Sun. Sep 23rd, 2018
ความผิดเกี่ยวกับโรงแรมผิดกฎหมาย

ความผิดเกี่ยวกับโรงแรมผิดกฎหมาย

ระยะนี้ พวกเราชาวโรงแรมจะได้ข่าวการจับกุมโรงแรมผิดกฎหมายทุกวันในจังหวัดท่องเที่ยวไม่ว่าจะเป็นเชียงใหม่ พัทยา หัวหิน และภูเก็ต ถึงกระนั้นก็ตามยังมีผู้กระทำผิดกฎหมายอีกมากที่ยังไม่ทราบว่าตนเองกำลังทำธุรกิจที่พักที่เข้าข่ายเป็นโรงแรม โดยความเข้าใจผิด เพราะมีผู้ไปให้คำแนะนำว่าทำได้ หรือความไม่รู้ หรือการตีความกฎหมายที่ไม่ตรงกับเจตนารมณ์ของกฎหมายก็ตาม

ต้องทำความเข้าใจในเบื้องต้นก่อนว่า การทำธุรกิจที่พักแรมนั้นไม่ว่าท่านจะเรียกชื่อตัวเองว่าอย่างไร เช่น เซอร์วิส อะพาร์ตเมนต์ โฮมสเตย์ เกสต์เฮ้าส์ รีสอร์ท เพลส ฯ หากเข้าองค์ประกอบของคำนิยามว่า ‘โรงแรม’ ก็ต้องมีใบอนุญาตประกอบธุรกิจโรงแรมทั้งสิ้น

ความหมายของคำว่า ‘โรงแรม’ ตามมาตรา 4 ในพระราชบัญญัติโรงแรม พ.ศ. 2547 บัญญัติไว้ว่า คือ “สถานที่พักที่จัดตั้งขึ้นโดยมีวัตถุประสงค์ในทางธุรกิจเพื่อให้บริการที่พักชั่วคราวสำหรับคนเดินทางหรือบุคคลอื่นใดโดยมีค่าตอบแทน”

ดังนั้น หากใครก็ตามที่ 1. ทำธุรกิจที่พัก 2. เป็นที่พักชั่วคราว (น้อยกว่า 30 วัน) และ 3. ได้รับค่าตอบแทนจากผู้มาพักกฎหมายโรงแรมถือว่าท่านทำธุรกิจโรงแรม ซึ่งมาตรา 15 บังคับว่าท่านต้องมีใบอนุญาตประกอบธุรกิจโรงแรม (ร.ร. 2) หากไม่มีก็มีโทษจำคุกไม่เกินหนึ่งปี หรือปรับไม่เกินสองหมื่นบาท หรือทั้งจำทั้งปรับ และปรับอีกวันละไม่เกินหนึ่งหมื่นบาทตลอดเวลาที่ยังฝ่าฝืนอยู่

นอกจากผิดกฎหมายโรงแรมแล้ว ยังเข้าข่ายความผิดตามพระราชบัญญัติควบคุมอาคาร พ.ศ. 2522 มาตรา 33 ซึ่งห้ามไม่ให้ใช้อาคารผิดประเภทที่ขอใบอนุญาตก่อสร้างไว้ คือ ไม่ได้ขออนุญาตก่อสร้างโรงแรมก็นำอาคารมาทำโรงแรมไม่ได้
โดยมาตรา 44 ของกฎหมายควบคุมอาคารก็อนุญาตให้เจ้าพนักงานท้องถิ่นมีอำนาจสั่งระงับการใช้อาคาร หากมีการฝ่าฝืนอีกก็มีโทษจำคุกไม่เกินสามปี หรือปรับไม่เกินหกหมื่นบาท หรือทั้งจำทั้งปรับ และปรับอีกไม่เกินวันละหนึ่งหมื่นบาท
ตลอดเวลาที่ยังฝ่าฝืนหรือจนกว่าปฏิบัติให้ถูกต้อง

กรณีผู้ทำธุรกิจโฮมสเตย์ ซึ่งโดยเจตนาของกฎหมายยกเว้นให้นั้น มีเงื่อนไขอยู่ 3 ประการ หากขาดข้อใดข้อหนึ่งถือว่าผิดกฎหมายโรงแรมเช่นกัน คือ

ข้อหนึ่ง ต้องมีจำนวนห้องพักในอาคารเดียวกันหรือหลายอาคารรวมกันไม่เกิน 4 ห้อง และมีจำนวนผู้พักรวมกันทั้งหมดไม่เกิน 20 คน

ข้อสอง ต้องเป็นกิจการที่เป็นรายได้เสริม เช่น รายได้หลักมาจากอาชีพการเกษตร และ

ข้อสาม ต้องไปแจ้งให้นายทะเบียนโรงแรมทราบ

คำถามจากผู้ที่ต้องการซื้ออาคารชุดที่ผู้สร้างอาคารชุดขาย บางรายประชาสัมพันธ์ว่าลงทุนเฉพาะเงินดาวน์ ส่วนที่เหลือจะมีผู้นำห้องไปให้เช่ารายวันหลังจากหักเงินที่ต้องผ่อนส่งรายเดือนแล้วยังมีส่วนเกินได้อีก ทำให้ผู้เข้าใจผิดไปซื้ออาคารชุดเหล่านี้
โดยไม่ทราบว่าผิดพระราชบัญญัติอาคารชุด พ.ศ. 2522 มาตรา17/1 วรรคสอง คือ “ห้ามผู้ใดประกอบการค้าในอาคารชุด……….” มีโทษปรับไม่เกินห้าหมื่นบาท และปรับอีกไม่เกินวันละห้าพันบาทตลอดเวลาที่ยังฝ่าฝืนอยู่ และยังต้องผิดตามกฎหมายควบคุมอาคารว่าด้วยการใช้อาคารผิดประเภทอีกด้วย

นอกจากผู้ที่ประกอบธุรกิจให้เช่าที่พักชั่วคราวที่ไม่มีใบอนุญาตประกอบธุรกิจโรงแรมจะผิดตามกฎหมายต่าง ๆ ข้างต้นแล้วยังต้องมีความผิดตามพระราชบัญญัติคนเข้าเมือง พ.ศ. 2522 มาตรา 38 อีกด้วย กล่าวคือ “เจ้าบ้าน เจ้าของหรือผู้ครอบครองเคหสถาน หรือผู้จัดการโรงแรม ซึ่งรับคนต่างด้าว ซึ่งได้รับอนุญาตให้อยู่ในราชอาณาจักรเป็นการชั่วคราวเข้าพักอาศัยจะต้องแจ้งต่อพนักงานเจ้าหน้าที่ ภายในยี่สิบสี่ชั่วโมง…..” ซึ่งมีโทษปรับไม่เกินสองพันบาท