CLMV เร่งเครื่อง ‘ท่องเที่ยว’ ดันเศรษฐกิจก้าวหน้า



เมียนมาร์

นับตั้งแต่ ‘เมียนมาร์’ เปิดประเทศต้อนรับนักท่องเที่ยวเมื่อปี 2011 เวลาผ่านไปร่วม 6 ปี กระแสตอบรับจากบรรดานักท่องเที่ยวต่างชาติถือว่าดีมากๆ เติบโตปีละสูงกว่า 1 ล้านคนเลยทีเดียว

คุณดอว์ ขิ่น ธัน วิน ผู้ช่วยผู้อำนวยการทั่วไป กระทรวงการโรงแรมและท่องเที่ยว ประเทศเมียนมาร์ เริ่มต้นฉายภาพรวมว่า เป้าหมายตัวเลขชาวต่างชาติเข้ามาเที่ยวเมียนมาร์ปี 2016 นี้ คาดว่าจะอยู่ที่ราวๆ 6 ล้านคน เติบโต 25% ในทิศทางเดียวกับการเติบโตด้านรายได้

หลังจากปี 2015 เมียนมาร์มียอดนักท่องเที่ยวต่างชาติ 4.68 ล้านคน เติบโต 52% เมื่อเทียบกับปีก่อน และเมื่อมาดู 5 อันดับแรกที่เข้ามาเที่ยวเมียนมาร์มากที่สุด พบว่าไม่ใช่ใครอื่น เป็นนักท่องเที่ยวชาวไทย ด้วยจำนวน 2.04 แสนคน การเติบโตส่วนหนึ่งเป็นผลมาจากตั้งแต่เดือนสิงหาคมปี 2015

เมียนมาร์ได้ยกเว้นวีซ่าให้กับนักท่องเที่ยวไทยที่เดินทางเข้าไปเที่ยวเมียนมาร์ด้วยเครื่องบิน ประกอบกับการเดินทางผ่านแดนมีความสะดวก จากการมีด่านตรวจคนเข้าเมืองมากถึง 5 จุด รองลงมา คือ นักท่องเที่ยวจากจีน 1.47 แสนคน ตามมาด้วยญี่ปุ่น 9.03 หมื่นคน สหรัฐอเมริกา 6.98 หมื่นคน และเกาหลี 6.37 หมื่นคน

ด้านรายได้อยู่ที่ 2.12 พันล้านเหรียญสหรัฐ ขยายตัวสูงถึง  6.6 เท่า เมื่อเทียบกับรายได้ปี 2011 ซึ่งเป็นปีแรกที่เปิดประเทศต้อนรับนักท่องเที่ยวอย่างเต็มตัว

แล้วเป้าหมายในระยะยาวเป็นอย่างไร… คุณธัน วิน บอกว่า ตามแผนแม่บทภาคท่องเที่ยวปี 2020 เมียนมาร์จะมีนักท่องเที่ยวต่างชาติกว่า 7.5 ล้านคน และไม่ต้องห่วงว่าซัพพลายที่พักในเมียนมาร์จะขาดแคลน เพราะปัจจุบันมีโรงแรมที่เปิดให้บริการและอยู่ระหว่างการพัฒนารวมกันประมาณ 1,400 แห่ง เพิ่มขึ้นจากปี 2015 ซึ่งมีโรงแรมอยู่ที่ 1,279 แห่ง หรือเกือบ 5 หมื่นห้องพัก อัตราเข้าพักของโรงแรมแบรนด์ระดับนานาชาติในช่วงพีคซีซั่นอยู่ที่ีะดับดีมาก ราว 80-90% เลยทีเดียว

ด้านสถานการณ์การเมือง จากการเลือกตั้งที่มีเสถียรภาพ รัฐบาลใหม่ของเมียนมาร์เองก็มุ่งโปรโมทอุตสาหกรรมท่องเที่ยว ทำให้นักลงทุนต่างชาติสนใจเข้ามาลงทุนธุรกิจโรงแรมและที่พักต่อเนื่อง ปัจจุบันมีพื้นที่สำหรับส่งเสริมการขยายธุรกิจโรงแรม 19 โซนทั่วประเทศ โดยที่รัฐบาลให้ถือสิทธิ์ครองที่ดิน 70 ปี พร้อมอนุญาตให้ถือหุ้นได้ 100%

สำหรับสถิติการลงทุนที่น่าสนใจตลอดปี 2015 มีต่างชาติเข้ามาลงทุนธุรกิจกลุ่มโรงแรมและคอมเมอร์เชียลคอมเพล็กซ์ทั้งหมด 48 แห่ง รวมมูลค่าเกือบ 2.68 พันล้านเหรียญสหรัฐ แบ่งเป็นโครงการที่ก่อสร้างเสร็จแล้ว 34 แห่ง คิดเป็นจำนวนห้องพัก 6,346 ห้อง อยู่ระหว่างการก่อสร้าง 11 แห่ง คิดเป็น 2,296 ห้อง และได้รับใบอนุญาตให้ก่อสร้างแล้ว 3 แห่ง จำนวน 490 ห้อง

ส่วนนักลงทุนต่างชาติที่มีมูลค่าเงินลงทุนสูงสุด 3 อันดับแรก ในธุรกิจกลุ่มโรงแรมและคอมเมอร์เชียลคอมเพล็กซ์ อันดับ 1 คือ สิงคโปร์ จำนวน 21 แห่ง มูลค่า 1.51 พันล้านเหรียญสหรัฐ รองลงมา คือ เวียดนาม ลงทุนเพียง 1 แห่ง แต่ลงทุนสูงถึง 440 ล้านเหรียญสหรัฐ และไทย ลงทุน 10 แห่ง มูลค่าลงทุน 343 ล้านเหรียญสหรัฐ

คุณธัน วิน ยอมรับด้วยว่า แม้ทิศทางการท่องเที่ยวเมียนมาร์จะขยายตัวสูง แต่ปัญหาใหญ่ที่ต้องเร่งแก้ไข คือ การขาดแคลนบุคลากร จึงได้จัดโปรแกรมการฝึกอบรมบุคลากรท่องเที่ยวใน 2 ระดับด้วยกัน ทั้งมุ่งเติมทักษะให้กับพนักงานกลุ่มสายงานบริการในแต่ละด้าน ให้มีมาตรฐานด้านการต้อนรับในระดับสากลมากขึ้น พร้อมฝึกอบรมแรงงานกลุ่มใหม่ เข้ามารองรับระบบอุตสาหกรรมท่องเที่ยวของเมียนมาร์ต่อไป

เวียดนาม

อีกประเทศที่น่าจับตามองไม่แพ้เมียนมาร์คือ ‘เวียดนาม’

คุณวู นัม ผู้ช่วยผู้อำนวยการ ด้านส่งเสริมการตลาด องค์การส่งเสริมการท่องเที่ยวเวียดนาม เล่าว่า ภาคท่องเที่ยวเวียดนามอยู่ในช่วงเติบโตอย่างมาก ปีที่แล้วมีจำนวนนักท่องเที่ยวต่างชาติรวม 8 ล้านคน เป็นตลาดเอเชียตะวันออกมากที่สุด ประกอบด้วย จีน ซึ่งปัจจุบันส่งออกนักท่องเที่ยวมาเยือนเวียดนามในสัดส่วนมากถึง 25% รองลงมา คือ เกาหลี ญี่ปุ่น ไต้หวัน รวมกันมากที่สุดกว่า 51% ตามมาด้วยอาเซียนราว 16% เชื่อว่าตลาดอาเซียนมีโอกาสเพิ่มขึ้น หลังเห็นอัตราการเติบโตต่อเนื่อง 20% ทุกปี

ด้านรายได้จากการท่องเที่ยวปีที่แล้วอยู่ที่ 1.1 หมื่นล้านเหรียญสหรัฐ ครองสัดส่วนเป็น 7% ของจีดีพีประเทศ ขณะที่เป้าหมายจำนวนนักท่องเที่ยวต่างชาติในปี 2016 คาดว่าเวียดนามจะดันยอดแตะที่ 10 ล้านคน

สำหรับความร่วมมือระหว่างกลุ่มประเทศ CLMVT (กัมพูชา-ลาว-เมียนมาร์-เวียดนาม-ไทย) ทั้ง 5 ประเทศมีแผนส่งเสริมเส้นทางท่องเที่ยวร่วมกัน โดยหนึ่งในเส้นทางที่เวียดนามเตรียมผลักดัน คือ เส้นทางมรดกโลก
ภายใต้โครงการสามเหลี่ยมมรดกโลก (World Heirtage Triangle) ร่วมกัน 3 ประเทศ ซึ่งต่างมีแหล่งท่องเที่ยวที่ยูเนสโกรับรอง คือ ฮาลองเบย์ – หลวงพระบาง – อุดรธานี

ฟาก ‘สปป.ลาว’ คุณมะนีสาคอน ทำมะวงไชย ผู้อำนวยการฝ่ายประชาสัมพันธ์ กระทรวงแถลงข่าว วัฒนธรรม และการท่องเที่ยว สปป.ลาว บอกว่า ภาพรวมปี 2015 ลาวมีนักท่องเที่ยวต่างชาติ 4.68 ล้านคน เติบโต 12% เป็นคนไทยมากที่สุด 2.32 ล้านคน เติบโตมากถึง 50% รองลงมา คือ เวียดนาม 1.18 ล้านคน เติบโต 25% ตามมาด้วยเกาหลี 1.65 แสนคน เพิ่มขึ้นเพียง 4% ส่วนไฮไลต์ปี 2016 ท่องเที่ยวลาวจะคึกคักเป็นพิเศษ เพราะจะมีการจัดประชุม ‘อาเซียน ซัมมิท’ ที่กรุงเวียงจันทน์ในเดือนพฤศจิกายนนี้

แน่นอนว่าต้องพร้อมหน้าด้วยแขกระดับผู้นำประเทศที่เดินทางมาร่วมประชุม จึงถือเป็นโอกาสดีมากๆ ที่ สปป.ลาวจะได้โปรโมทความพร้อมทั้งภาคการค้า การลงทุน รวมถึงการเดินทางท่องเที่ยวแก่สายตาชาวต่างชาติ

กัมพูชา

ปิดท้ายกันด้วยความเคลื่อนไหวของภาคท่องเที่ยวกลุ่มประเทศ CLMV กันที่ ‘กัมพูชา’

คุณตรี ฉวี ผู้ช่วยผู้อำนวยการทั่วไป องค์การส่งเสริมการท่องเที่ยวประเทศกัมพูชา กล่าวว่า ตลอดปี 2016 กัมพูชาตั้งเป้ายอดนักท่องเที่ยวต่างชาติที่ 5 ล้านคน เพิ่มจากปี 2015 ซึ่งปิดตัวเลขไปที่ 4.78 ล้านคน เติบโต 6.1% เป็นนักท่องเที่ยวจากลาว เวียดนาม เมียนมาร์ และไทยรวม 1.75 ล้านคน ครองสัดส่วน 36% ของนักท่องเที่ยวต่างชาติทั้งหมด ขณะที่รายได้ปีที่แล้วปิดที่ตัวเลข 3 พันล้านเหรียญสหรัฐ คิดเป็น 13% ของ จีดีพีประเทศ

ส่วนเป้าหมายปี 2020 กัมพูชาคาดมีนักท่องเที่ยวต่างชาติเพิ่มขึ้นเป็น 7.5-8 ล้านคน สร้างรายได้ 5 พันล้านเหรียญสหรัฐ และสามารถสร้างงานได้ถึง 1 ล้านตำแหน่ง

และนี่คือเป้าหมายและความเคลื่อนไหวทั้งหมดของภาคการท่องเที่ยวในกลุ่มประเทศ CLMV ที่น่าสนใจ เพื่อให้คุณผู้อ่านได้นำข้อมูลไปปรับใช้ สำหรับการลงทุนและทำตลาดอย่างมีศักยภาพต่อไป


CLMV Accelerates ‘Tourism’ to Promote Progressive Economy

Since ‘Myanmar’ had opened its country to welcome tourists in 2011, up until now the number
of foreign tourists traveling to Myanmar has been positively increased more than 1 million
tourists a year.

Mr. Daw Khin Than Win, Assistant to General Director, Myanmar Ministry of Hotel and Tourism started to project the overall image that the expected figure of foreign tourists traveling to Myanmar in 2016 is approximately 6 million tourists which is considered to increase by 25% similar to the trend of economic growth.

After 2015, Myanmar had the total of foreign tourists at 4.68 million tourists which was considered to grow by 52% comparing to the previous year, and when considering the first 5 nations traveling to Myanmar the most, the first ranking was Thai tourists with the figure of 2.04 hundred thousand tourists. The part of its growth derived from August 2015 when Myanmar announced to revoke the visa for Thai tourists who travel to Myanmar by airplane including the convenience in cross-border travel derived from the establishment of 5 immigration checkpoints. In addition, the other rankings after Thai tourists were Chinese tourists with 1.47 hundred thousand tourists, Japanese tourists with 9.03 ten thousand tourists, American tourists with 6.98 ten thousand tourists and Korean tourists with 6.37 ten thousand tourists in respectively.

In addition to its revenues, Myanmar had earned 2.12 billion US dollars which was considered to expand  6.6 times comparing to the revenues earned in 2011; the first year to open its country to fully welcome foreign tourists.

What is the long term goal of Myanmar? Mr. Than Win said based on the model scheme of tourism sector in 2020, Myanmar will have foreign tourists more than 7.5 million and no worry free of accommodation supply in Myanmar because currently the number of hotels offering the services and in the progress is combined approximately 1,400 hotels considered to increase from 2015 with approximately 1,279 hotels, or almost 50,000 guestrooms increasing. In addition, occupancy rate of international hotel chains during the peak season was significant with the average as high as 80 – 90%.

In addition to political situation, stabilizing election and tourism industry promoting will of new Myanmar government have attracted the great number of foreign investors to continuously come in and make investment in hotel and accommodation business. Currently, there are 19 zones across the country available for sale promotion in hotel business, while government grants the permission to foreign investors to hold the land concession up to 70 years and stock by 100%.

For interesting investment statistic throughout 2015, foreign investors made investment in the group of hotels and commercial complexes for 48 projects with combined capital almost 2.68 billion US dollars divided in to completed construction for 34 projects with the total of 6,346 guestrooms, and in the progression for 11 projects with the total of 2,296 guestrooms, while at the moment other 3 projects with the total of 490 guestrooms has already been approved for construction.

For the first three foreign investors making highest cost of investment in the group of hotels and commercial complex business, the first ranking went to Singapore with 21 projects and combined cost worth 1.51 billion US dollars, while the second was Vietnam with only one project, but worth 440 million US dollars and last but not least was Thailand with 10 projects that worth 343 million US dollars,

Mr. Than Win admitted that even though tourism trend of Myanmar will highly be expanded, the big problem that needs quick solution is the personnel shortage so Myanmar has arranged tourism personnel training program in 2 dimensions which was aimed to add skills for personnel in several aspects of service sector in order to obtain international hospitality standard as well as train a new group of personnel to further support tourism industry system of Myanmar.

Another country to keep an eye on rather than Myanmar is ‘Vietnam’.

Mr. Wu Num, Assistant to Director in Market Promotion, Vietnam Tourism Promotion Bureau said that Vietnam tourism sector now is in high growing progression. Last year the number of combined foreign tourists reached up to 8 million tourists which the East Asia market dominated the biggest ratio comprised of China which currently exports tourists to Vietnam by 25%, while the second was the combination of Korea, Japan and Taiwan dominating over 51% and the third was ASEAN market dominating approximately 16%. This made believe that ASEAN market has potential to grow even more derived from the continuous growth rate by 20% every year.
In addition to the revenues from tourism last year, Vietnam earned 1.1 ten billion US dollars which dominated 7% of GDP ratio, while the goal in the number of foreign tourists in 2016, Vietnam expected to push the figure up to 10 million tourists.

For collaboration in the group of CLMVT (Cambodia – Lao – Myanmar – Vietnam – Thailand), all 5 countries has set an agreement to promote tourism routes together. One of the routes to be promoted by Vietnam is the world heritage route under the World Heritage Triangle project among 3 countries which each country has tourist attractions approved by UNESCO as Halong Bay, Luang Prabang and Udon Thani.

In addition to the Lao People’s Democratic Republic, Mr. Maneesakon Thammawongchai, Public Relations Director, Ministry of Press Conference, Culture and Tourism of the Lao People’s Democratic Republic said that the overall image of 2015, Laos had foreign tourists as high as 4.68 million considered to grow by 12%. Thai tourists dominated the biggest ratio at

2.32 million tourists which was considered to grow as high as 50%, while the second was Vietnam with 1.18 million tourists considered to grow by 25%, and the third was Korea with 1.65 hundred thousand tourists considered to grow only 4%. For the highlight in 2016, Laos’s tourism will be even more bustling up because ‘ASEAN Summit’ conference will be arranged at Vientiane City in this November.

Many high rank delegates will definitely travel to Laos to join this conference which is the great opportunity for the Lao People’s Democratic Republic to promote the readiness in term of trade, investment and tourism to the eyes of foreign tourists.

Last but not least for the movement of tourism sector in CLMV group is ‘Cambodia’.

Mr. Tri Chawee, Assistant to General Director, Cambodia Tourism Promotion Bureau said that throughout 2016, Cambodia aims to get the number of foreign tourists as high as 5 million tourists considered to increase from 2015 which closed the figure at 4.78 million tourists, or grow by 6.1%, divided into the tourists from the combination of Laos, Vietnam, Myanmar and Thailand for 1.75 million tourists or dominating 36% of overall foreign tourist ratio, while the revenue earned last year was closed at 3 billion US dollars, or considered 13% of GDP.

In addition to the goal in 2020, Cambodia expects the number of foreign tourists to increase between 7.5 – 8 million tourists and generate 5 billion US dollars of revenue as well as increase the employment as high as 1 million work positions.

These are all interesting goals and movements of tourism sector in CLMV group for readers to acknowledge and further apply for effective investment and marketing.

ที่มา: นิตยสาร Thai Hotels & Travel Vol.7 No.40
ตุลาคม – พฤศจิกายน 2559 (Oct – Nov 2016)

Comment Box