บูม COOL อีสาน



แม้ ‘ภาคอีสาน’ จะเป็นจุดหมายที่พรั่งพร้อมด้วยความสมบูรณ์ของทรัพยากรธรรมชาติรวมถึงวัฒนธรรมและวิถีชีวิตที่น่าสนใจ แต่กลับพบว่ายังต้องเผชิญความท้าทายในหลายๆ มิติ โดยเฉพาะเรื่องของ ‘โครงสร้างพื้นฐาน’ อย่างการเดินทาง เชื่อมต่อระหว่างจังหวัดหรือแม้แต่แหล่งท่องเที่ยวภายในจังหวัดเดียวกันที่ยังไม่สะดวกพอสำหรับนักท่องเที่ยวทั่วไปต้องอาศัยการเช่ารถยนต์ขับ หรือเหมารถตู้ไปยังแต่ละพื้นที่ซึ่งค่อนข้างห่างไกลกัน ตีรถไปทีมีงีบหลับใหญ่กันแน่นอน

สวนทางกับพฤติกรรมของนักท่องเที่ยวที่เปลี่ยนแปลงสู่การ เดินทางด้วยตัวเองมากยิ่งขึ้น ซึ่งต้องพึ่งพิงระบบขนส่งสาธารณะเป็นหลัก แต่โครงสร้างพื้นฐานด้านการเดินทาง ไปเยือนแหล่งท่องเที่ยวต่างๆ ในภาคอีสานยังไม่ตอบโจทย์ นักท่องเที่ยวคนรุ่นใหม่และผู้สูงวัยอย่างที่ควรจะเป็น

นอกจากนี้ ยังขาดแหล่งชอปปิงที่จูงใจให้นักท่องเที่ยวเคลื่อนตัวไปจับจ่ายมากพอ ทั้งที่หลายๆ จังหวัดมีสินค้าท้องถิ่นน่าสนใจ ทำให้พลาดโอกาสไปอย่างน่าเสียดาย ทั้งที่ภาคอีสานเองก็มีศักยภาพและจุดแข็งที่ไม่เป็นรองภาคไหนๆ โดยเฉพาะแหล่งท่องเที่ยวที่ยังสดใหม่ ผ่านการปรุงแต่ง น้อยมาก ไม่ว่าจะเป็นประวัติศาสตร์และอารยธรรมเก่าแก่ กับประเพณีวิถีชีวิตของคนในท้องถิ่นที่นักท่องเที่ยวหลายคนยังไม่เคยไปสัมผัส

การท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย หรือ ‘ททท.’ จึงผลักดันโครงการ ‘Cool อีสาน’ เพื่อปรับภาพลักษณ์และการรับรู้ของนักท่องเที่ยวที่มีต่อภาคอีสานไปสู่มุมมองใหม่ๆ น่าสนใจ ภายใต้ 4 จุดเด่นเรียงตามตัวอักษร ได้แก่ C: Cuisine Special นำเสนอความพิเศษของอาหารพื้นถิ่นของภาคอีสาน ซึ่งขึ้นชื่อเรื่องความ ‘แซ่บเวอร์’ ติดอันดับในใจนักท่องเที่ยวเป็นทุนเดิมอยู่แล้ว พร้อมให้ข้อมูลเกี่ยวกับการ

เดินทางไปเยือนร้านอาหารริมทาง หรือ ‘สตรีท ฟู้ด’ รวมถึงร้านอาหารและร้านกาแฟเก๋ๆ ชิคๆ เกิดใหม่จำนวนมาก
สอดรับกับโครงการอะเมซิ่ง ไทย เทสต์ ภายใต้ร่มใหญ่โครงการสานพลังประชารัฐด้านการท่องเที่ยว ที่มุ่งส่งเสริมการท่องเที่ยวเชิงอาหารของไทยให้ได้รับความนิยมมากขึ้น

O: Oriental Heritage เน้นโปรโมทการท่องเที่ยวเชิงประวัติศาสตร์ ศาสนา และวัฒนธรรม หลังสำนักข่าว ‘CNN’ ได้จัดโครงการแนะนำแหล่งท่องเที่ยว ‘The Best Place of E-San’ หวังสร้างชื่อให้กับแหล่งท่องเที่ยวในภาคอีสานผ่าน
มุมมองแปลกใหม่และน่าสนใจ

O: Outstanding Look นอกเหนือจากงานบุญประเพณีผีตาโขนที่อำเภอด่านซ้าย จังหวัดเลยแล้ว ภาคอีสานยังมีอีเวนต์ทางประเพณีและวัฒนธรรมที่น่าสนใจอีกมาก แต่ยังไม่ค่อยมีคนรู้จักกันมากเท่าไหร่ ทาง ททท.จึงต้องการเผยแพร่ให้เป็นที่รู้จักกันมากยิ่งขึ้น

อาทิ ประเพณี ‘ฮีต 12 คอง 14’ ซึ่งมีงานบุญประเพณีตลอด 12 เดือนให้ได้ชื่นชมกัน โดยคำว่า ‘ฮีต 12’ มาจาก คำว่า จารีตหรือประเพณีที่พึงปฏิบัติในแต่ละ 12 เดือนของแต่ละปี เป็น

การผสมผสานพิธีกรรมเกี่ยวกับเรื่องผีและพิธีกรรมทางการเกษตรของชาวอีสาน เช่น เดือนยี่ – บุญคูณลาน, เดือนหก – บุญบั้งไฟ, เดือนสิบสอง – บุญกฐิน เป็นต้น ส่วน ‘คอง 14’ มาจากคำว่า ครรลอง หรือ แนวทางที่ควรปฏิบัติ 14 ข้อของประชาชนทุกระดับ
สุดท้าย L: Linkage Travel การออกแบบเส้นทางท่องเที่ยวให้เชื่อมโยงกับสินค้าท้องถิ่นหรือแหล่งท่องเที่ยวที่น่าสนใจ เช่น เส้นทางไหม เส้นทางผ้าย้อมคราม และเส้นทางภูเขาไฟ เป็นต้น

สำหรับเส้นทางที่ผู้เขียนได้มีโอกาสไปเยือนมาแล้ว คือ เส้นทาง ‘ร้อยแก่นสารสินธุ์’ ครอบคลุมรัศมีในพื้นที่ 4 จังหวัด อย่าง ร้อยเอ็ด-ขอนแก่น-มหาสารคาม-กาฬสินธุ์ จุดหมายแรกของการเยือนแดนดินถิ่นอีสาน คือ ‘ขอนแก่น’ ศูนย์กลางของจังหวัดในกลุ่มอีสานตอนกลาง เพราะสามารถเดินทางได้สะดวกสบายจากจำนวนเที่ยวบินของสายการบินราคาประหยัดที่ให้บริการกันวันละหลายเที่ยว

โดยโปรแกรมแรกของทริป คือ ‘วัดไชยศรี’ ตั้งอยู่ในอำเภอเมืองขอนแก่น ความพิเศษของวัดนี้อยู่ตรงที่การเป็นวัดเก่าแก่ที่มีโบสถ์อายุยาวนานกว่าร้อยปี เดิมเอกลักษณ์ของวัดไชยศรี อยู่ตรงที่การมุงหลังคาด้วยแผ่นไม้ภายใต้รูปแบบสถาปัตยกรรมอีสานดั้งเดิม แต่ได้ทรุดโทรมไปตามกาลเวลา ทำให้ในปี 2525 มีการรื้อเพื่อทำหลังคาขึ้นมาใหม่เป็นแบบสถาปัตยกรรมรัตนโกสินทร์ตามสมัยนิยม

ไฮไลท์อยู่ที่ฝาผนังทั้งด้านนอกและด้านในของวัดที่ยังคงสภาพค่อนข้างสมบูรณ์ โดยเฉพาะจิตรกรรมฝาผนัง หรือ ‘ฮูปแต้ม’ เป็นเรื่องราวของพระเวสสันดรชาดกสินไซ (สังข์ศิลป์ชัย) ภาพเทพ บุคคล และสัตว์ต่างๆ ซึ่งด้านในห้ามสุภาพสตรีเข้า ส่วนจิตรกรรมบนผนังด้านนอกโบสถ์ เป็นภาพเขียนเกี่ยวกับนรกเจ็ดขุม เรื่องพระเวสสันดรชาดก สินไซ และภาพทหารยืนเฝ้าประตู

ตกบ่าย สามารถไปพักผ่อนเพลิดเพลินกับความสนุกสดชื่นกันแบบคูลๆ ได้ภายใน ‘สวนน้ำ ไดโน วอเตอร์ พาร์ค’ ตั้งอยู่ในอำเภอเมืองขอนแก่น นับเป็นทะเลเทียมแห่งแรกในภาคอีสาน และเป็นสวนน้ำที่มีเครื่องเล่นขนาดใหญ่ที่สุดในเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ บนเนื้อที่กว่า 40 ไร่ ถูกออกแบบและสร้างในรูปแบบ ‘สแปลช แอดเวนเจอร์’ ภายในจะแบ่งเป็นทั้งหมด 9 โซนความสนุก สุดมันกว่า 7 เครื่องเล่นทางน้ำ

วันต่อมา นั่งรถไปเที่ยวกันต่อที่จังหวัด ‘กาฬสินธุ์’ จุดหมาย ที่ขอแนะนำคือ ‘วัดพุทธนิมิตภูค่าว’ อยู่ห่างจากตัวอำเภอสหัสขันธ์ประมาณ 7 กิโลเมตร ถือเป็นวัดที่มีประวัติศาสตร์ เก่าแก่ และอาจกล่าวได้ว่าเป็นวัดที่งดงามที่สุดในจังหวัดกาฬสินธุ์เลยทีเดียว

โดยคำว่า ‘ค่าว’ ในภาษาอีสานแปลว่า ‘เชือก’ ที่มาคือวัดแห่งนี้ตั้งอยู่บนภูเขาที่มีลักษณะยาวเหมือนเชือก ภายในวัดมีพระพุทธรูปไสยาสน์ตะแคงซ้าย แกะสลักหน้าผาหินความยาว 2 เมตร ตามประวัติกล่าวไว้ว่าสร้างขึ้นเมื่อ 2,000 ปีมาแล้ว นอกจากนี้ ยังมีอุโบสถไม้แกะสลักลวดลายงดงามเป็นภาพพุทธประวัติ

สามมิติ ส่วนภายในพระมหาเจดีย์ บรรจุพระบรมสารีริกธาตุที่ตกแต่งผนังภายนอกเจดีย์ด้วยกระเบื้องดินเผาทั้งองค์ สวยสดหมดจดอย่างยิ่ง ขณะที่วิหารสังฆนิมิตเป็นที่เก็บพระพุทธรูปและพระเครื่องรุ่นหายากต่างๆ ให้ได้ชมกัน

หลังเสร็จกิจไหว้พระทำบุญที่วัดพุทธนิมิตภูค่าว สามารถขับรถแวะ ‘พิพิธภัณฑ์สิรินธร’ พิพิธภัณฑ์ไดโนเสาร์ภูกุ้มข้าว ถือเป็นพิพิธภัณฑ์ไดโนเสาร์ที่สุดยอดที่สุดของภาคอีสาน สมบูรณ์แบบและใหญ่ที่สุดในเอเชียตะวันออกเฉียงใต้เช่นกัน ตั้งอยู่บริเวณวัดสักกะวัน ตำบลโนนบุรี อำเภอสหัสขันธ์ จังหวัดกาฬสินธุ์ หากพาเด็กน้อยในครอบครัวมาด้วย รับรองว่าถูกอกถูกใจ ตื่นเต้นไปกับสิ่งน่าสนใจในพิพิธภัณฑ์แน่นอน

ส่วนวันอื่นๆ สามารถวางโปรแกรมเที่ยวไปยัง ‘เมืองไม้บาติก’ อำเภอธวัชบุรี ใน ‘ร้อยเอ็ด’ ได้ เพราะชาวบ้านที่นี่เขาเก๋ไก๋ นำผ้าไหมมาเพนต์เป็นลายบาติก ออกมาเป็นลวดลายกราฟิกแปลกตา โดยใช้เทคนิคซ้อนสี คือ การเขียนเทียนสองรอบและลงสีสองรอบ ทำให้สีมีน้ำหนัก มีมิติ มีระยะของสีที่ทับซ้อนกันเป็นเหลือบๆ แน่นอนว่ายังคงไว้ซึ่งเอกลักษณ์แบบฉบับของ ภาคอีสาน โดยเปิดโอกาสให้นักท่องเที่ยวลองออกแบบและวาดลายบาติกเองด้วย

ก่อนจะวางโปรแกรมวันสุดท้ายของทริปด้วยกิจกรรมท่องเที่ยวใน ‘มหาสารคาม’ อย่างการทอเสื่อกก ที่ตำบลบ้านแพง อำเภอโกสุมพิสัย ซึ่งขึ้นชื่อเรื่องการแปรรูปเสื่อกกให้เป็นผลิตภัณฑ์ที่มีรูปแบบและลวดลายที่ทันสมัยจนกลายเป็นสินค้าโอท็อปที่มี
ชื่อเสียงของมหาสารคาม ทั้งหมดนี้คือการท่องเที่ยวแบบ ‘คูลๆ’ …ท้าให้คุณมาสัมผัสแล้ววันนี้ที่ภาคอีสาน!


COOL E-San Tourism

COOL E-San Tourism

Even though ‘E-San Region’ is the destination that is so rich with natural resources as well as interesting culture and lifestyle, it is founded that this region is still facing challenge in various dimensions especially for ‘infrastructure’ such as connecting transportation between provinces or even tourist attractions within province that is not convenient enough for general tourists, which requires them to rent a car, or hire the van to transport them to each tourist attraction, which is so far away from one place to another.

This shall go against tourists’ behavior nowadays that tends to incline toward self-travel even more so they need to mainly count on public transporting system. However, infrastructures for traveling from place to place in E-San region do not directly respond to the propositions of new generation and elder tourists enough.

Besides, many provinces are lack of shopping resources that shall attract tourists to pay a visit and spend the money in spite the fact that many provinces have already had some interesting local products. This is so unfortunate despite the fact that E-San region has capability and strength no less than other regions particularly for fresh tourist attractions without least constitution including history, and old civilization as well as tradition and lifestyle of local villagers that many tourists have never sensed them before.

Tourism Authority of Thailand (TAT) then pushes up ‘Cool E-San’ campaign to adjust image and open up tourists to the new interesting perspective of E-San region under 4 prominent points in respective alphabet order as follows

C: Cuisine Special offers the uniqueness of E-San region’s local cuisine, which has a corner on ‘Savory Taste’ conquering tourists’ hearts for a long time as well as guide tourists to a large number of ‘street food’ areas, restaurants, and chic & elegant coffee shops in accordance to Amazing Thai Taste campaign under the big civil state collaboration project in tourism that aims to widely promote Thailand’s gastronomy tourism to the world.

O: Oriental Heritage emphasizes on historical, religion and cultural tourisms after CNN news had conducted tourist attraction recommendation campaign ‘The Best Place of E-San’ which hoped to make fame of tourist attractions in E-San region through initiative and interesting perspectives.

O: Outstanding Look, besides Phi Ta Khon ritual in Dan Sai district, Loei province, E-San region also has so many interesting cultural events and traditions, but not many people have known them.

Therefore, TAT wants to acknowledge these events and traditions to more people such as ‘Heat 12 Kong 14’ tradition, which has virtue tradition throughout the year as ‘Heat 12’ derives from the word ‘Traditional’ that should be doing in each month which is the combination of ritual related to ghost and E-San people’s agricultural tradition, i.e. ‘Duean Yi’
(Month 2) – Boon Koon Lan, Duean 6 (Month 6)
– Boon Bung Fai, Duean 12 (Month 12) – Boon Katin, etc., while ‘Kong 14’ derives from the word ‘Trail’, or 14 principles of observation practices for everyone.

The last one, L: Linkage Travel is to design tourism route to connect with local products or interesting tourist attractions such as silk route, indigo-dyed fabric route, and volcano route, etc.

In addition to the route writer had paid a visit was ‘Roi Kaen Sara Sin’ route, which covered 4 provinces as Roi Et – Khon Kaen – Mahasarakham – Kalasin.

The first destination to visit in the land of E-San was ‘Khon Kaen’ considered as the center of the group of middle E-San provinces because this province can conveniently be reached by a large volume of low cost airlines that offers several flights a day.

The first program of the trip is ‘Wat Chaiyasri temple’; located in Mueang Khon Kaen district. The specialness of this temple is the oldness of monastery that ages over a hundred year. Earlier, the characteristic of Wat Chaiyasri was all about roofing with wooden boards under the form of traditional E-San architecture, but they were deteriorated throughout times so in 1982, the old roofs were torn down and reroofed with modern Rattanakosin architectural style.

The major highlight here is the walls both outside and inside of the temple that are remained in quite good condition especially for the mural, or called ‘Hoop Tam’ depicting the story of Phra Vessandorn Chadok Sinsai (Sang Silpchai) with the pictures of saints, people and animals, while woman is not allowed to get inside the monastery. The mural over the outside walls of monastery exhibits the painting about hell, Phra Vessandorn Chadok, Sinsai, and solider guarding the doorway.

In the afternoon, tourist can choose to get refreshing in ‘Dino Water Park’; located in Mueang Khon Kaen district. This is considered as the first artificial sea of E-San region, and has the biggest playthings in South East Asia covering over 40 Rais of area that were designed and created under the theme ‘Splash Adventure’. Inside the water park is divided into 9 fun zones with 7 awesome water playthings.

The next day, tourist may take the trip to ‘Kalasin’ province. The recommended destination here is ‘Wat Putthanimit Phukow temple’; located 7km away from Sahaskhan district, which is considered as one of the historical temples, and can be said the most beautiful temple in Kalasin province.

The word ‘Kow’ in E-San language means ‘Rope’ since this temple is situated over the mountain with the long appearance like the rope. Inside the temple exhibits the left reclining Buddha image engraved over the stone with 2 meters in length, which the history said this was built over 2,000 years ago. Besides, this temple features a wooden monastery beautifully engraved in 3D to depict biography of Lord Buddha in pictures. Inside the great pagoda contains Lord Buddha’s relics, while the outside wall of the great pagoda is thoroughly decorated with baked clay tiles and Sangkhanimit shrine exhibits the rare Buddha images and amulets to the public.

After finishing merit making at Wat Putthanimit Phukow, tourist may stop by ‘Sirindhorn Museum’, or called Phu Gum Kum Khao Dinosaur Site Museum, which is considered as the biggest dinosaur museum in South East Asia; located within Wat Sakkawan temple, Nonburi sub-district, Sahaskhan district, Kalasin province. There are so many interesting things exhibited within this museum that will definitely be very enjoyable moment for kids.

For the rest of the trip in other days, tourist can set the program to visit ‘Batik Wooden Town’, Tawachburi district, Roi Et because villagers here are so keen to paint batik pattern over the silk fabric by using paint stacking technique, which requires to write down with candles twice before paint over the fabric twice as well making the paint to have weight, dimension, and color distance that are piled up to derive the moire pattern. In addition, this town still carries on the characteristic of E-San style by giving opportunity for tourists to try to design and paint batik patterns themselves.

The trip can be ended on the last day with tourism activities in ‘Mahasarakham’ province such as observing Kok mattress weaving in Baan Phaeng sub-district, Kosum Phisai district, which has a corner on Kok mattress processing into the product with modern forms and patterns until they have become the most famous OTOP product of Mahasarakham province. These are the cool style travel that dares you to sense it at E-San region now!

Comment Box