ถึงคราวผู้ประกอบการต้องเตรียมตัววางแผนรับมือ เมื่อกระทรวงทรัพย์ฯ เตรียมจำกัดจำนวนคนเที่ยว อุทยานฯ ปีหน้า



นโยบายของรัฐบาลที่สนับสนุนอุตสาหกรรมท่องเที่ยว เพื่อเป็นอีกหนึ่งเครื่องมือในการดึงเม็ดเงินเข้าประเทศ ถือเป็นฟันเฟืองทำให้เศรษฐกิจของประเทศในภาพรวมดีขึ้น จากปัจจุบันเศรษฐกิจยังตกอยู่ในภาวะระส่ำระสาย การสนับสนุนของรัฐบาล แม้จะช่วยสร้างรายได้ให้กับภาคธุรกิจท่องเที่ยวและบริการเพิ่มมากขึ้น ด้วยจำนวนนักท่องเที่ยวที่มีปริมาณสูงขึ้นอย่างต่อเนื่อง แม้รัฐบาลจะพยายามเน้นทำการตลาดจับ นักท่องเที่ยวคุณภาพ แต่ในความเป็นจริงก็ยังต้องพึ่งจำนวนตัวเลขจากนักท่องเที่ยวก็ต้องมีปริมาณเพิ่มสูงขึ้นอยู่ดี

สอดคล้องกับของสภาเศรษฐกิจโลก World Economic Forum (WEF) ใน 10 ปีข้างหน้า ประเทศไทยจะมีนักท่องเที่ยว
ไม่ต่ำกว่า 60 ล้านคน เติบโตเท่าตัวจากปัจจุบัน และหากรวมกับประชากรไทยอีกราว 65 ล้านคน ความหนาแน่นของประชากร การใช้ทรัพยากรทางการท่องเที่ยว สิ่งแวดล้อม แหล่งสาธารณูปโภคขั้นพื้นฐานจะสามารถรองรับได้เพียงใด เพราะอย่างปัญหาความปลอดภัย อาชญากรรมทางการ ท่องเที่ยว ซึ่งรัฐบาลก็ยังไม่สามารถแก้ไขได้

ล่าสุดผลการสำรวจของสภาเศรษฐกิจโลก พบว่า เรื่องความปลอดภัยและความมั่นคง ไทยอยู่ในอันดับ 118 ของโลก
จากการสำรวจทั้งสิ้น 135 ประเทศ ส่วนเรื่องความยั่งยืนด้าน สิ่งแวดล้อมอยู่อันดับที่ 122 ถือเป็นอันดับที่น่าเป็นห่วงอย่างมาก

แม้ปัญหาเรื่องความปลอดภัยอาจจะเป็นโจทย์ยากสำหรับรัฐบาลชุดใดก็ตาม ไม่ว่าจะระบบปกครองปกติ หรือปกครองระบอบพิเศษ ก็ยังไม่สามารถแก้ไขปัญหานี้ได้ มีนักท่องเที่ยวถูกทำร้ายทั้งทางร่างกาย และทรัพย์สินเป็นจำนวนมาก ประชาชนคนไทยเองก็คงต้องรอลุ้นกึ๋นผู้บริหารว่า บทสรุปปัญหานี้จะดีขึ้นได้หรือไม่ คงต้องร่วมเป็นกำลังใจต่อไป

แต่สำหรับเรื่องสิ่งแวดล้อมเป็นปัญหาที่จับต้องได้ ที่ผ่านมาปรากฏให้เห็นในรายงานข่าวจากสื่อกระแสหลักอยู่ตลอด ถึงทรัพยากรทางธรรมชาติด้านการท่องเที่ยวหลายแห่งเสื่อมโทรม เพราะให้นักท่องเที่ยวเข้าไปเป็นจำนวนมาก แต่หน่วยงานที่กำกับดูแลกลับไม่มีมาตรการรองรับกับปัญหาที่จะเกิดขึ้น  ส่งผลให้เกิดปัญหาต่างๆ ตามมา โดยเฉพาะปัญหาขยะ ล้นเกลื่อนพื้นที่ตามชายหาด อุทยานต่างๆ

ล่าสุด คุณธัญญา เนติธรรมกุล อธิบดีกรมอุทยานแห่งชาติ สัตว์ป่าและพันธุ์พืช ได้ออกมาแสดงความเป็นห่วงต่อปัญหานี้ และเตรียมการฟื้นฟูพื้นที่อ่าวมาหยา อุทยานแห่งชาติหมู่เกาะพีพี

คาดว่าจะดำเนินการได้ภายในปี 2561 โดยเตรียมทำแผนประชาสัมพันธ์ให้ทั้งนักท่องเที่ยว เจ้าของสถานประกอบการ และบริษัททัวร์ทราบล่วงหน้า รวมถึงพื้นที่อื่นที่อยู่ระหว่างหา ข้อสรุป ทั้งนี้ ทางกรมอุทยานฯ จะเริ่มจำหน่ายตั๋วในระบบอิเล็กทรอนิกส์ เพื่อสามารถรู้ปริมาณนักท่องเที่ยวที่แน่นอน เมื่อตั๋วขายหมดตามจำนวนที่กำหนดไว้ก็จะไม่มีการขายอีก ใครไม่มีตั๋วก็เข้าไม่ได้ รูปแบบดังกล่าวหลังจากเริ่มนำร่องในพื้นที่อ่าวมาหยา ก่อนจะทยอยดำเนินการในอุทยานอื่นๆ ต่อไป อย่างไรก็ตาม การจะสั่งปิดหรือจำกัดปริมาณนักท่องเที่ยว ที่ใดที่หนึ่ง ทางกรมต้องมีการศึกษาเก็บข้อมูลและวางแผน อย่างรอบคอบ

“ที่ผ่านมา ยอมรับว่า ความเสียหายที่เกิดจากนักท่องเที่ยวเข้าไปเที่ยวจนล้นอุทยานฯ ค่อนข้างหนัก แต่ระยะหลังความเสียหายลดลงมา เพราะมีการพัฒนาพื้นที่อุทยานข้างเคียง อุทยานขนาดใหญ่ที่ได้รับความนิยมกระจายตัวออกไป ไม่ให้เกิดการกระจุกตัวอยู่ที่ใดที่หนึ่งมากเกินไป และเพื่อเตรียมรับนักท่องเที่ยวที่เพิ่มขึ้นในอนาคต”

ด้านคุณภูริวัจน์ ลิ้มถาวรรัตน์ นายกสมาคมธุรกิจท่องเที่ยวภายในประเทศ (สทน.) แสดงความเห็นว่า ในอนาคตภาค
การท่องเที่ยวไทยจะเติบโตเพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่อง ไม่ใช่เฉพาะ ในเชิงรายได้ แต่หมายถึงจำนวนนักท่องเที่ยวที่จะเพิ่มขึ้นตามมา เรื่องนี้รัฐบาลไม่ควรนิ่งนอนใจ โดยต้องเตรียมรับมือในทุกมิติ โดยเฉพาะการแก้ไขปัญหาอาชญากรรมทางการท่องเที่ยว และการดูแลรักษาสิ่งแวดล้อมทางการท่องเที่ยว ไม่ให้เสื่อมโทรม

เร็วกว่าความเป็นจริง ซึ่งเห็นว่า กระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อมควรเน้นการบริหารจัดการในแต่ละพื้นที่ตามความเหมาะสม มากกว่าการจะยึดเพียงแค่แนวคิดจำกัดจำนวนนักท่องเที่ยว เพื่อให้เข้ากับสถานการณ์

“ไม่ใช่ทุกพื้นที่ที่จำกัดจำนวนนักท่องเที่ยวจะเป็นทางออกที่ดีที่สุดเสมอไป เช่น อุทยานแห่งชาติหมู่เกาะสิมิลัน ซึ่งมีหลายเกาะ ช่วงนี้อาจจะปิดเกาะนั้น เปิดเกาะนี้ โดยไม่จำเป็นต้องปิดพร้อมกันทั้งหมด น่าจะเป็นทางออกที่ดีกว่า หลายเกาะ หลายอุทยานมีชื่อเสียงดังระดับโลกนั้น ต่างชาติวางแผนมาท่องเที่ยวในแต่ละปีเป็นจำนวนมาก การหารือกันก่อนระหว่างภาครัฐและเอกชนด้านการท่องเที่ยว ถึงการบริหารจัดการ การวางแผนร่วมกัน ตลอดจนสร้างการรับรู้ให้กับผู้ประกอบการท่องเที่ยวอย่างน้อย 6 เดือน ถึง 1 ปี เพื่อแจ้งให้กับนักท่องเที่ยวได้รับทราบ ถือเป็นเรื่องที่สำคัญ

แนวทางการกลับมาใช้มาตรการจำกัดจำนวนนักท่องเที่ยว เข้าพื้นที่อุทยาน แหล่งท่องเที่ยวทางธรรมชาติ ถือเป็นเรื่อง
ที่จะช่วยยืดลมหายใจให้กับทรัพยากรทางธรรมชาติของประเทศ ซึ่งถือเป็นเสน่ห์ที่ทำให้ภาคการท่องเที่ยวไทยเติบโตอย่างต่อเนื่อง การท่องเที่ยวไทยจะเติบโตอย่างต่อเนื่องและมีคุณภาพ โดยไม่สะดุดนั้น ทุกฝ่ายต้องคิดร่วมกันแบบบูรณาการ เดินนโยบายที่เอื้อต่อกัน เพื่อจะ Win Win ทั้งสองฝ่าย  เพราะขณะนี้ประเทศไทยใช่ว่าต้องเที่ยวตามฤดูกาลเท่านั้น  แต่สามารถหมุนเวียนไปได้ทั่วประเทศ การมุ่งสร้างรายได้ให้เกิดจากอุตสาหกรรมการท่องเที่ยว องคาพยพจึงมีความสำคัญ


Time for Entrepreneurs to Make Plan to Deal with Situation, When Ministry of Natural Resources and Environment is Preparing to Limit the Number of Tourists Visiting National Parks Next Year

Beautiful colorful soft coral with diver, Similan, Thailand.

The government’s policy that supports tourism industry as another tool to generate the revenue to the country is considered as the key mechanism to effectively propel overall country’s economy since now, economy is still unsettle down, while the support from government might help generating more revenues to tourism and hospitality business sector with increasing number of tourists all the time, and even though government has made an effort to catch quality tourist market, in fact it must still depends on the increasing number of tourists anyhow.

According to the World Economic Forum (WEF) in the next 10 years, Thailand shall welcome no less than 60 million tourists, which is considered growing one fold greater than now, and if this figure is combined with Thai population approximately 65 million people, what to pay attention should be how the country will take up the density of population, and tourism resource, environment and basic infrastructure sources consuming especially security and tourism crime problems, which government is unable to solve these problems at the moment.

Recently, the survey result of the World Economic Forum founded that Thailand was ranked the world’s 118th in term of security and stability, while in term of environmental sustainability was ranked 122nd worldwide, which these rankings are raising a serious concern to the country now.

Even though security issue seems to be a mission impossible for any government both normal and special regimes (there are many tourist and property abuse cases occurred still), Thai people must wait and see intelligences of national executives upon the guideline to relieve or solve these issues.

In addition to environmental issue, this is a tangible one, which the main media has reported the news upon the deteriorated natural tourist attraction resources from time to time because those places has allowed a great number of tourists visiting, but authorized agency did not issue any scheme to handle this incurred problem, which derived several consequent problems especially littering problem dispersing the beaches and national parks.

Recently, Mr. Thanya Netithammakun, Director General of the Department of National Parks, Wildlife and Plant Conservation has raised the concern over these problems and prepared to restore Ao Maya (Maya Bay) area, Mu Koh Phi Phi (Phi Phi Island) National Park, which is expected to complete the plan within 2018 as now it is in the middle of making the plan to publicize to tourists, establishment owners and travel agents in advance, while for other areas, it is the matter of making conclusion. In addition, the Department shall start to sell E-ticket so that the actual number of visitors can easily be recorded and acknowledged. And when all designated number of tickets is sold out, there will be no more for sale, and visitor without a ticket is not allowed to get the pass into the national park. This format will be firstly navigated within Ao Maya area before continually proceeding with other national parks later on. However, to close down any natural park or limit the number of tourists visiting in any place requires careful data studying and collecting, and plan making before making an execution.

“Earlier, we must admit that there were severe damages causing by the congestion of tourists visiting national parks, however later these damages have been reducing down because some developments within nearby national park areas have widely been taken place to relieve the congestion in one natural park, and prepare to undertake increasing number of tourists in the future.”

Mr. Phuriwat Limthavonrus, President of the Association of Domestic Travel (ADT) expressed his opinion that in the future, tourism sector shall continually grow both in term of revenue and tourist volume. According to this, government should actively prepare to deal in every dimension especially the solution for tourism crime problem, and tourism environmental preservation to restrain the rapid deterioration rather than it should be in reality, which the Department of National Parks, Wildlife and Plant Conservation should also emphasize on proper area management rather than stick on the idea to limit the number of tourists in order to suit circumstances.

“It is not always the best idea to limit the number of tourists in all national parks. For example, Similan Island National Park has several islets, which it shall be better off, if some certain islets can be opened and closed down in designated time period without the need of closing down all islets in the same time. In addition to the world’s reputation islands and national parks where accepted the great number of tourists visiting each year, it is so important to set the discussion forum between government and private tourism sectors in advance upon the joint management and plan making as well as raise such awareness of tourism entrepreneurs no less than 6 months – one year so that they can acknowledge all tourists during their visit of those islands and national parks.”

The back to back guideline to use the scheme to limit the number of tourists visiting national park areas and natural tourist attractions is considered to give the country’s natural resources a break to breath in, which are considered as the charm that drive the continual growth in Thai tourism sector. In addition, to achieve continual and quality growth, every stakeholder must make integral collaboration and setup mutual beneficial policy for both sides to gain win-win situation together because Thailand is not the country for seasonal tourism anymore, but tourist can freely choose to travel in all seasons across the country. Therefore, the aim to generate revenue from tourism industry, all key elements shall not be overlooked as well.

Comment Box