Fri. Sep 21st, 2018
ประกาศความเป็นตัวตนของธุรกิจคุณด้วย Google My Business

ประกาศความเป็นตัวตนของธุรกิจคุณด้วย Google My Business

ในยุคสมัยนี้ทุกคนต่างก็ทราบกันดีว่าหากเราอยากทราบข้อมูลอันใด การเข้าไปป้อนคำถามหรือคำสืบค้น (Keyword) ใน Google.com ก็มักจะได้รับคำตอบที่น่าพอใจเสียเป็นส่วนใหญ่อาจมีบ้างที่จะต้องใช้คำสืบค้นที่แตกต่างออกไปหากการสืบค้นนั้นยังให้คำตอบที่ไม่กระจ่างนัก อันที่จริงแล้วเว็บไซต์ผู้ให้บริการสืบค้นข้อมูลบนอินเทอร์เน็ต (Search Engine) ไม่ได้มีแต่เพียง Google.com แห่งเดียวเท่านั้น แต่ยังมี Search Engine เจ้าอื่นๆ ที่มีความสามารถใกล้เคียงกัน ไม่ว่าจะเป็น Bing.com (จาก Microsoft), Duckduckgo.com, Yahoo.com, Baidu.com, Quora.com, Ask.com หรือ Dogpile.com เป็นต้น และเว็บไซต์ผู้ให้บริการสืบค้นข้อมูลเหล่านี้ก็ยังได้รับความนิยมจากผู้ใช้งานในต่างประเทศอีกด้วยอย่างไรก็ตาม สำหรับคนไทยแล้ว Google.com ก็น่าจะยังคงเป็น Search Engine ที่ครองใจมหาชนไปอีกนานเท่านาน

ข้อมูลล่าสุดจาก http://www.internetlivestats.com/google-search-statistics/ พบว่าทั่วโลกได้ใช้บริการการสืบค้นจาก Google.com ราว 3.5 พันล้านครั้งต่อวันเลยทีเดียว ซึ่งเมื่อนำไปเทียบกับคู่แข่งเจ้าอื่นแล้วก็จะเห็นได้ว่าปริมาณการใช้ Google.com นั้นทิ้งห่างไปไกลมาก คำถามก็คือในเมื่อคนส่วนใหญ่เลือกใช้บริการสืบค้นข้อมูลจาก Google.com แล้ว ทำอย่างไรข้อมูลธุรกิจหรือผลิตภัณฑ์ของเราจึงจะสามารถเห็นได้โดยง่ายหรือโดยทันทีเมื่อลูกค้าค้นหา หรือทำอย่างไรให้ข้อมูลที่แสดงในหน้าผลการสืบค้นสามารถสร้างความน่าสนใจและให้ข้อมูลแก่ผู้สืบค้นได้มากที่สุดก่อนที่จะคลิกลิงก์ต่อไปยังหน้าเว็บไซต์ของเรา ซึ่งเมื่อก่อนนั้นถือเป็นเรื่องที่ค่อนข้างยากและต้องมีค่าใช้จ่ายที่สูง โดยเฉพาะเจ้าของกิจการที่มีเว็บไซต์เป็นของตนเองเนื่องจากต้องว่าจ้างผู้เชี่ยวชาญหรือโปรแกรมเมอร์ทำการปรับเว็บไซต์ให้ Google.com ค้นหาได้ง่าย ซึ่งกระบวนการนี้เรียกกันโดยทั่วไปว่า Search Engine Optimization หรือ SEO นั่นเอง

Google My Business

Google My Business เป็นเครื่องมือฟรีจาก Google.com ที่ใช้งานง่าย เจ้าของธุรกิจสามารถนำเสนอข้อมูลธุรกิจหรือองค์กรของตนไปสู่หน้าแรกของการค้นหาใน Google.com ได้ ที่น่าสนใจก็คือ Google My Business ยังพ่วงเอา Google Maps ซึ่งเป็นบริการแผนที่ออนไลน์เข้ามาเป็นส่วนหนึ่งในข้อมูลของเรา แน่นอนว่านอกจาก Google My Business จะให้ข้อมูลกิจการของเราแล้วยังสามารถนำพาลูกค้าหรือบอกเส้นทางมายังกิจการของเราได้โดยง่ายอีกด้วย แต่สิ่งที่สำคัญกว่านั้นก็คือธุรกิจของเราจะได้รับการยืนยันความถูกต้องถึงการมีตัวตนบนอินเทอร์เน็ต และในอนาคตเจ้าของกิจการยังสามารถแก้ไขข้อมูลธุรกิจของตนได้ ทั้งยังมีพื้นที่ที่จะใช้สื่อสารกับลูกค้าทั้งเก่าและใหม่ได้โดยผ่าน Google My Business ข่าวดีก็คือเจ้าของกิจการไม่จำเป็นต้องมีเว็บไซต์เป็นของตนเองก่อนก็ได้เพราะ Google My Business มีเครื่องมือสำหรับจัดทำเว็บไซต์ฟรีให้พร้อมอยู่แล้ว ขอเพียงแต่ต้องเตรียมข้อมูลสำคัญเกี่ยวกับธุรกิจของเราให้พร้อมเท่านั้น

สำหรับท่านเจ้าของกิจการที่สนใจจะใช้บริการ Google My Business ก็สามารถเข้าไปสมัครใช้บริการได้ที่ https://www.google.co.th/business/ ได้โดยตรง ทั้งนี้ จะต้องตระเตรียมรายละเอียดต่างๆ ไว้ให้พร้อม ดังนี้

  1. อีเมลแอดเดรส ควรเป็นอีเมลที่เป็น @gmail.com จะดีที่สุด เพราะบริการ Google My Business และ Gmail เป็นบริการของ Google นั่นเอง หรือหากท่านผู้ประกอบการจำเป็นต้องใช้อีเมลมีชื่อโดเมนเป็นของบริษัท (@ชื่อเว็บไซต์บริษัท) ก็จำเป็นจะต้องไปสมัครใช้บริการ Google G Suite เสียก่อนซึ่งก็จะต้องมีค่าใช้จ่ายเป็นรายเดือนด้วย
  2. ข้อมูลธุรกิจหรือผลิตภัณฑ์ ท่านเจ้าของกิจการจะต้องเตรียมมาให้ถูกต้องครบถ้วน ไม่ว่าจะเป็นรายละเอียดสินค้า บริการผลิตภัณฑ์ ฯลฯ ที่จะเป็นประโยชน์ต่อลูกค้าของท่าน รวมไปถึงข้อมูลสถานที่ที่ตั้งของกิจการ หมายเลขโทรศัพท์สำหรับติดต่ออีเมลแอดเดรส เฟซบุ๊ก ทวิตเตอร์ หรือช่องทางติดต่ออื่นๆ ที่สามารถติดต่อได้ง่าย อย่างไรก็ตาม สำหรับข้อมูลที่ตั้งธุรกิจของเรานั้นใน Google My Business จะมีเครื่องมือ Google Maps ไว้สำหรับแนะนำเส้นทางการเดินทางมายังที่ตั้งกิจการของเราไว้ให้เรียบร้อยแล้วเพียงแค่เจ้าของกิจการจะต้องใส่ข้อมูลดังกล่าวให้ถูกต้องครบถ้วนเท่านั้น
  3. รูปภาพประกอบ รูปภาพถือเป็นข้อมูลสำคัญที่เจ้าของกิจการควรใส่ใจ เป็นไปตามคำกล่าวที่ว่าภาพเพียงหนึ่งภาพสามารถบรรยายได้เป็นล้านคำ ดังนั้น ธุรกิจใดที่มีภาพสินค้าหรือบริการที่สวยงามและสื่อความหมายชัดเจนก็ย่อมมีชัยไปกว่าครึ่ง

บริการ Google My Business

จากนี้ไปข้อมูลเกี่ยวกับสถานที่และบริการที่เจ้าของกิจการได้ให้ไว้ในระบบของ Google My Business ก็จะแสดงขึ้นมาอย่างครบถ้วนทุกครั้งเมื่อมีการสืบค้นผ่าน Google.com ทำให้เกิดความสะดวกสบายมากยิ่งขึ้น อีกทั้งเจ้าของกิจการยังสามารถนำเสนอข้อมูลที่เป็นไฮไลท์ที่ต้องการได้โดยทันที แม้ว่าจะยังไม่มีเว็บไซต์เป็นของตนเองก็ตาม และอย่างที่เรียนให้ทราบไปตั้งแต่ตอนต้นก็คือ ต้องหมั่นตรวจสอบความถูกต้องของข้อมูลที่นำเสนอเป็นประจำและยังต้องติดตามดูความคิดเห็น (Comments) เพื่อฟังเสียงจากผู้ใช้บริการของท่านด้วย เพื่อที่จะได้นำไปปรับปรุงรูปแบบการให้บริการให้ดีตรงต่อใจของลูกค้า ทั้งยังทำให้ได้รับความน่าเชื่อถือจากลูกค้าซึ่งถือเป็นสิ่งที่สำคัญที่สุดในการให้บริการจากธุรกิจของท่านอีกด้วย