Fri. Sep 21st, 2018
จับทิศทัวริสต์ แดนมังกรปี 2559

จับทิศทัวริสต์ แดนมังกรปี 2559

มีการคาดการณ์ว่าปี 2559 จะมีนักท่องเที่ยวแดนมังกรเดินทางมาเที่ยวไทยมากถึง 8 ล้านคน สร้างรายได้มากถึง 4 แสนล้านบาท คิดเป็นเกือบ 20% ของเป้าหมายรายได้จากนักท่องเที่ยวตลาดในประเทศและต่างชาติรวมกันกว่า 2.3 ล้านล้านบาท หลังจากปีนี้ ทั้งภาครัฐและเอกชนต่างประสานเป็นเสียงเดียวกันว่าจะแห่แหนเข้ามาเที่ยวไทยไม่ต่ำกว่า 7.5 ล้านคน เพิ่มขึ้นอย่างก้าวกระโดดจากยอดจีนเที่ยวไทยของปีที่แล้ว ซึ่งปิดไป 4.7 ล้านคน

หลังไทยได้อานิสงส์จาก ‘ไวรัสเมอร์ส-โควี’ ทำให้นักท่องเที่ยวจีนกังวล ยกเลิกทริปเดินทางไปเกาหลีใต้ และหันมาเลือกไทยเป็นจุดหมายปลายทางแทน ประกอบกับไทยเป็นเดสติเนชั่นที่ตัดสินใจเดินทางมาได้ง่าย เพราะมีเที่ยวบินตรงจากเมืองต่างๆ ที่สายการบินหลายๆ เจ้าทั้งไทยและจีนพร้อมใจเปิดให้บริการ

การก้าวขึ้นมาเป็น ‘Single Destination’ พร้อมครองบัลลังก์เบอร์ 1 ของนักท่องเที่ยวต่างชาติที่เดินทางมาไทยมากที่สุดนั้น กำลังส่งสัญญาณแก่เราว่าอุตสาหกรรมท่องเที่ยวไทยกำลังพึ่งพิงตลาดจีนมากเกินไปหรือไม่ นี่คือสิ่งที่ต้องระวัง เพราะหากพลาดพลั้งหรือเกิดเหตุการณ์ไม่คาดฝัน นักท่องเที่ยวจีนผู้อ่อนไหวนั้นก็พร้อมจะระงับแผนเดินทางอย่างรวดเร็ว ยิ่งช่วงหลังๆ มีข่าวเรื่องนักท่องเที่ยวจีนถูกเอารัดเอาเปรียบบังคับขู่เข็ญให้ซื้อสินค้าหรือโปรแกรมทัวร์ที่ไม่ต้องการ รวมถึงพฤติกรรมอันไม่พึงประสงค์ของนักท่องเที่ยวจีนส่วนน้อย แต่กลับถูกกระพือให้เป็นกระแสดังในโซเชียลมีเดีย จนคนไทยในฐานะเจ้าบ้านหลายต่อหลายคนเอือมระอา พาลเหมารวมมองนักท่องเที่ยวจีนว่ามีพฤติกรรมอันไม่พึงประสงค์ไปเสียหมดทุกคน

ผู้บริหารระดับสูงของการท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย (ททท.) และตัวแทนภาคเอกชน เช่น สมาคมท่องเที่ยวต่างๆ ได้ให้ทัศนะตรงกันชวนขบคิดตามว่า เนื่องจากคนจีนที่มาเที่ยวไทยส่วนใหญ่เป็นคนเมืองรองที่มากับบริษัททัวร์ ไม่ใช่คนเมืองใหญ่ที่ผ่านการปรุงแต่งด้านวัฒนธรรมแล้ว และมักจะเป็นกลุ่มที่มาเที่ยวไทยเป็นครั้งแรก จึงทำให้ไม่เข้าใจวัฒนธรรมไทยมากพอ

นักท่องเที่ยวจีน

ที่ผ่านมา ททท. เองก็ได้ทำคู่มือข้อควรปฏิบัติและไม่ควรปฏิบัติ ขณะเที่ยวเมืองไทย (Do and Don’t) ออกมาเป็น 2 ภาษา ทั้งภาษาจีนและอังกฤษ หากกระแสการต่อต้านนักท่องเที่ยวจีนในไทยมีมากขึ้นเรื่อยๆ เกรงว่ารัฐบาลจีนจะหยิบยกความน้อยเนื้อต่ำใจนี้ขึ้นมาเป็นประเด็น และออกมาตรการแรง ห้ามนักท่องเที่ยวจีนมาเที่ยวไทยในที่สุด โชคดีตรงที่รัฐบาลจีนไม่เคยโกรธเคืองคนไทยเลยที่ต่อว่านักท่องเที่ยวจีนอย่างรุนแรงและเชี่ยวกรากบนโลกโซเชียล มีแต่จะขอให้ช่วยดูแล และให้ความสำคัญกับประเด็นการเอารัดเอาเปรียบนักท่องเที่ยวชาติเขามากกว่า หวังว่าปัญหาเหล่านี้จะได้รับการแก้ไขจนเกิดผลในทิศทางที่ดีขึ้น

เบรกเรื่องการปะทะทางวัฒนธรรม มาโฟกัสกันที่แผนยุทธศาสตร์ปี 2559 ในการบุกตลาดนักท่องเที่ยวจีนของททท. กันบ้าง ตามที่ ททท. ประกาศแผนการทำตลาด ให้มุ่งจับเซ็กเมนต์นักท่องเที่ยวตลาดกลาง – บน มีศักยภาพในการจับจ่ายสูง โดยเฉพาะนักท่องเที่ยวผู้หญิง เศรษฐีภูธร และกลุ่มท่องเที่ยว เพื่อเป็นรางวัลจากตลาดคอร์เปอเรต จีนก็เป็นหนึ่งในตลาดเป้าหมายที่ ททท. คาดหวังจะได้นักท่องเที่ยวกลุ่มนี้ เพราะตลาดจีน จะใช้เวลาตัดสินใจเร็วกว่าคอร์เปอเรตจากชาติในยุโรป และแต่ละครั้งที่เดินทางมาจำนวนมากเป็นหลักพันหลักหมื่นคน

อย่างตลาดผู้หญิง ถือเป็นคนที่ ‘กุมเงิน’ และมีอิทธิพลในการตัดสินใจซื้อสินค้าท่องเที่ยว ททท. บอกว่าจะรุกทำตลาดกลุ่มผู้หญิงซึ่งมีพฤติกรรมแตกต่างกันไปในแต่ละพื้นที่ อย่างพื้นที่สำนักงานเซี่ยงไฮ้กับกว่างโจว เจาะกลุ่มออฟฟิศเลดี้ สำนักงานปักกิ่ง เจาะกลุ่มผู้บริหารหญิงรุ่นใหม่ สำนักงานเฉิงตู เจาะกลุ่มครอบครัว ด้านตลาดฮ่องกงกับไต้หวัน จะรุกทำตลาดออฟฟิศเลดี้อย่างต่อเนื่อง ด้วยการจับจุดเทรนด์และพฤติกรรมรวมถึงชีวิตประจำวันของผู้หญิงว่าวันๆ ต้องเจอกับอะไรมาบ้าง เครียดเรื่องที่ทำงานไม่พอ ต้องแบกรับความรับผิดชอบงานในบ้านรวมถึงดูแลลูกๆ ด้วย จึงอยากให้กลุ่มผู้หญิงเดินทางมาปลดปล่อยและลืมความเครียดเหล่านั้นที่เมืองไทย เพราะมีโปรดักต์น่าสนใจและหลากหลาย ทั้งสินค้าสปา ความสวย ความงาม หาดทรายชายทะเล และแหล่งช้อปปิ้ง ที่ตอบความต้องการอย่างมาก โรงแรมไหนมีห้องพักสวยๆ สปาดีๆ เตรียมอ้าแขนต้อนรับ ‘ไชนีส เลดี้’ เพิ่มได้เลย

ส่วนอีกเซ็กเมนต์ที่ ททท. เตรียมเพิ่มดีกรีเจาะ คือ กลุ่ม ‘เศรษฐีภูธร’ ซึ่งซ่อนตัวอยู่ตามหัวเมืองรองต่างๆ จำนวนมาก เช่น ในเมืองอู่ฮั่น ฉงชิ่ง เซียะเหมิน เป็นต้น เมืองเหล่านี้ล้วนเป็นที่ตั้งของโรงงานและบริษัทห้างร้านจำนวนมาก หากทำสำเร็จ ไทยจะสามารถขยายฐานจำนวนนักท่องเที่ยวหน้าใหม่เพิ่มได้อีกมากโขและยกระดับเป็นนักท่องเที่ยวกลุ่มเดินทางซ้ำต่อไป

อีกกลุ่มที่ไม่ควรมองข้ามเลย คือ กลุ่มคาราวานขับรถเที่ยวโดยเฉพาะกระแสการขับรถเที่ยวผ่านด่านเชียงของ จังหวัดเชียงราย ซึ่งมาแรงมากๆ ในเวลานี้ ด้วยระยะการเดินทางที่ใกล้ที่สุดเพียง 247 กิโลเมตร ส่วนใหญ่เดินทางมาจากจีนตอนใต้ เช่น คุนหมิง นับเป็นอีกตลาดเป้าหมายหลักที่มีศักยภาพ เพราะมีกำลังซื้อระดับดีใช้ได้ ยอดใช้จ่ายต่อคนเฉลี่ยอยู่ที่ประมาณ 4,200 บาท แต่เดินทางท่องเที่ยวในไทยนาน 7 – 8 วัน มากกว่ากลุ่มที่เดินทางด้วยเครื่องบินซึ่งพำนัก 4 – 5 วันเท่านั้น ทั้งยังช่วยกระจายรายได้ไปในเมืองท่องเที่ยวต่างๆ ไม่กระจุกตัวแค่เมืองใดเมืองหนึ่งเท่านั้น

ปัจจุบัน บริษัททัวร์ที่หันมาจับตลาดนี้เริ่มมีโปรแกรมขายเส้นทางขับรถเที่ยวจากเชียงราย เชียงใหม่ ลงมายังสุโขทัย จนถึงกรุงเทพฯ ก่อนจะแยกเส้นทางไปยังตราดหรือประจวบคีรีขันธ์ซึ่งเป็นเดสติเนชั่นหาดทรายชายทะเลที่ไม่ว่ายังไงคนจีนก็ยังชื่นชอบไม่เปลี่ยนแปลง

ทางด่านเชียงของเองก็คาดว่าปีนี้จะมีรถยนต์จากจีนเข้ามาเที่ยวไทยผ่านด่านมากถึง 4 หมื่นคัน มากกว่าปีที่แล้วซึ่งมีประมาณ 3.2 หมื่นคัน

ผู้ประกอบการโรงแรมท่านไหนสนใจทำตลาดจีนต่อเนื่องสามารถนำข้อมูลเหล่านี้ไปปรับกลยุทธ์กันล่วงหน้า รับกระแสนักท่องเที่ยวแดนมังกรที่พร้อมดาหน้ามาเยือนไทยทะลุ 8 ล้านคนในปีหน้า