ปฎิบัติการท่องเที่ยว ทลายกำแพงใจ สไตล์ “กำแพงเพชร”



เมื่อพูดถึง ‘กำแพงเพชร’ ในใจหลายคนอาจก่อ ‘กำแพง’ บางอย่าง มองว่าเป็นแค่ ‘ทางผ่าน’ ปิดกั้นการเข้าถึงทุกทาง ด้วยการบอกตัวเองว่า อย่าไปเลย จังหวัดเล็กๆ แบบนี้ ไม่น่า มีอะไรให้เที่ยวเท่าไร

แต่เชื่อไหม เราคิดผิด! เพราะแท้จริงแล้ว จังหวัดเล็กๆ แห่งนี้ ได้ซ่อนแหล่งท่องเที่ยวระดับเพชรน้ำงามไว้มากมาย ทั้งความยิ่งใหญ่

ของป่าเขาลำเนาไพร ความสมบูรณ์ของโบราณสถาน รวมถึงร้านรวงชุมชนอันหลากหลาย รอผู้คนออกปฏิบัติการ ‘ทลายกำแพงใจ’ มาสัมผัสเสน่ห์ใหม่ตราตรึงใจ จนต้องกลับมาเยือนซ้ำ

ภารกิจแรกของปฏิบัติการ คือ ‘ช่องเย็น อุทยานแห่งชาติ แม่วงก์’ แค่ชื่อก็รับประกันได้ถึงดีกรีความเย็น เป็นช่องเขาที่มีสายลมพัดผ่านตลอดเวลา และมีหมอกปกคลุมอยู่เสมอ อุณหภูมิเฉลี่ยทั้งปีต่ำกว่า 20 องศาเซลเซียส

ช่องเย็นเป็นจุดสูงสุดของถนนคลองลาน-อุ้มผาง สูงถึง 1,340 เมตรจากระดับน้ำทะเล อยู่ห่างจากที่ทำการอุทยานแห่งชาติ

แม่วงก์ราว 28 กิโลเมตร มีจุดชมพระอาทิตย์ตกที่ควรค่าแก่การมาเยือนอย่างมาก อย่าง ‘จุดชมวิวผาสวรรค์’ ที่สามารถชมวิวได้รอบทิศทางแบบ 360 องศา นอกจากนี้ ช่องเย็นยังเป็นแหล่ง

ดูนกที่สำคัญแห่งหนึ่งของไทย ส่วนใครที่ชื่นชอบไม้ป่ากลุ่มรักความชุ่มชื้น อย่างกล้วยไม้ เฟิร์น และมหัสดำ รับรองว่าไม่ผิดหวัง หลังสูดอากาศบริสุทธิ์จนชื่นปอด ตื่นตากับทิวทัศน์ตระการตาตรงหน้าแล้ว อย่าลืมแวะเที่ยว ‘แก่งผานางคอย’ ซึ่งมีแก่งหินลำห้วยคลองขลุงกับน้ำตกเล็กๆ 4 ชั้น นามผานางคอย และ ‘เขาโมโกจู’ ยอดเขาที่สูงที่สุดในอุทยานฯ

โดยคำว่า โมโกจู นั้น เป็นภาษากะเหรี่ยง แปลว่า เหมือนฝนจะตก เพราะถูกปกคลุมด้วยเมฆหมอกตลอดเวลา นับเป็นจุดหมายยอดนิยมนักเดินป่าปีนเขา ใครสนใจ… ต้องเตรียมร่างกายให้พร้อม เพราะการพิชิตยอดเขา
โมโกจูนั้นไม่ง่าย ด้วยความลาดชันของเขานั้นไม่ต่ำกว่า 60 องศา ใช้เวลาในการเดินทางไปกลับถึง 5 วัน ต้องอาศัยความอดทนอย่างมาก เรียกได้ว่า กายพร้อมแล้ว ใจต้องพร้อมด้วย!

ส่วนใครที่หลงรักการเที่ยวน้ำตก ไม่ควรพลาด ‘อุทยานแห่งชาติ คลองลาน’ เพราะภูเขาสูงชันสลับซับซ้อนภายใต้อาณาบริเวณของอุทยานฯ แห่งนี้ คือ ป่าต้นน้ำ จุดกำเนิดของลำน้ำ หลายสายไหลสู่แม่น้ำปิงต่อไป

ไฮไลท์คือ ‘น้ำตกคลองลาน’ เกิดจากเทือกเขาขุนคลองลาน ซึ่งมียอดสูงถึง 1,439 เมตร หน้าฝนหลากสายน้ำจะไหลจากลำห้วยต่างๆ ร่วม 5 สาย ลงสู่วังน้ำลึกกลางหุบเขา ไหลเป็นลำน้ำยาวกว่า 3 กิโลเมตร ผ่านหน้าผา เกิดเป็นน้ำตกคลองลานสูง 100 เมตร หน้ากว้าง 40 เมตร สามารถลงเล่นในแอ่งน้ำขนาดใหญ่ใต้น้ำตก เพลิดเพลินกับความเย็นสดชื่น หรือจะนั่งชิลล์หย่อนขาริมลำธารเพิ่มความรู้สึกผ่อนคลายให้ร่างกายและจิตใจ

ช่วงบ่ายแก่ๆ สามารถเดินเท้าขึ้นไปที่ ‘จุดชมวิวเขาหัวช้าง’ ได้ อยู่ไม่ไกลจากที่ทำการอุทยานฯ ใช้เวลาเดินขึ้นเขาความสูง 500-600 เมตร ประมาณ 1 ชั่วโมง สำหรับความงดงามบนจุดชมวิว บอกได้เลยว่าหายเหนื่อยแน่นอน เพราะสามารถมองเห็นพระอาทิตย์ตก หรือติดใจ อยากเติมพลังรับความอบอุ่นในช่วงพระอาทิตย์ขึ้นยามเช้าต่อเนื่องควรกางเต๊นท์ค้างแรมบนสัน ในช่วงปลายฝนต้นหนาว เดือนกันยายน-กุมภาพันธ์

ส่วนที่พักบริเวณที่ทำการอุทยานฯ มีบ้านเช่าและลานกางเต๊นท์ให้บริการ เผื่อใครอยากใกล้ชิดน้ำตกคลองลาน หรือท่องเที่ยวเส้นทางเดินป่าเพื่อศึกษาธรรมชาติต่อ

 mokoju mountain at sunset, kamphaeng phet, thailand.

นอกเหนือจากแหล่งท่องเที่ยวทางธรรมชาติแล้ว กำแพงเพชร ยังมี ’อุทยานประวัติศาสตร์กำแพงเพชร’ ซึ่งได้รับการยกย่องจากยูเนสโกให้เป็น ‘มรดกโลก’ ร่วมกับอุทยานประวัติศาสตร์สุโขทัยและศรีสัชนาลัย เนื่องจากในยุคอาณาจักรสุโขทัยรุ่งเรือง กำแพงเพชรถือเป็นเมืองหน้าด่านสำคัญ จึงได้รับอิทธิพลทางศิลปะและสถาปัตยกรรมแบบสุโขทัย แต่ยังคงกลิ่นอายแบบกำแพงเพชร เช่น เจดีย์ใหญ่ใน ‘วัดพระธาตุ’ หลังจากขุดแต่งและบูรณะเจดีย์ภายในวัด ปรากฏว่าแผนผังมีลักษณะคล้าย วัดสระศรีในเมืองเก่าสุโขทัย

ด้านไฮไลท์ที่ต้องเข้าไปชมให้ได้ คือ ‘วัดพระแก้ว’ ตั้งอยู่ใจกลางเมืองกำแพงเพชร เป็นวัดอยู่ติดกับวังเช่นเดียวกับ วัดมหาธาตุกลางเมืองสุโขทัย สิ่งก่อสร้างภายในใช้ศิลาแลงเป็นส่วนใหญ่ รวมถึงกำแพงวัดที่ขาดเป็นตอนๆ ขณะที่เจดีย์ พระประธานองค์ใหญ่กลางวัดกลมแบบลังกา

อีกจุดที่ห้ามพลาด คือ ‘วัดช้างรอบ’ การออกแบบคล้ายวัดช้างล้อม สุโขทัย เห็นช้างทรงเชือกครึ่งตัว 68 เชือก ล้อมรอบฐานเจดีย์ใหญ่ รวมไปถึง ’วัดสิงห์’ และ ‘วัดพระสี่อิริยาบถ’ หรือที่ชาวบ้านเรียกกันติดปากว่า วัดพระยืนภายในมีพระพุทธรูปแบบสุโขทัย สกุลช่างกำแพงเพชรที่หาดูได้ยาก กับบ่อน้ำและ ที่อาบน้ำอยู่หน้าวัด

นอกเหนือจากโบราณสถานและโบราณวัตถุในอุทยานประวัติศาสตร์กำแพงเพชรแล้ว ยังมีอีกจุดหมายที่ต้องไปเยือนให้ได้ เพราะตอนแรกที่ได้ยินชื่อ ไม่อยากเชื่อเลยว่าจะมีสถานที่แบบนี้ในกำแพงเพชรด้วย เพราะที่กำแพงเพชรมี ‘บ่อน้ำพุร้อนพระร่วง’ ตั้งอยู่ตำบลลานดอกไม้ หมู่ที่ 3 ห่างจากตัวเมือง ไม่ไกลประมาณ 25 กิโลเมตรเท่านั้น เป็นน้ำพุร้อนที่เกิดขึ้นเองตามธรรมชาติ ผุดขึ้นมาจากใต้ดิน 5 จุด มีความร้อนประมาณ 40-65 องศาเซลเซียส

ปัจจุบันได้รับการปรับปรุงสภาพภูมิทัศน์ให้มีความสวยงาม พร้อมถูกยกระดับเป็นแหล่งท่องเที่ยวเพื่อสุขภาพเรียบร้อย ให้บริการจุดอาบน้ำแร่ อ่างอาบน้ำร้อน อ่างแช่และนวดฝ่าเท้า และนวดแผนโบราณ ได้รับการตรวจสอบจากกระทรวงสาธารณสุข

เหมาะกับมาผ่อนคลายหลังใช้กำลังขาท่องไปในป่าดงและปั่นจักรยานเที่ยวรอบอุทยานประวัติศาสตร์ฯ อย่างมาก ใครชอบความรู้สึกผ่อนคลายหลังการแช่น้ำร้อน ขอท้าให้มาลอง ไม่ต้องไปแช่ไกลถึงออนเซ็นที่ญี่ปุ่นแล้วงานนี้


Travel Mission with ‘Kamphaeng Phet’ Style

การท่องเที่ยว

Speaking of ‘Kamphaeng Phet’, many people may create some ‘wall’, ‘Kamphaeng’ means wall in Thai since they just belive that this small city is the just ‘passage way’ to other cities and should not have many interesting tourist attractions to stop by. Believe it or not, they were wrong!

In fact, this small province has hidden several (gem means phet in Thai) of tourist attractions including fertile forest, perfection of ancient remains as well as exotic community shops waiting for tourists to take travel mission to ‘break the wall of belive’ and sense the imprinted new charm that makes them have to revisit over and over.

The first mission is ‘Chong Yen at Mae Wong National Park’. Its name can guarantee the coldness degree (Yen means cold in Thai). This place features the mountain pass that has cool breeze wind blowing through the whole times and is always covered by mist. The average temperature here is below 20°C.

Chong Yen is the highest point of Klong Lan Umphang road, nestled at 1,340 meters above sea level, and located 28 km. away from Mae Wong National Park. Features with wonderful scenic spot to witness magnificent sunset such as ‘Pa Sawan Scenic Spot’ that visitor can witness 360° spectacular view. Besides, Chong Yen is Thailand’s major bird watching place. For those who love wood and forest, they will not be disappointed after seeing wild orchid and Cyathea podophylla fern.

After taking several deep fresh breath and being stunned by magnificent view right up front, do not forget to stop by ‘Kaeng Pha Nang Khoi’ which features Klong Klung islet and brook as well as 4 level waterfall, called ‘Pha Nang Khoi’ and ‘Khao Mo Ko Chu’; the highest peak in Mae Wong National Park.

The word Mo Ko Chu is Karens language, meant “seem like it is going to rain” because this peak is covered by the clouds and mists at all times which is considered the most popular destination for trekkers and hikers.

Interested person who wants to overcome Mo Ko Chu peak needs to be physically prepared because overcoming Mo Ko Chu peak is not easy as the mountain is so steep no less than 60° and it needs to take 5 days trekking. Therefore, it requires the great tolerance both physically and emotionally!

For those who are waterfall lover, ‘Klong Lan National
Park’ is the place that cannot be missed because steep and complicated mountain within the territory of this national park hides the water source forest which is the origin of several watercourses further flowing down to Ping river.

The major highlight of this national park is ‘Klong Lan Waterfall’, originated from Khun Klong Lan mountain range which has its peak at 1,439 meters. During the rainy season, the tides will flow from watercourses in the total of 5 lines down to Wang Num Luek in the middle of valley and continue to flow as the single watercourse with 3 km. in distance through the cliff and turn into KlongLan waterfall with 100 meters in height and 40 meters wide.

Visitors can play in the large basin underneath the waterfall to enjoy the refreshment of the cool water or sitting and chilling over the stream side to climb body and soul.

In late afternoon, visitor can take a walk to ‘Khao Hua Chang Scenic Point’ which it not far away from national park office. Usually, it will take approximately one hour to walk up the mountain with 500 – 600 meters in height.However, the beauty over this scenic point will blow visitor away, and definitely make visitor forget about the fatigue from walking up hill because up here visitors can witness the sunset or they can stay overnight to

take up the warmth of sunrise at dawn which the proper time for camping over the mountain ridge will be in late winter rain between September – February.

Klong Lan National Park also provides accommodation and camping ground just in case someone wants to get close by Klong Lan Waterfall or further trek through the hiking trail to study the nature.

Rather than natural tourist attractions, Kamphaeng Phet also has ‘Kamphaeng Phet Historical Park’ which has been promoted as ‘the World’s Heritage’ site along with Sukhothai and Si

Satchanalai Historical Parks by UNESCO since during the prosperity phase of Sukhothai Kingdom, Kamphaeng Phet was considered as the major fortress city so the city was influenced by Sukhothai arts and architectures, but it still maintained KamphaengPhet traditional style.

For example, big pagoda in ‘Wat Phra That temple’, after digging out and restoring pagoda inside this temple, it was founded that the temple’s diagram was quite similar to Wat Sra Sri temple in Ancient Sukhothai city. The highlight to observe is

‘Wat Phra Kaew’, situated in the heart of  Kamphaeng Phet city. This temple is located next to the palace similar to Wat Maha That in the heart of Sukhothai city. Interior construction materials mostly used laterites as well as temple walls that are torn apart into the section, while big Buddha stupa situated in the middle of the temple appears to be the rounded Lanka shape.

Another major highlight is ‘Wat Chang Rob temple’. The design of this temple is similar to Wat Chang Lom temple in Sukhothai which appears 68 half body elephants encircling the base of big stupa.

The other includes ‘Wat Singha Temple’ and ‘Wat Phra Si Eriyabot Temple’, or so called by villagers as Wat Phra Yuen where inside the temple places very rare Sukhothai style Buddha image made
by Kamphaeng Phet technician and situates the pond and showering spot right in front of the temple.

Besides the ancient remains and antiques in Kamphaeng Phet Historical Park, there is one destination visitor should not miss which is ‘Phra Ruang Hot Spring Pond’, situated in Lan Dok Mai
sub district, Moo 3 with 25 km. away from the city. This is natural hot spring pond coming up from the 5 underground spots, while temperature is ranged between 40 – 65°C. Currently, this place has been improved its landscape and is ready to get promoted as health conscious tourist attraction that will offer mineral water showering spots, hot water bathing basin, soaking basin and Thai foot and body massages certified by Ministry of Public Health.PhraRuang Hot Spring Pond will definitely relieve sore and pain after trekking and cycling around Historical Park.

For those who love getting relaxation after dipping themselves into the hot water, we dare you to try it here then you do not need to go to Japan for Onsen anymore.

Comment Box