Fri. Sep 21st, 2018
เปิดม่านโกยรายได้ ‘ตลาดเลดี้’ ปีหน้า ฉวยโอกาสสังคมเปลี่ยน ผู้หญิงเป็นใหญ่

เปิดม่านโกยรายได้ ‘ตลาดเลดี้’ ปีหน้า ฉวยโอกาสสังคมเปลี่ยน ผู้หญิงเป็นใหญ่

สำหรับภาคอุตสาหกรรมท่องเที่ยว คงต่างเริ่มส่องสปอร์ตไลท์ไปที่แผนส่งเสริมการตลาดต่างๆ เพื่อรับมือกับกระแสการท่องเที่ยวในปีหน้า ซึ่งการขับเคลื่อนและการกำหนดทิศทางการท่องเที่ยวแต่ละปีเป็นหน้าที่ที่การท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย หรือ ททท. ต้องอ่านเกมให้ขาด เพื่อช่วงชิงสรรหาตลาดใหม่ๆ ให้ได้ก่อนประเทศอื่น ท่ามกลางการแข่งขันอันดุเดือดของแต่ละประเทศ ที่ต่างหันหน้าเข็นภาคธุรกิจท่องเที่ยวให้นักท่องเที่ยวคัดสรรและเลือกเข้าไปค้นหาประสบการณ์ เพื่อแลกกับเม็ดเงินที่จะสร้างรายได้เข้าประเทศมูลค่ามหาศาลในแต่ละปี

งานนี้ แม่ทัพหลักอย่าง ททท. ได้ฉายภาพให้เห็นแล้วว่าก้าวต่อไปในปี 2559 ททท. จะโฟกัสไปยังกลุ่มนักท่องเที่ยวคุณภาพกระเป๋าหนักผ่าน 2 กลุ่มหลัก คือ กลุ่มนักท่องเที่ยวมุสลิมที่มีค่าใช้จ่ายต่อหัวสูงกว่านักท่องเที่ยวทั่วไปกว่า 2 เท่าตัว เพราะเป็นกลุ่มที่เน้นการเข้ามารักษาตัวตามโรงพยาบาลชั้นนำต่างๆ ของไทย เพราะนอกจากจะรวยเป็นทุนเดิมพร้อมใช้จ่ายอยู่แล้ว ยังมีพฤติกรรมการเดินทางเป็นกลุ่มเป็นครอบครัว และมีวันพักเฉลี่ยในประเทศไทยไม่ต่ำกว่า 15 วัน จากการเข้ารักษาพยาบาลและพักฟื้น ทำให้อานิสงค์กระจายตกไปทั่วทุกภาคธุรกิจท่องเที่ยว ทั้งโรงพยาบาล โรงแรม รถเช่า สถานที่ท่องเที่ยว มัคคุเทศก์ สร้างรายได้เข้าประเทศแต่ละปีหลายแสนล้านบาท

ตลาดเลดี้

อีกกลุ่มที่ถือเป็นไฮไลต์ของปีหน้า และถือว่าไทยเป็นประเทศลำดับแรกๆ ของโลกก็ว่าได้ ที่จะเน้นโฟกัสไปยังกลุ่มผู้หญิงจากทั่วทุกมุมโลกเพราะจากรายงานของ The Economist (2006) ระบุว่า ในสหรัฐอเมริกาสัดส่วนของผู้หญิงในตลาดแรงงานเพิ่มขึ้นจากร้อยละ 39 เมื่อปี 2513 เพิ่มเป็นร้อยละ 47 ในปี 2553 หรือแม้กระทั่งประเทศที่ไม่มีความเท่าเทียมทางเพศในที่ทำงานอย่างญี่ปุ่นและอิตาลี ก็มีสัดส่วนแรงงานที่เป็นผู้หญิงสูงกว่าร้อยละ 40

ในแง่รายได้ ข้อมูลจากกระทรวงแรงงานสหรัฐฯ ที่เผยแพร่ในนิตยสารไทม์เมื่อปี 2010 พบว่าในเมืองที่มีขนาดใหญ่ที่สุด 50 เมืองในสหรัฐฯ ในจำนวนนี้มี 47 เมืองที่เฉลี่ยแล้วพบว่าผู้หญิงมีรายได้สูงกว่าเพื่อนร่วมงานชายในระดับตำแหน่งเดียวกัน และจากข้อมูลของ Grant Thornton International (2013) พบว่า ปัจจุบัน ผู้หญิงเข้ามามีบทบาทในตำแหน่งผู้บริหารระดับสูงมากขึ้น โดยเฉพาะจีน ผู้หญิงที่ดำรงตำแหน่งผู้บริหารระดับสูง คิดเป็นสัดส่วนสูงถึงร้อยละ 51 จากค่าเฉลี่ยผู้หญิงที่อยู่ในระดับสูงทั่วโลกอยู่ที่ร้อยละ 24 ของผู้บริหารทั้งหมด

ทั้งหมดที่กล่าวมาสะท้อนให้เห็นว่า อำนาจการซื้ออยู่ในมือผู้หญิงอย่างมาก และยังตอกย้ำว่าผู้หญิงมีอิทธิพลอย่างสูงในการตัดสินใจซื้อสินค้าในระดับครัวเรือนด้วย โดยเฉพาะภาคการท่องเที่ยว ที่พบว่าสูงถึงร้อยละ 94 ที่เป็นผู้ตัดสินใจซื้อแพ็คเกจท่องเที่ยว ขณะเดียวกันยังพบว่า ผู้หญิงที่ยังโสดมีแนวโน้มรักอิสระมากขึ้น แต่งงานช้าลงนั่นหมายความว่า จะเกิดตลาดใหม่ คือ ตลาดสาวโสด จะมีบทบาทอย่างมากในทางเศรษฐกิจ ที่ธุรกิจต่างๆ ต่างก็หันมาพัฒนาสินค้าเพื่อตอบสนองตลาดนี้เพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่อง

จากข้อมูลที่กล่าวมาทั้งหมด เมื่อกลับมาวิเคราะห์แผนทางการตลาดจะพบว่า อุตสาหกรรมท่องเที่ยวของไทยและทั่วโลก คงหนีไม่พ้นที่ต้องพัฒนา เพื่อรองรับเทรนด์จากตลาดกลุ่มนี้ เพราะการสำรวจนักท่องเที่ยวหญิงกว่า 9.2 พันคนทั่วโลก พบว่าร้อยละ 74 วางแผนที่จะเดินทางคนเดียวในปี 2015 (Trip Advisor Survey, 2014) ทำให้ตลาดท่องเที่ยวต่างหันมาโฟกัสสินค้ารองรับกลุ่มนี้อย่างเต็มสูบ ทั้งบริษัททัวร์ที่เริ่มคิดโปรโมชั่น และแพ็คเกจทัวร์บริการ โดยเฉพาะแพ็คเกจแบบผจญภัยกิจกรรมการท่องเที่ยวกลางแจ้งที่กำลังได้รับความนิยม นอกจากนี้กลุ่ม ‘PANK’ (Professional Aunt, No Kids) หรือผู้หญิงมีอายุตำแหน่งงานระดับสูง ก็เป็นอีกกลุ่มที่น่าสนใจ เพราะถือว่ามีกำลังจ่ายระดับสูงมาก ทำให้แนวโน้มความต้องการที่จะพักและรับบริการจากโรงแรมหรูหราเพิ่มขึ้นต่อเนื่อง ทำให้วิเคราะห์กันว่า ในอนาคตตลาดท่องเที่ยวผู้หญิงจะมีมูลค่าสูงถึง 19,000 พันล้านดอลลาร์สหรัฐ กลายเป็นกลุ่มเป้าหมายอันดับหนึ่งของธุรกิจท่องเที่ยวไปแล้ว (Tourism Review Online MagazineIII, 2008)

เมื่อทราบถึงนักท่องเที่ยวเป้าหมาย ทำให้ ททท. ต้องจัดหาแผนงานจับกลุ่มตลาดนี้อย่างหนัก หรือเรียกได้ว่าปี 2559 เป็นปีท่องเที่ยวสำหรับผู้หญิงก็ว่าได้ เพราะถึงแม้ไม่โสด แต่ก็ยังมีอิทธิพลต่อการตัดสินใจชวนเพื่อนชาย คู่รัก คนในครอบครัว หรือแม้แต่เพื่อนออฟฟิศมาท่องเที่ยวได้

ตลาดนักท่องเที่ยวผู้หญิง

คุณจุฑาพร เริงรณอาษา รักษาการผู้ว่าการ ททท. เปิดเผยว่า ททท. ตั้งเป้าหมายปีหน้าจะเจาะกลุ่มผู้หญิงเพิ่มขึ้น โดยร่วมมือกับผู้ประกอบการธุรกิจท่องเที่ยว เช่น ภาคโรงแรมมีชั้นห้องพักลูกค้าเฉพาะผู้หญิง (เลดี้ ฟลอร์) ชั้นจอดรถเฉพาะผู้หญิง (เลดี้ พาร์คคิ้ง) รวมถึงพนักงานขับแท็กซี่เป็นผู้หญิง (เลดี้ แท็กซี่) หากผู้ประกอบการรายใดสมัครใจร่วมโครงการดังกล่าว ททท. จะช่วยโปรโมทให้

“ช่วงเดือนสิงหาคม 2559 ซึ่งเป็นเดือนแห่งวันแม่แห่งชาติ รวมถึงยังอยู่ในช่วงนอกฤดูกาลท่องเที่ยว (โลว์ซีซั่น) ททท. จะใช้โอกาสนี้โปรโมทแคมเปญเดือนแห่งผู้หญิง (Lady Month) กระตุ้นการท่องเที่ยวกลุ่มผู้หญิงผ่านกิจกรรมต่างๆ เช่น การช๊อปปิ้ง ชูเรื่องผ้าไหมไทยโปรโมชั่นสินค้าทางสปา โดย ททท. อยู่ระหว่างพิจารณาคัดเลือกว่าจะดึงผู้หญิงที่ดังระดับโลกมาเป็นแบรนด์แอมบาสเดอร์ เพื่อจับกลุ่มตลาดดังกล่าวตลอดทั้งปี”

ด้านคุณธเนศวร์ เพชรสุวรรณ ผู้อำนวยการภูมิภาคยุโรป แอฟริกาและตะวันออกกลาง ททท. กล่าวว่า ปีหน้า ททท. จะโหมแคมเปญใหญ่เจาะกลุ่มฮันนีมูน เปิดตัว ‘คัฟเปิลรีพีท’ เน้นเจาะกลุ่มคู่รักที่ครองรักกันมานาน เพื่อเดินทางมาสัมผัสเดสติเนชั่น 12 เมืองต้องห้ามพลาดโดยมุ่งไปทำการตลาดกลุ่มผู้หญิง เพื่อดึงคู่รักมาฉลองรักที่เมืองไทย

เช่นเดียวกับ คุณศรีสุดา วนภิญโญศักดิ์ ผู้อำนวยการภูมิภาคเอเชียตะวันออก ททท. กล่าวว่า จะรุกตลาดนักท่องเที่ยวผู้หญิง ซึ่งเป็นกลุ่มที่มีอิทธิพลและมีอำนาจในการเลือกซื้อสินค้าท่องเที่ยว เช่น ตลาดจีน สำนักงานเซี่ยงไฮ้กับกวางโจว เจาะกลุ่มออฟฟิศเลดี้ ส่วนตลาดฮ่องกงกับไต้หวันจะรุกทำตลาดออฟฟิศเลดี้ อย่างต่อเนื่อง ในตลาดเกาหลีเตรียมดึงผู้ประกอบการผู้หญิงหรือเจ้าของธุรกิจเข้ามาเที่ยวไทยเพิ่มขึ้นและตลาดญี่ปุ่นจะแบ่งออกเป็นตลาดตอนบนเตรียมเจาะกลุ่มออฟฟิศเลดี้ ส่วนตลาดตอนใต้จะทำตลาดดึงกลุ่มแม่บ้านที่ถือเป็นตลาดใหม่และยังมีจำนวนการเดินทางไม่สูง

ด้านคุณละเอียด บุ้งศรีทอง นายกสมาคมโรงแรมไทย (ทีเอชเอ) ภาคเหนือเห็นว่า หากจะให้โรงแรมจัดชั้นห้องพัก เพื่อบริการเฉพาะนักท่องเที่ยวผู้หญิงหรือเลดี้ ฟลอร์ นับเป็นเรื่องที่ยาก ยกเว้นจะเป็นโรงแรมใหญ่ๆ ที่มีห้องพักเป็นจำนวนมาก

ความทรงอิทธิพลของผู้หญิง จะเข้ามาช่วยฟื้นอุตสาหกรรรมท่องเที่ยวของไทย ให้ได้ทั้งตลาดคุณภาพและได้ปริมาณไปพร้อมๆ กันได้หรือไม่คงต้องอาศัยปัจจัยหลายอย่าง ทั้งเรื่องความสะดวกในการเดินทาง และแคมเปญที่น่าสนใจ เพราะผู้หญิงแม้มีอิทธิพลในการตัดสินใจซื้อและเชื่อว่าการซื้อของผู้หญิง ก็เกิดจากการเลือกด้วยเช่นกัน จึงเป็นสิ่งที่ผู้ประกอบการไม่ควรมองข้าม หรือละเลยที่จะรักษาคุณภาพ เพราะอย่าลืมว่า ปลายปีนี้เราจะเข้าสู่การเปิดเสรีประชาคมเศรษฐกิจอาเซียนอย่างเต็มรูปแบบ