้

ท่องเที่ยวไต้หวัน

ด้านอาหารการกินที่ถูกปากคนไทย มีตลาดกลางคืน (ไนท์มาร์เก็ต) กระจายอยู่ทั่วทุกหนแห่ง เป็นไลฟ์สไตล์การใช้ชีวิตที่น่าจะถูกใจคนไทยอย่างยิ่ง รวมถึงน้ำใจไมตรีของชาวไต้หวันที่คนไทยเจ้าของรอยยิ้มสยามเห็นแล้ว ยังต้องประทับใจ นำมาบอกต่อแน่นอน

“เมื่อคนไทยมาเที่ยวมากขึ้น แน่นอนว่าบริษัทนำเที่ยวต้องปรับตัวเพื่อรองรับตลาดนี้ ด้วยการเร่งหามัคคุเทศก์ที่พูดภาษาไทยได้ เพื่อแก้ปัญหาภาวะขาดแคลนมัคคุเทศก์ ส่วนเป้าหมายยอดนิยมของนักท่องเที่ยวชาวไทย ยังคงเป็นแถบกรุงไทเปเมืองไทจง และเกา” คุณจาง หย่ง เฉิน กล่าว

สำหรับคาดการณ์ตลาดคนไทยเที่ยวไต้หวัน ภาพรวมปี 2559 น่าจะปิดตลาดที่จำนวน 1.7-1.8 แสนคน เพิ่มขึ้นจาก 1.2 แสนคน เมื่อปี 2558 ก่อนจะเติบโตทะลุ 2 แสนคนในปี 2560 ขณะที่แผนระยะยาว มีแนวโน้มขยายตัวเพิ่มขึ้น แตะระดับ 5 แสนคน