Sat. Sep 22nd, 2018
คลื่น ‘ดานัง’ กำลังมาแรง!

คลื่น ‘ดานัง’ กำลังมาแรง!

เมื่อปลายพฤษภาคมที่ผ่านมาผู้เขียนได้มีโอกาสไปเยือนถิ่นลุงโฮจิมินห์ ตรงกับช่วงที่ประธานาธิบดีสหรัฐอเมริกา ‘บารัก โอบามา’ ปรากฏตัวบนแผ่นดินเวียดนาม ถือเป็นผู้นำสหรัฐฯ คนแรกในรอบ 40 ปี นับตั้งแต่สงครามเวียดนามยุติ ที่ขอสร้างประวัติศาสตร์หน้าใหม่ พลิกฟื้นความสัมพันธ์ระหว่างประเทศ จากคนเคยเป็นศัตรูกัน หันมาจับมือกันแน่นขึ้น เพื่อกระชับความร่วมมือทางเศรษฐกิจและความมั่นคงกับเวียดนาม หวังลดอิทธิพลของมหาอำนาจอย่าง ‘จีน’ ในภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้

แน่นอนว่าสปอตไลท์ย่อมฉายไปที่ประธานาธิบดีสหรัฐฯ มากกว่าผู้เขียน (รู้ทั้งรู้ ก็ยังจะพูดเนอะคนเรา – ฮา) แต่ผู้เขียนไม่หวั่น ขอทำหน้าที่กระจอกข่าว รายงานความเคลื่อนไหวของอุตสาหกรรมท่องเที่ยวในภูมิภาคนี้ต่อ เอาล่ะ ไหนๆ โฟกัสก็อยู่ที่เมืองเนื้อหอมอย่าง ‘เวียดนาม’ แล้ว จะว่าไป…บ้านนี้เมืองนี้ เขาก็กระหน่ำโปรโมทการท่องเที่ยวอย่างเอาเป็นเอาตาย มุ่งสู่เป้าหมายจำนวนนักท่องเที่ยวต่างชาติ 10 ล้านคนในปีนี้ หลังปี 2558 ทำได้ถึง 8 ล้านคน ส่วนใหญ่ยังนิยมไปเมืองท่องเที่ยวหลักอย่างฮานอยและโฮจิมินห์ซิตี้ถึง 80%

พูดถึง ‘โฮจิมินห์ซิตี้’ ขณะนี้กำลังเปิดรับคลื่นการลงทุนโรงแรมหรูระดับ 6-7 ดาว รองรับการเติบโตทางเศรษฐกิจและการท่องเที่ยว โดยรัฐบาลเวียดนามเองมีนโยบายอ้าแขนรับ นักลงทุนต่างชาติอย่างเต็มที่ หวังกระตุ้นบรรยากาศการลงทุนตลาดอสังหาริมทรัพย์ให้คึกคัก ‘ไอเอชเอส โกลบอล อินไซต์’ ระบุว่าปี 2559 จีดีพีของเวียดนามจะเติบโตถึง 6.7% จากยอด การลงทุนโดยตรงจากต่างประเทศ และการบริโภคภายในประเทศที่แข็งแกร่งของคนเวียดนามเอง พร้อมคาดการณ์ด้วยว่าเศรษฐกิจเวียดนามจะขยายตัวอย่างรวดเร็วในอีก 10 ปีข้างหน้า หลังนักลงทุนทั้งในและต่างประเทศ ดาหน้าลงทุนธุรกิจอสังหาริมทรัพย์ในเมืองศูนย์กลางการค้า
หลายเมือง

รวมถึงเมือง ‘ดานัง’ เจ้าของจุดขาย ‘Sea Sand Sun’ เมืองท่องเที่ยวตากอากาศในภาคกลางเวียดนาม อารมณ์เดียวกับหัวหินบ้านเรา เขากำลังเตรียมความพร้อมเพื่อต่อกรกับบรรดาหาดทรายชายทะเลฝั่งอ่าวไทยและอันดามันของไทย พัฒนาการเติบโตของดานัง เห็นชัดในช่วง 10 ปีให้หลัง ทั้งการขยายตัวของเมือง และการท่องเที่ยวอันเปี่ยมศักยภาพ จนสามารถครองสัดส่วนจำนวนนักท่องเที่ยวต่างชาติที่มาเที่ยวเวียดนามได้ถึง 16% ความฮอตของดานัง พิสูจน์ได้จากความสนใจของสายการบิน ต่างชาติ ที่เดินหน้าเปิดเที่ยวบินหลายสาย ทั้งจีน เกาหลี ญี่ปุ่น ฮ่องกง สิงคโปร์ และไทย จนทางการเวียดนามต้องผุดโครงการขยายสนามบินดานัง ก่อสร้างอาคารผู้โดยสารหลังที่ 2 เพิ่ม เพื่อรองรับกระแสการเดินทางในอนาคต

เวียดนาม

ล่าสุดสายการบินบางกอกแอร์เวย์ส ได้เปิดเส้นทางกรุงเทพฯ ไปดานัง สะท้อนภาพดีมานด์การเดินทางของนักท่องเที่ยว ต่างชาติ โดยเฉพาะตลาดยุโรป ที่นิยมท่องเที่ยวแบบเชื่อมโยงหลายประเทศ ‘คุณฉี เหวียน’ ผู้อำนวยการฝ่ายการตลาด องค์กรส่งเสริมการตลาดท่องเที่ยวของชายฝั่งภาคกลาง ประเทศเวียดนาม ให้ข้อมูลเกี่ยวกับแหล่งท่องเที่ยวและโครงสร้างพื้นฐานของชายฝั่งภาคกลางเวียดนามว่า ปัจจุบันมีสนามบินนานาชาติ 2 แห่งด้วยกัน คือ สนามบินดานังและกว่างนาม โดยยกให้สนามบินดานัง เป็นเกตเวย์สำคัญในการเชื่อมโยงเที่ยวบินต้อนรับนักท่องเที่ยว

ด้านปริมาณห้องพักในภาคกลางเวียดนาม ตัวเลขเมื่อปี 2558 ระบุว่ามีโรงแรม 490 แห่ง คิดเป็นจำนวนห้องพักกว่า 1.8 หมื่นห้อง แบ่งเป็นโรงแรมระดับ 4-5 ดาว ทั้งแบรนด์ท้องถิ่นและต่างประเทศกว่า 40 แห่ง ขณะนี้มีโรงแรมที่อยู่ระหว่างการก่อสร้างจำนวนมาก อาทิ แบรนด์เชอราตัน ฮิลตัน แมริออท นอกจากจุดขายหาดทรายชายทะเลแล้ว ดานังยังมีสนามกอล์ฟระดับโลกถึง 3 แห่ง เป็นอีกหนึ่งแรงดึงดูด ได้แก่ Danang Golf Club, Montgomerle Links และ Laguna Golf Club ส่วนไฮไลต์สำคัญ คือ เมืองมรดกโลก ที่มีมากถึง 3 จุดหมาย ได้แก่ ‘ฮอยอัน’ เมืองโบราณอายุกว่าพันปี ตั้งอยู่บนสามเหลี่ยมปากแม่น้ำทูโบน ในอดีตมีชาวต่างชาติต่างภาษามาค้าขาย และสร้างความเจริญให้กับฮอยอัน สะท้อนผ่านงานสถาปัตยกรรมแบบซิโน-โปรตุกีส

เที่ยวเวียดนาม

นอกจากนี้ ยังมี ‘เว้’ อดีตเมืองหลวงสมัยราชวงศ์เหวียน ตั้งอยู่ริมฝั่งแม่น้ำหอม ผ่านทั้งความเจริญรุ่งเรืองและโรยรา ในช่วง 143 ปี ตั้งแต่ปี 2345-2488 ก่อนจะตกเป็นเมืองขึ้นภายใต้อาณานิคมของฝรั่งเศส จากนั้นญี่ปุ่นก็เข้ามาโจมตีฝรั่งเศส และยึดครองในช่วงเวลาสั้นๆ ก่อนสงครามโลกครั้งที่ 2 แม้ว่าเว้จะได้รับความเสียหายจากภัยสงครามรวมชาติเวียดนาม แต่ยังคงเหลือร่องรอยความรุ่งโรจน์ ให้นักท่องเที่ยวได้ตามรอย ทั้งพระราชวัง และสุสานจักรพรรดิ และ ‘ปราสาทหมีเซิน’ ตั้งอยู่ในจังหวัดกว่างนาม เคยเป็นนครศักดิ์สิทธิ์ที่มีความสำคัญอันดับต้นๆ ของอาณาจักรจามปามา ตั้งแต่ศตวรรษที่ 4 – 15 ด้วยระยะเวลา ยาวนานกว่า 900 ปี ทำให้โบราณสถานแห่งนี้เป็นที่รวบรวมมรดกทางประวัติศาสตร์และศิลปกรรมไว้หลากหลาย จัดเป็นโบราณสถานสำหรับบูชาพระศิวะ ตามความเชื่อในศาสนาฮินดูที่เก่าแก่และสมบูรณ์ที่สุดในภูมิภาค อินโดจีน

โดยในช่วงสงครามเวียดนาม ทหารเวียดนามได้ใช้ ปราสาทหมีเซินเป็นกองบัญชาการ ฝ่ายอเมริกันจึงได้นำเครื่องบินทิ้งระเบิดบริเวณนี้ จนโบราณสถานได้รับความเสียหายจำนวนมาก ปัจจุบันเหลือปราสาทเพียง 22 หลัง จากทั้งหมดที่มีอยู่ 73 หลัง บนเนื้อที่ราว 2 ตารางกิโลเมตร อีกจุดที่ห้ามพลาด คือ ‘บาน่าฮิลส์’ เมืองตากอากาศที่ดีที่สุดในเวียดนามกลาง อยู่ห่างจากตัวเมืองดานังประมาณ 40 กิโลเมตร ได้รับความนิยมจากนักท่องเที่ยวอย่างมาก เดินทางมานั่งกระเช้าชมทิวทัศน์ของหุบเขาเขียวขจีจากมุมสูง โดยกระเช้าที่บาน่าฮิลส์ เคยถือสถิติ กินเนส เวิลด์ เรคคอร์ด 2 อย่าง คือ กระเช้าที่ยาวที่สุด 5,042 เมตร และเป็นกระเช้าที่สูงที่สุด 1,291 เมตร (ปัจจุบันถูกทำลายสถิติด้วยกระเช้าที่เมืองแห่งขุนเขา จางเจียเจี้ย ประเทศจีน ไปเป็นที่เรียบร้อย) นอกจากนี้ยังเป็นแหล่งท่องเที่ยว ครบวงจร มีทั้งโรงแรม รีสอร์ท เครื่องเล่นนานาชนิด เหมาะกับทุกกลุ่มตลาดทั้งคู่รักและครอบครัว สำหรับสถิติเมื่อปี 2558 มีนักท่องเที่ยวต่างชาติเดินทางมาเที่ยวชายฝั่งภาคกลางเวียดนาม 1.25 ล้านคน ชาติที่มีนักท่องเที่ยวมาเที่ยวมากสุด 3 อันดับแรก คือ เกาหลี ญี่ปุ่น และจีน

และคาดว่าปี 2559 จะมี 1.32 ล้านคน เพิ่มขึ้น 15% จากปีที่แล้ว พร้อมตั้งเป้าเห็นตัวเลข 1.5 ล้านคนในปี 2560 ตั้งเป้าโตเอาๆ แบบนี้ ประมาทไม่ได้เลยจริงๆ สำหรับ คลื่นลูกใหม่มาแรงนาม ‘ดานัง’ ! ผู้เขียนเห็นวิธีการหนึ่งเข้าจากซีรีส์เกาหลีเรื่องดัง ‘She was Pretty’ นับว่าน่าสนใจมาก เป็นฉากที่พระเอกของเรื่องรู้ว่านางเอกเป็นหวัด จึงหาข้อมูลในอินเทอร์เน็ต แล้วพบว่า ‘หอมหัวใหญ่’ ช่วยรักษาอาการหวัดได้ เพราะมีฤทธิ์ต้านเชื้อแบคทีเรียเป็นอย่างดี พระเอกจึงนำมาวางใส่แก้วน้ำ และใช้ปากกาเคมีสีดำวาดหน้ายิ้มลงบนหัวหอม ดูน่ารักน่าหยิกจิกหมอนขาดไป หลายใบ จนทำให้ตอนนี้ที่เกาหลีเกิดเทรนด์ใหม่ ปลูกหอมหัวใหญ่บนโต๊ะทำงานตามรอยซีรีส์กันเป็นแถว

เนื่องจากหอมหัวใหญ่มีน้ำมันหอมระเหยที่มีชื่อว่า ‘อัลลิลิก ไดซัลไฟด์’ (Allilic disulfides) เมื่อสูดดมมากๆ จะช่วยบรรเทาอาการหวัด ลดเสมหะ และยังช่วยกระตุ้นการขับปัสสาวะด้วย นอกจากนี้ยังมีสรรพคุณอีกมากมาย โดยผลการวิจัยของต่างประเทศระบุว่า การกินหอมหัวใหญ่จะช่วยลดความเสี่ยงต่อการเกิดโรคไม่ติดต่อ เช่น โรคหัวใจ โรคหลอดเลือดอุดตัน โรคมะเร็งลำไส้ โรคมะเร็งตับ หากนำมาคั้นให้เหลือเพียงน้ำก็จะช่วยลดอาการอักเสบบวม รวมถึงลดความดันโลหิตและน้ำตาลในเลือดได้ด้วย และเมื่อกินเป็นประจำทุกวัน ก็จะช่วยทำให้ร่างกายได้รับสารพฤกษาเคมี เช่น ฟลาโวนอยด์ ไกลโคไซด์ (Flavonoid glycosides)