Sun. Sep 23rd, 2018
ปฏิบัติการเที่ยว ทลายกำแพงใจ สไตล์ ‘กำแพงเพชร’

ปฏิบัติการเที่ยว ทลายกำแพงใจ สไตล์ ‘กำแพงเพชร’

เมื่อพูดถึง ‘กำแพงเพชร’ ในใจหลายคนอาจก่อ ‘กำแพง’ บางอย่าง มองว่าเป็นแค่ ‘ทางผ่าน’ ปิดกั้นการเข้าถึงทุกทาง ด้วยการบอกตัวเองว่า อย่าไปเลย จังหวัดเล็กๆ แบบนี้ ไม่น่า มีอะไรให้เที่ยวเท่าไร แต่เชื่อไหม เราคิดผิด! เพราะแท้จริงแล้ว จังหวัดเล็กๆ แห่งนี้ ได้ซ่อนแหล่งท่องเที่ยวระดับเพชรน้ำงามไว้มากมาย ทั้งความยิ่งใหญ่ของป่าเขาลำเนาไพร ความสมบูรณ์ของโบราณสถาน รวมถึงร้านรวงชุมชนอันหลากหลาย รอผู้คนออกปฏิบัติการ ‘ทลายกำแพงใจ’ มาสัมผัสเสน่ห์ใหม่ตราตรึงใจ จนต้องกลับมาเยือนซ้ำ

ภารกิจแรกของปฏิบัติการ คือ ‘ช่องเย็น อุทยานแห่งชาติ แม่วงก์’ แค่ชื่อก็รับประกันได้ถึงดีกรีความเย็น เป็นช่องเขาที่มีสายลมพัดผ่านตลอดเวลา และมีหมอกปกคลุมอยู่เสมอ อุณหภูมิเฉลี่ยทั้งปีต่ำกว่า 20 องศาเซลเซียส ช่องเย็นเป็นจุดสูงสุดของถนนคลองลาน-อุ้มผาง สูงถึง 1,340 เมตรจากระดับน้ำทะเล อยู่ห่างจากที่ทำการอุทยานแห่งชาติแม่วงก์ราว 28 กิโลเมตร มีจุดชมพระอาทิตย์ตกที่ควรค่าแก่การมาเยือนอย่างมาก อย่าง ‘จุดชมวิวผาสวรรค์’ ที่สามารถชมวิวได้รอบทิศทางแบบ 360 องศา นอกจากนี้ ช่องเย็นยังเป็นแหล่งดูนกที่สำคัญแห่งหนึ่งของไทย

ส่วนใครที่ชื่นชอบไม้ป่ากลุ่มรักความชุ่มชื้น อย่างกล้วยไม้ เฟิร์น และมหัสดำ รับรองว่าไม่ผิดหวัง หลังสูดอากาศบริสุทธิ์จนชื่นปอด ตื่นตากับทิวทัศน์ตระการตาตรงหน้าแล้ว อย่าลืมแวะเที่ยว ‘แก่งผานางคอย’ ซึ่งมีแก่งหินลำห้วยคลองขลุงกับน้ำตกเล็กๆ 4 ชั้น นามผานางคอย และ ‘เขาโมโกจู’ ยอดเขาที่สูงที่สุดในอุทยานฯ โดยคำว่า โมโกจู นั้น เป็นภาษากะเหรี่ยง แปลว่า เหมือนฝนจะตก เพราะถูกปกคลุมด้วยเมฆหมอกตลอดเวลา นับเป็นจุดหมายยอดนิยมนักเดินป่าปีนเขา ใครสนใจ… ต้องเตรียมร่างกายให้พร้อม เพราะการพิชิตยอดเขาโมโกจูนั้นไม่ง่าย ด้วยความลาดชันของเขานั้นไม่ต่ำกว่า 60 องศา ใช้เวลาในการเดินทางไปกลับถึง 5 วัน ต้องอาศัยความอดทนอย่างมาก เรียกได้ว่า กายพร้อมแล้ว ใจต้องพร้อมด้วย!

ส่วนใครที่หลงรักการเที่ยวน้ำตก ไม่ควรพลาด ‘อุทยานแห่งชาติ คลองลาน’ เพราะภูเขาสูงชันสลับซับซ้อนภายใต้อาณาบริเวณของอุทยานฯ แห่งนี้ คือ ป่าต้นน้ำ จุดกำเนิดของลำน้ำ หลายสายไหลสู่แม่น้ำปิงต่อไป

ไฮไลท์คือ ‘น้ำตกคลองลาน’ เกิดจากเทือกเขาขุนคลองลาน ซึ่งมียอดสูงถึง 1,439 เมตร หน้าฝนหลากสายน้ำจะไหลจากลำห้วยต่างๆ ร่วม 5 สาย ลงสู่วังน้ำลึกกลางหุบเขา ไหลเป็นลำน้ำยาวกว่า 3 กิโลเมตร ผ่านหน้าผา เกิดเป็นน้ำตกคลองลานสูง 100 เมตร หน้ากว้าง 40 เมตร สามารถลงเล่นในแอ่งน้ำขนาดใหญ่ใต้น้ำตก เพลิดเพลินกับความเย็นสดชื่น หรือจะนั่งชิลล์หย่อนขาริมลำธารเพิ่มความรู้สึกผ่อนคลายให้ร่างกายและจิตใจ

น้ำตกคลองลาน

ช่วงบ่ายแก่ๆ สามารถเดินเท้าขึ้นไปที่ ‘จุดชมวิวเขาหัวช้าง’ ได้ อยู่ไม่ไกลจากที่ทำการอุทยานฯ ใช้เวลาเดินขึ้นเขาความสูง 500-600 เมตร ประมาณ 1 ชั่วโมง สำหรับความงดงามบนจุดชมวิว บอกได้เลยว่าหายเหนื่อยแน่นอน เพราะสามารถมองเห็นพระอาทิตย์ตก หรือติดใจ อยากเติมพลังรับความอบอุ่นในช่วงพระอาทิตย์ขึ้นยามเช้าต่อเนื่องควรกางเต๊นท์ค้างแรมบนสัน ในช่วงปลายฝนต้นหนาว เดือนกันยายน-กุมภาพันธ์

ส่วนที่พักบริเวณที่ทำการอุทยานฯ มีบ้านเช่าและลานกางเต๊นท์ให้บริการ เผื่อใครอยากใกล้ชิดน้ำตกคลองลาน หรือท่องเที่ยวเส้นทางเดินป่าเพื่อศึกษาธรรมชาติต่อ

นอกเหนือจากแหล่งท่องเที่ยวทางธรรมชาติแล้ว กำแพงเพชร ยังมี ’อุทยานประวัติศาสตร์กำแพงเพชร’ ซึ่งได้รับการยกย่องจากยูเนสโกให้เป็น ‘มรดกโลก’ ร่วมกับอุทยานประวัติศาสตร์สุโขทัยและศรีสัชนาลัย เนื่องจากในยุคอาณาจักรสุโขทัยรุ่งเรือง กำแพงเพชรถือเป็นเมืองหน้าด่านสำคัญ จึงได้รับอิทธิพลทางศิลปะและสถาปัตยกรรมแบบสุโขทัย แต่ยังคงกลิ่นอายแบบกำแพงเพชร เช่น เจดีย์ใหญ่ใน ‘วัดพระธาตุ’ หลังจากขุดแต่งและบูรณะเจดีย์ภายในวัด ปรากฏว่าแผนผังมีลักษณะคล้าย วัดสระศรีในเมืองเก่าสุโขทัย

ด้านไฮไลท์ที่ต้องเข้าไปชมให้ได้ คือ ‘วัดพระแก้ว’ ตั้งอยู่ใจกลางเมืองกำแพงเพชร เป็นวัดอยู่ติดกับวังเช่นเดียวกับ วัดมหาธาตุกลางเมืองสุโขทัย สิ่งก่อสร้างภายในใช้ศิลาแลงเป็นส่วนใหญ่ รวมถึงกำแพงวัดที่ขาดเป็นตอนๆ ขณะที่เจดีย์ พระประธานองค์ใหญ่กลางวัดกลมแบบลังกา

อีกจุดที่ห้ามพลาด คือ ‘วัดช้างรอบ’ การออกแบบคล้ายวัดช้างล้อม สุโขทัย เห็นช้างทรงเชือกครึ่งตัว 68 เชือก ล้อมรอบฐานเจดีย์ใหญ่ รวมไปถึง ’วัดสิงห์’ และ ‘วัดพระสี่อิริยาบถ’ หรือที่ชาวบ้านเรียกกันติดปากว่า วัดพระยืนภายในมีพระพุทธรูปแบบสุโขทัย สกุลช่างกำแพงเพชรที่หาดูได้ยาก กับบ่อน้ำและ ที่อาบน้ำอยู่หน้าวัด

อุทยานประวัติศาสตร์กำแพงเพชร

นอกเหนือจากโบราณสถานและโบราณวัตถุในอุทยานประวัติศาสตร์กำแพงเพชรแล้ว ยังมีอีกจุดหมายที่ต้องไปเยือนให้ได้ เพราะตอนแรกที่ได้ยินชื่อ ไม่อยากเชื่อเลยว่าจะมีสถานที่แบบนี้ในกำแพงเพชรด้วย เพราะที่กำแพงเพชรมี ‘บ่อน้ำพุร้อนพระร่วง’ ตั้งอยู่ตำบลลานดอกไม้ หมู่ที่ 3 ห่างจากตัวเมือง ไม่ไกลประมาณ 25 กิโลเมตรเท่านั้น เป็นน้ำพุร้อนที่เกิดขึ้นเองตามธรรมชาติ ผุดขึ้นมาจากใต้ดิน 5 จุด มีความร้อนประมาณ 40-65 องศาเซลเซียส

ปัจจุบันได้รับการปรับปรุงสภาพภูมิทัศน์ให้มีความสวยงาม พร้อมถูกยกระดับเป็นแหล่งท่องเที่ยวเพื่อสุขภาพเรียบร้อย ให้บริการจุดอาบน้ำแร่ อ่างอาบน้ำร้อน อ่างแช่และนวดฝ่าเท้า และนวดแผนโบราณ ได้รับการตรวจสอบจากกระทรวงสาธารณสุข เหมาะกับมาผ่อนคลายหลังใช้กำลังขาท่องไปในป่าดงและปั่นจักรยานเที่ยวรอบอุทยานประวัติศาสตร์ฯ อย่างมาก ใครชอบความรู้สึกผ่อนคลายหลังการแช่น้ำร้อน ขอท้าให้มาลอง ไม่ต้องไปแช่ไกลถึงออนเซ็นที่ญี่ปุ่นแล้วงานนี้