‘ชา’ กับ ‘อาหารไทย’ คู่อร่อยที่ลงตัว



เวลาเดินเข้าทีเฮาส์ นอกจากชาร้อนชาเย็นจากท้องถิ่นต่างๆ ที่มาดหวังแล้ว อาหารซึ่งจะเลือกสั่งมาคู่ชานั้นตามมาตรฐานร้านชาก็มักจะมีขนมหวาน ขนมปัง อาจจะมีของคาวสไตล์ตะวันตกบ้างบางเมนู แต่ ทีดับเบิ้ลยูจี ที ซาลอน แอนด์ บูติก สาขา ดิ เอ็มโพเรียม มีแม้กระทั่งอาหารไทยให้รับประทานกันจริงจัง ส่วนรสชาตินั้นก็จัดจ้านกลมกล่อมไม่แพ้ฝีมือร้านอาหารไทยไหนๆ เลย นี่จึงนับว่าเป็นประสบการณ์ใหม่ที่พร้อมเสิร์ฟ เมื่อ “ชา” ถูกจับมาคู่กับ “อาหารไทย”

ทีดับเบิ้ลยูจีที (TWG TEA) เป็นแบรนด์ชาระดับโลกจากสิงคโปร์ ซึ่งเพิ่งจะฉลองครบรอบ5 ปีในประเทศไทยไปหมาดๆ เนื่องในวาระพิเศษและสำคัญนี้ จึงได้ปรับโฉมใหม่ของทีดับเบิ้ลยูจี ที ซาลอน แอนด์ บูติก สาขา ดิ เอ็มโพเรียม ทั้งยังได้คัดสรรเมนูอาหารใหม่ให้ลูกค้าได้อิ่มเอมในรสชาติแบบไทยๆ โดยการดูแลของเชฟอาหารไทยผู้เปี่ยมประสบการณ์
อาหาร “ไทย อินสไปร์ ดิช” ที่ ทีดับเบิ้ลยูจี ที ซาลอนฯ แตกต่างตรงที่แต่ละเมนูได้นำชาเข้ามาเสริมรสชาติและกลิ่น ความยากก็อยู่ที่การคงเอกลักษณ์ของอาหารไทยจานนั้นไว้และเพิ่มเติมลักษณะพิเศษเข้าไป เพื่อให้ลูกค้าซึ่งก็รวมถึงคนไทยที่คุ้นเคยกับเมนูดั้งเดิมเหล่านั้นอยู่แล้วรู้สึก “ว้าว” ขณะที่ลูกค้าต่างชาติได้รู้จักและเข้าใจใน “ไทยฟู้ด”

หลังจากการตีโจทย์ให้แตกและเลือกอย่างดีที่สุดแล้ว เมนูอาหารไทยที่พร้อมเสิร์ฟในร้านชาแห่งนี้ต้องมีอาหารซึ่งเชิดหน้าชูตาของชาตินั่นก็คือ ผัดไทย ที่นี่เลือกเป็น “ผัดไทยปูนิ่ม” ปรุงจากก๋วยเตี๋ยวเส้นจันท์ผัดใส่เต้าหู้ กุ้งแห้งทอดกรอบหอมแดงและต้นหอม ส่วนซอสผัดไทยนั้นผสมชาคาราเมล (Caramel Tea) ซึ่งเป็นชาดำเบลนด์กับชาคาราเมล มาพร้อมกับปูนิ่มทอดกรอบเคี้ยวกรุบ อร่อยลงตัวแบบไม่ต้องปรุงเพิ่มแต่ถ้าใครชอบจัดจ้านจะเติมพริก น้ำปลา ฯลฯก็ได้

ในบรรดาอาหารไทยยอดนิยมที่วันไหนนึกอะไรไม่ออก ชื่อและภาพของผัดกะเพราก็จะโดดเด้งขึ้นมาในหัวทันที ที่นี่ก็มีเหมือนกัน “ผัดกะเพราล็อบสเตอร์” เมื่อเนื้อล็อบสเตอร์ถูกนำมาผัดกับใบกะเพรา ผสมชาแบล็กเนคทาร์(Black Nectar Tea) ซึ่งเป็นชาดำเบลนด์กับมะม่วงและสับปะรดมีกลิ่นเครื่องเทศอยู่ด้วยใส่ลงไป เสิร์ฟพร้อมข้าวหอมมะลิและข้าวไรซ์เบอร์รี่ โดยข้าวหอมมะลินั้นหุงกับชาเรดจัสมิน (Red Jasmine Tea) โดยชาแดงจากแอฟริกาใต้นี้ไม่มีกาเฟอีน เป็นชากลิ่นดอกไม้ผสมผสานกับมะลิ มีกะเพราแล้วก็ต้องมีไข่ดาวทอดกรอบมาด้วย จานนี้ปรุงรสจัดจ้าน ลิ้นแบบไทยๆ อย่างเรานี่ต้องยกนิ้วให้เลย

แกงไทยรสเข้มรสเค็มหวานอย่าง “ฉู่ฉี่ปลาหิมะและแซลมอน” เพิ่มเติมชาโคโคนัท(Coconut Tea) ซึ่งเป็นชาที่ให้กลิ่นอายแคริบเบียน ผสมผสานระหว่างชาดำและมะพร้าว น้ำแกงขลุกขลิกรับประทานกับข้าวหอมมะลิหุงกับชาเรดจัสมินและข้าวไรซ์เบอร์รี่ร้อนๆ เท่านี้ก็ฟิน นอกจากนั้นยังมี “ปลาหิมะราดพริก” ก่อนจะนำมาปรุงปลาหิมะจะหมักกับชาสไปซ์รูท (Spice Route Tea) ชาเขียวที่มีกลิ่นรสของขิง แล้วจึงนำไปทอดกรอบ

ใครที่ชอบเส้นและเนื้อก็ต้องเผื่อพื้นที่ไว้สำหรับ “ก๋วยเตี๋ยวเนื้อวางุ” จะเลือกเส้นเล็กหรือเส้นหมี่ก็ได้ ส่วนเนื้อนั้นเป็นวางุแล่บางๆ ทำให้สุกแบบมีเดียมแรร์ด้วยน้ำซุปร้อนๆ ที่เทราดลงไป โดยน้ำซุปนี้มีน้ำชาทาลิสแมน (Talisman Tea) ซึ่งเป็นชาดำเบลนด์กับผลไม้ป่ามีรสกลิ่นถั่ว เครื่องเทศ และดอกไม้ใส่ลงไปด้วย เห็นน้ำซุปใสๆแต่รสนั้นข้นเข้มดีทีเดียว
น้ำซุปร้อนๆ ยังมีในอีกหนึ่งเมนู คือ “เกี๊ยวน้ำทะเลครัสเตเชียน” ซีฟู้ดที่นำมาทำไส้เกี๊ยวมีทั้งล็อบสเตอร์ ปูและกุ้ง เคียงคู่มากับผักกวางตุ้ง ส่วนซุปนั้นปรุงด้วยชาอิมพีเรียลอู่หลง (Imperial Oolong Tea) แต่งรสด้วยน้ำมันเห็ดทรัฟเฟิล
รสแซ่บซี้ดนั้นยังมีใน “ยำส้มโอทับทิม” ใช้ส้มโอแดง ทับทิม และกุ้งมาคลุกเคล้ากับน้ำยำซึ่งมีมิสที (Miss Tea) ชาเขียวผสมทับทิมและสตรอเบอร์รี่ใส่ลงไปด้วย อีกหนึ่งเมนู คือ “พล่าปลาแซลมอนรมควัน” เป็นยำสมุนไพร ห่อด้วยแซลมอนซึ่งรมควันกับชาเอิร์ลเกรย์เจนเทิลแมน (Earl Grey Gentleman Tea) เป็นชาดำซีลอนผสมกับชามะกรูด รองจานด้วยแตงกวาสไลด์บางๆ
ใครมาแล้วอยากลองหลากหลายเมนูไทยให้สั่ง “ทีดับเบิ้ลยูจี ที ไทย แพลตเตอร์” (TWG TEA Thai Platters) ที่อาหารจะมาเป็นเซตประกอบด้วย 6 เมนู คือ ยำส้มโอกับทับทิม ยำแซลมอนรมควัน เนื้อแดดเดียวโรยใบชาเซนฉะ ยำไก่สับผสมชาแบล็กเนคทาร์ เปาะเปี๊ยะไส้เนื้อปูผัดกับวุ้นเส้นและผักราดซอสมะขามผสมชาคาราเมล  สะเต๊ะ 3 อย่าง คือ เนื้อวางุ ไก่ และกุ้ง จิ้มน้ำจิ้มสะเต๊ะผสมชาโคโคนัท มีอาจาดมาด้วย ในส่วนของเนื้อแดดเดียวนั้นนับว่าเด็ด
นอกจากอาหารไทยแล้ว ทีดับเบิ้ลยูจี ที ซาลอนฯ ยังมีขนมหวานใหม่ๆ เตรียมมาเสิร์ฟ โดยเป็นขนมจากแนวคิด Tea Gastronomy คือการผสมชาลงไปเสริมรสชาติและกลิ่นอาย ยังมีเมนูเครื่องดื่มสำหรับการเฉลิมฉลองวาระพิเศษเรียกว่า “แอนนิเวอร์ซารี ที” เป็นม็อกเทลซึ่งได้รับแรงบันดาลใจจากผลไม้ไทย และชาซึ่งคัดสรรมาเป็นพิเศษเพื่อให้เข้าคู่กับอาหารไทยด้วย แนะนำว่าเป็นชาดำอู่หลง ชาเขียวสำหรับอาหารทะเล หรือจะเป็นชาที่มีรสสไปซ์แต่หากตัดสินใจไม่ได้ว่าชาแบบไหนที่เหมาะกับอาหารไทยที่คุณจะสั่งก็สอบถามพนักงานได้เลย
เมนูไทยรับประทานคู่ชาเหล่านี้มีให้อร่อยได้ที่ ทีดับเบิ้ลยูจี ที ซาลอน แอนด์ บูติก สาขาดิ เอ็มโพเรียม โทร. 02-259-9510
ที่นี่อาจจะทำให้คุณได้พบว่า…  “ชา” กับ “อาหารไทย” ก็เป็นอีกหนึ่งคู่อร่อยที่ลงตัว
ที่มา: โพสทูเดย์ วันที่ 28 กรกฎาคม 2560
http://www.posttoday.com/travel/restaurant/505748
Comment Box